มนพร เจริญศรี เสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เพื่อลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ ผ่านการใช้บัตรใบเดียว โดยเน้นประเด็นมาตรฐานเทคโนโลยีกลาง การกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม การจัดตั้งกองทุนสนับสนุน และเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ มนพร เจริญศรี อธิบายโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วมตามร่างกฎหมาย โดยแบ่งรายละเอียดออกเป็น 4 หมวด ได้แก่ การกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการ ระบบการกำกับดูแลโดย สนข. และประเภทใบอนุญาตประกอบกิจการ 3 ประเภท หลักเกณฑ์การคำนวณอัตราค่าโดยสารเพื่อความเสมอภาค และการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาและการกู้ยืมเงินแก่เอกชน มนพร เจริญศรี อภิปรายสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการบริหารระบบจัดการตั๋วร่วม โดยชี้แจงรายละเอียดหมวดต่างๆ และขอความร่วมมือจากสมาชิกสภาในการพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการวิสามัญ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
หลักการก็คือ ๑. ให้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดการระบบตั๋วร่วมเพื่อสนับสนุนการให้บริการขนส่งสาธารณะ ทั้งรถไฟ รถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือโดยสารค่ะ เหตุผลค่ะท่านประธาน โดยในสถานการณ์ ปัจจุบันการขนส่งผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะและการบริการที่มีความหลากหลาย โดยให้ผู้บริการแต่ละรายมีต้นทุนในการจัดการแล้วก็บริหาร รวมทั้งการจัดเก็บผู้โดยสาร หรือค่าธรรมเนียมของตนเองอันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ต้นทุนของการให้บริการขนส่งสาธารณะ อยู่ในอัตราที่สูงและประชาชนผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบต้นทุนค่ะ เหตุผลดังกล่าวผู้ประกอบการ ทุกระบบนอกจากจะมีต้นทุนและภาระของประชาชนแล้วยังทำให้เกิดความไม่สะดวกในการ ใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายแก่พี่น้องประชาชน ผู้ใช้บริการโดยใช้บัตรโดยสารใบเดียวและเดินทางได้ทุกระบบของการบริการขนส่งสาธารณะ อันเป็นการสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนได้เปลี่ยนพฤติกรรมในการเดินทางจากขนส่งส่วนบุคคล มาเป็นการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลในการที่จะเดินทาง โดยรถขนส่งสาธารณะ แล้วก็การเดินทางดังกล่าวจะช่วยลดค่าใช้จ่าย นอกจากนั้นยังช่วยในเรื่อง ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งจะทำให้ภาวะโลกร้อนตามนโยบายของรัฐบาล นอกจากนั้น ยังจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนการจัดทำและการจัดการบริการโดยสารอันจะเป็น ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนจึงสมควรให้มีการบริหารจัดการกำหนดรูปแบบในระบบตั๋วร่วม โดยมีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมในการดำเนินการ การพัฒนาและการส่งเสริม ในการบริหารจัดการ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันขออนุญาต ได้อธิบายความถึงสาระของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีหลักการสำคัญอยู่ ๕ ประเด็นค่ะ
ประเด็นแรก ก็จะเป็นการจัดทำมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม เพื่อให้เป็นมาตรฐานกลาง โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนและการขนส่งการจราจรหรือ สนข. เป็นหน่วยงานที่กำหนดมาตรฐานทางเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วมและใช้เป็นมาตรฐานกลาง สำหรับการบริการระบบตั๋วร่วมในอนาคต และสำหรับผู้ให้บริการปัจจุบันที่จะเข้าสู่ระบบ การบริการตั๋วร่วมตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ค่ะ
ประเด็นที่ ๒ เป็นการกำหนดอัตราโดยสารร่วมกันโดยเป็นอำนาจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในการออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม ทั้งนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะต้องนำอัตราค่าโดยสารร่วม ไปใช้บังคับในการทำสัญญาสัมปทานขนส่งสาธารณะในอนาคตอีกด้วยค่ะ
ประเด็นที่ ๓ ก็จะมีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม เพื่อสนับสนุน ให้การดำเนินงานการพัฒนาและการส่งเสริมเกี่ยวกับระบบการจัดการระบบตั๋วร่วม รวมทั้ง ให้มีการกู้ยืมแก่เอกชนที่ประกอบกิจการตั๋วร่วม
ประเด็นที่ ๔ ผู้ประกอบการที่จะมีสิทธิขอรับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริม ระบบตั๋วร่วมจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ หากผู้ประกอบการ รายใดไม่ขอรับใบอนุญาตตามกฎหมายฉบับนี้ ก็จะมีผลทำให้ไม่มีสิทธิในการได้รับสนับสนุน จากเงินกองทุนดังกล่าว
