เชตวัน อภิปรายร่าง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ลดค่าเดินทางประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘

เชตวัน เตือประโคน อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ระบบตั๋วร่วม โดยชี้ให้เห็นความล่าช้าของกฎหมายที่ควรออกตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ และเน้นย้ำถึงปัญหาโครงสร้างการเดินทางที่ซับซ้อนทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าโดยสารแพง โดยเฉพาะในเขตปทุมธานี จึงเรียกร้องให้เร่งดำเนินการและแก้ไขปัญหาการคำนวณอัตราค่าโดยสารร่วมกับภาคเอกชนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทนพี่น้อง ประชาชนชาวเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย อำเภอลำลูกกา ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการบริหาร จัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. .... อันเป็นกฎหมายที่ในความคิดผมแล้วรู้สึกว่าทำไมมาช้าจัง รัฐบาลควรคิดเรื่องการออกกฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ก่อนที่เราจะมีรถไฟฟ้าสายแรกตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ แล้วด้วยซ้ำ ท่านประธานครับ เพราะเมื่อมาถึงวันนี้เอาแค่เฉพาะระบบรางอย่างรถไฟฟ้านะครับ เราเจ้าของโครงการและผู้ให้บริการเดินรถนั้นบางทีประชาชนเขาไม่รู้ว่าสายสีเขียวเป็นของ กรุงเทพมหานครโดยมีบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่งเป็นผู้ให้บริการเดินรถ ประชาชนเขาไม่รู้ว่า สายสีแดง Airport Link เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในส่วนสายสีแดงการรถไฟ ให้บริการเดินรถเอง ขณะที่ Airport Link ก็เป็นเอกชนอีกเจ้าหนึ่งเป็นผู้ให้บริการเดินรถ ประชาชนเขาไม่รู้ว่าสายสีเหลือง สีชมพู สีม่วง สีน้ำเงินเป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย หรือ รฟม. โดยเหลือง ชมพู บริษัทเอกชนเดินรถ ขณะที่ส้ม ม่วง น้ำเงิน มีบริษัทเอกชนอีกเจ้าหนึ่งเป็นผู้ให้บริการเดินรถ คือแม้ว่าประชาชนเขาจะรู้เขาก็คงไม่ได้ สนใจว่าในความวุ่นวาย ในสมการนี้จะเป็นอย่างไร สิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุดก็คือว่าทำไม ไม่ทำให้มันง่าย ทำไมไม่ทำให้มันเชื่อมโยงถึงกันโดยเฉพาะการใช้ระบบตั๋วร่วมหรือระบบ ค่าโดยสารร่วมที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้นะครับ คือที่ผ่านมามันต่างคนต่างบริหารจัดการ ตัวใครตัวมันจากสายหนึ่งไปต่ออีกสายหนึ่งก็ต้องซื้อตั๋วใหม่ มีค่าแรกเข้าสายที่ ๑ มีค่าแรกเข้า สายที่ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ทำให้คนไทยเสียค่าโดยสารรถไฟที่แสนจะแพงครับ ทำไมประชาชน ต้องเป็นคนแบกรับภาระตรงนี้ไว้ด้วย ท่านประธานครับ โดยเฉพาะพี่น้องในจังหวัดปทุมธานี ของผม ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ไปแล้วในญัตติเกี่ยวกับเรื่องของค่าครองชีพนะครับ การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนว่าค่าใช้จ่ายของพวกเราชาวปทุมธานีที่มากที่สุดต่อเดือนนั้น คือจังหวัดปทุมธานีมีค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ตอนผม ยกสถิติในปี ๒๕๖๖ เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งก็สอดคล้องกับรายงานสำรวจสภาวะเศรษฐกิจและสังคม ที่เมื่อลงไปดูในรายละเอียด ไปดูว่า ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนที่พี่น้องปทุมธานีใช้จ่ายมากเป็นอันดับหนึ่งนั้นหมดไปกับค่าอะไร มากที่สุด น่าตกใจนะครับ ค่าใช้จ่ายที่พวกเราชาวปทุมธานีเสียไปมากที่สุด หมดไปมากที่สุด นั่นคือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องการเดินทาง ถามว่าเราขยันเดินทางกันขนาดนั้นเลยหรือ เปล่าครับ เปล่าเลย แต่เพราะโครงสร้างของประเทศที่บิดเบี้ยวนี้ต่างหากที่บังคับให้พวกเราชาวปทุมธานี หรือแม้แต่พี่น้องประชาชนทั่ว ๆ ไปต้องจ่ายแพง ยกตัวอย่างในเขตของผม ยกตัวอย่างว่า สมมุติบ้านอยู่ที่ถนนเสมาฟ้าครามหรือลำลูกกา ๑๑ จะออกมาหารถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานี คูคต สภาพการจะไปให้เร็วที่สุดท่านก็ต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์เพื่อไปให้เร็วที่สุด มาถึงรถไฟฟ้าแล้ว ก็ต้องเจอค่าบริการรถไฟฟ้าอีก แล้วสำหรับบางคนนะครับอาจไม่ใช่แค่ต่อเดียวถึงที่ทำงานเลย