ประเด็นที่ ๕ ในกรณีที่มีความจำเป็นให้ตราพระราชบัญญัติกฎษฎีกา กำหนดให้มีการประกอบกิจการขนส่งสาธารณะใดเป็นกิจการที่ต้องใช้ระบบตั๋วร่วม แล้วจะต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อรักษาการให้บริการระบบตั๋วร่วม หรือเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดในการส่งเสริมระบบตั๋วร่วมเพื่อป้องกันความเสียหาย ต่อสาธารณะ ซึ่งก่อนการตราพระราชกฤษฎีกาจะต้องจัดให้มีการเจรจาและทำความตกลงร่วมกัน สำหรับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะที่จะถูกบังคับ รวมทั้งการดำเนินการรับฟังความเห็น ของพี่น้องประชาชนตามความเหมาะสมและนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบในการพิจารณา นอกจาก สาระสำคัญและประเด็นแล้ว ดิฉันขออนุญาตได้พูดถึงสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีทั้งหมด ๗ หมวด และมีบทเฉพาะกาล ๕๔ มาตรา ขอสรุปแต่ละหมวดเพื่อให้ท่านสมาชิก ได้เข้าใจตามรายละเอียดนะคะ
โดยหมวดแรก จะเป็นหมวดของคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วมอยู่ใน มาตรา ๕ ถึงมาตรา ๑๒ ซึ่งจะมีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการ ระบบตั๋วร่วม มาตรฐานทางเทคโนโลยี หลักเกณฑ์วิธีการ การคำนวณอัตราค่าโดยสารร่วม รวมทั้งกำหนดนโยบายการนำส่งเงินเข้ากองทุนและการใช้จ่ายเงินกองทุนค่ะ
หมวดที่ ๒ เป็นเรื่องของการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมจากมาตรา ๑๓ ถึง มาตรา ๓๐ แบ่งเป็น ส่วนที่ ๑ ก็จะเป็นเรื่องของการกำกับดูแลโดยให้ สนข. รับผิดชอบ งานธุรการของร่างพระราชบัญญัติทั้งหมด มีอำนาจหน้าที่ในกำกับดูแลแล้วก็บริหารกิจการ ระบบตั๋วร่วม ในส่วนที่ ๒ จะเป็นเรื่องของการประกอบกิจการระบบตั๋วร่วมให้มีการขออนุญาต ออกใบอนุญาต แล้วก็ต่ออายุใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่รัฐมนตรี ได้เป็นผู้กำหนด โดยใบอนุญาตประกอบกิจการตั๋วร่วมมีอยู่ ๓ ประเภท ดังนี้ ประเภทที่ ๑ ก็คือใบอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารการจัดการซึ่งเป็นรายได้กลาง ใบอนุญาตที่ ๒ กำหนดให้มีการบริการออกบัตรชำระค่าโดยสารโดยมีระบบตั๋วร่วม และหลักเกณฑ์ข้อที่ ๓ ก็คือใบอนุญาตการให้บริการขนส่งผู้โดยสารในระบบตั๋วร่วมค่ะ
หมวดที่ ๓ เป็นเรื่องของอัตราค่าโดยสารอยู่ในมาตรา ๓๑ ถึงมาตรา ๓๓ โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณอัตราโดยสารร่วม โดยคำนึงถึงความเป็นธรรม ความเสมอภาคและไม่เป็นการเลือกปฏิบัติให้แก่ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง
หมวดที่ ๔ เป็นเรื่องของกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมอยู่ในมาตรา ๓๔ ถึง มาตรา ๓๘ ให้มีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมขึ้นใน สนข. โดยมีวัตถุประสงค์ในการ สนับสนุนการดำเนินงาน การพัฒนาและการส่งเสริมเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม รวมทั้งให้การกู้ยืมเงินแก่เอกชนที่ประกอบกิจการระบบตั๋วร่วมและให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ บริหารกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมโดยทำหน้าที่กำหนดนโยบายดูแลแล้วก็กำกับบริหาร ติดตามให้การดำเนินงานของกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์
หมวดที่ ๕ เป็นเรื่องของพนักงานเจ้าหน้าที่อยู่ในมาตรา ๓๙ ให้มีอำนาจ และหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่เข้าไปในสถานที่ประกอบการ สถานที่ตั้ง หรือสถานที่รวบรวม เพื่อประมวลข้อมูลให้แก่ผู้ประกอบกิจการในระบบตั๋วร่วมทั้งหมดค่ะ
หมวดที่ ๖ มาตรการในเรื่องของการปรับพินัยอยู่ในมาตรา ๔๐ ถึงมาตรา ๔๖ เป็นการกำหนดมาตรการปรับเป็นพินัยแทนการลงโทษปรับทางปกครอง
หมวดที่ ๗ เป็นโทษทางอาญาอยู่ในมาตรา ๔๗ ถึงมาตรา ๕๑ และบทเฉพาะกาล มาตรา ๕๒ ถึงมาตรา ๕๔
ภาพรวมทั้งหมดของร่างพระราชบัญญัติการบริหารระบบจัดการตั๋วร่วมค่ะ ท่านประธานที่เคารพ ทั้งหลักการและเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องตราร่างพระราชบัญญัติ ระบบการจัดการตั๋วร่วมในวันนี้ ในนามคณะรัฐมนตรีจึงเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ได้ร่วมกัน พิจารณาแล้วก็ลงมติให้ความเห็นชอบเพื่อนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการวิสามัญในโอกาสต่อไป ของการพิจารณา วันนี้ดิฉันต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่จะได้ลุกขึ้นอภิปราย ให้ความเห็นหลากหลายต่อการตราร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะคะ ทางคณะรัฐมนตรี มีความเชื่อมั่นว่าถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร ในชั้นรับหลักการแล้วกรรมาธิการทุกท่านก็จะไปแสดงความคิดเห็นในชั้นของกรรมาธิการ วิสามัญในวาระที่สองนะคะ แล้วก็ขอความร่วมมือ ขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณค่ะ