บางครั้งต้องเปลี่ยนระบบรถไฟฟ้าด้วย ซึ่งก็ต้องเสียเวลาไปซื้อตั๋วใบใหม่ ซื้อบัตรใหม่ มีค่าโดยสาร แรกเข้า เข้าแล้วเข้าอีก เข้าแล้วเข้าอีกครับ นี่อย่างไรครับเหตุผลที่เราจำเป็นต้องสนับสนุน กฎหมายฉบับนี้นะครับ นี่ครับเหตุผลที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายฉบับนี้โดยเร็ว อย่าง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ที่ทำสำเร็จมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว ท่านประธานอย่างที่ผมบอก อย่างที่ผมรู้สึกว่าทำไมกฎหมายฉบับนี้มาช้าจัง ก็ผู้ประกอบการดังที่ผมได้จำแนกแจกแจง ไปตอนต้นในส่วนของหน่วยงานรัฐ เมื่อกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้เราอาจคุยกันรู้เรื่อง หน่วยงานรัฐ เราอาจคุยกันรู้เรื่องง่ายหน่อยครับ ตกลงกันได้ไม่มีปัญหา แต่ทว่าในส่วนของผู้ประกอบการ เอกชนล่ะครับ เอกชนที่มีสัญญาสัมปทาน มีสัญญาร่วมงาน หรือพูดง่าย ๆ คือมีสิทธิตาม กฎหมายแล้วล่ะครับ ผมสนับสนุนให้มี พ.ร.บ. การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม แต่ผมก็อดที่จะ เป็นห่วงในเรื่องนี้ไม่ได้ ยิ่งถ้าใครได้เข้าไปดูในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นในร่างกฎหมาย ของรัฐบาลก็จะเห็นว่ามีเอกชนเจ้าใหญ่เจ้าหนึ่งไม่เห็นด้วย แสดงตัวออกมาอย่างเปิดเผยแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณอัตราค่าโดยสารร่วม โอเครายละเอียด ไม่ได้อยู่ในกฎหมายนี้เพราะต้องไปออกเป็นประกาศ เขาก็ห่วงครับว่ามันจะเป็นแบบไหน สูตรหรือวิธีการใช้คำนวณเป็นอย่างไร จริงอยู่ว่ากฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผย แต่กระนั้น เมื่อออกมาแล้วถ้าเอกชนเขารู้สึกว่าไม่เป็นธรรมล่ะครับ แต่ถ้าผลลัพธ์สุดท้ายออกมาแล้วเขา ไม่เอาล่ะครับ น่าห่วงนะครับ ในบทเฉพาะกาล มาตรา ๕๔ ที่ระบุว่า เมื่อรัฐมนตรีได้ออก กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมแล้วถ้าไปกระทบต่อสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมงาน หรือสัญญาร่วมลงทุนให้หน่วยงานของรัฐที่เป็นคู่สัญญากับเอกชนดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา เจรจาเพื่อแก้ปัญหา แก้ไขสัญญาให้เสร็จใน ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่มีกฎกระทรวงคมนาคม ประกาศอัตราค่าโดยสารร่วม ผมสนับสนุนร่างนะครับ ย้ำอีกครั้ง อยากให้มีด้วย แต่ที่ห่วง ก็ว่านั่นละครับ ถ้าเอกชนเขาไม่เอาด้วยล่ะ หรือถ้าหน่วยงานรัฐที่เป็นคู่สัญญาไปเจรจา เพื่อแก้ไขสัญญาที่บอกว่าให้จบภายใน ๑ ปี ถ้ามันไม่จบล่ะครับจะอย่างไร ดังนั้นผมคิดว่า ไม่ต้องรอสูตรการคำนวณค่าโดยสารร่วมออกมาหรอกครับ นาทีนี้รัฐบาลเจรจาต่อรองอะไร ได้กับเอกชนผู้ได้รับสัมปทานได้อะไร ทำได้เลยครับ เริ่มทำได้เลย เพื่อวันหนึ่งในปี ๒๕๗๐ ที่ท่านคิดว่าจะเริ่มใช้ระบบตั๋วร่วมนี้จะได้ไม่มีปัญหา แหว่ง วิ่น ขาด เพราะเอกชนบางราย ไม่ยอมแก้ไขสัญญาตามมา ท่านประธานครับ ผมทิ้งท้ายการอภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับอย่างนี้แล้วกัน ขณะที่เรากำลังมีการพิจารณา วันนี้คิดว่าจะมีการรับมติ ต่อไป จะมีวาระที่สอง วาระที่สาม ก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้นะครับ สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหา ของพี่น้องประชาชนที่สัญจรบนถนนลำลูกกา ก็คือถนนลำลูกกามีรถเมล์ไม่เพียงพอ รัฐบาล จะใช้ระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้าดึงดูดคนให้มาใช้ขนส่งสาธารณะ ลดการใช้รถส่วนตัว ลดฝุ่น ลดรถติด แต่คำถามคือประชาชนจะมาใช้บริการรถไฟฟ้าได้อย่างไรเมื่อไม่มีรถเมล์ที่เพียงพอ ให้เขาเดินมาหรือครับ คือผมเคยพูดในสภาแห่งนี้ไปหลายครั้งแล้ว เคยหารือไปไม่รู้กี่รอบ ต่อกี่รอบ อย่าให้พี่น้องชาวอำเภอลำลูกกาต้องเข้าชื่อกันเพื่อยื่นเรื่องต่อกรมการขนส่งขอเพิ่ม เที่ยวรถบนถนนลำลูกกาเลยครับ ในระหว่างนี้ในขณะที่ตั๋วร่วมกำลังพิจารณากันอยู่ ท่านไป พิจารณาได้เลยครับ กรมการขนส่งทางบกช่วยไปทำให้ถนนลำลูกกามีรถเมล์เพียงพอหน่อย พวกเราจะกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านมาก และการลดใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดฝุ่นพิษ ลดโลกร้อน ก็คงจะเกิดขึ้นอย่างที่เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้อยากเห็นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน