สิริลภัส กองตระการ อภิปรายผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ต่อสุขภาพจิตทุกช่วงวัย โดยอ้างอิงงานวิจัยระดับโลกที่ชี้ว่ามลพิษทางอากาศเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย พร้อมเน้นย้ำว่าเด็กและเยาวชนมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากอัตราการหายใจที่สูงกว่าผู้ใหญ่ สิริลภัส กองตระการ หารือผลกระทบทางจิตใจจากฝุ่น PM2.5 ที่ก่อให้เกิดความเครียดและภาวะซึมเศร้า พร้อมเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณวิจัยเพื่อศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคนไทย
เรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน สิริลภัส กองตระการ ผู้แทนจากพรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ฝุ่น PM2.5 ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบถึงด้านสุขภาพกายตามที่ สส. วาโยได้อภิปรายไป แต่ว่ายังส่งผล กระทบต่อสุขภาพจิตในหลายมิติค่ะ ซึ่งในวันนี้นะคะดิฉันอยากจะมาอภิปรายให้ ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกและประชาชนที่ได้รับฟังรับชมการประชุมสภานี้ให้ได้รับฟังกันค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการคลิปภาพ)
ฝุ่น PM2.5 นั้นสามารถ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของประชาชนทุกช่วงวัยค่ะ ดิฉันขออ้างอิงจากบทความจาก The Guardian เรื่อง Depression and Socitling to Air Pollution in New Global Study หรือว่าผลการศึกษาระดับโลกเรื่องภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายนั้นมีความเชื่อมโยง กับมลพิษทางอากาศ เพราะฝุ่น PM2.5 เป็นอนุภาคมลพิษทางอากาศที่เล็ก ขนาดของมันอยู่ ที่เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน ๒.๕ ไมครอนเท่านั้นเองนะคะ หรือว่า ๑ ใน ๒๕ ของเส้นผมมนุษย์ เท่านั้นเองค่ะ ทีนี้เมื่อเราสูดอากาศเข้าไป ฝุ่น PM2.5 นี้มันก็จะเข้าไปในจมูก ไปเกาะตาม อวัยวะต่าง ๆ รวมไปถึงสมอง มันจะทำให้อาการอักเสบของสมองเกิดขึ้นได้ ทำลายเยื่อ ประสาทและทำให้สารสื่อประสาทในสมองนั้นทำงานอย่างผิดปกติ มีผลกระทบต่อการ เปลี่ยนแปลงฮอร์โมน และนี่ล่ะค่ะจะเป็นสาเหตุที่จะมีผลที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต ตามมาค่ะ บทความจาก Thai PBS ขออภัยค่ะ ก็ได้ให้ข้อมูลงานวิจัยของประเทศ สหรัฐอเมริกาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากับมลพิษทางอากาศไว้นะคะว่า หากพื้นที่ไหนยิ่งมีปริมาณมลพิษทางอากาศมาก จำนวนคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้านั้นก็ยิ่ง มีมากเพิ่มขึ้นตามไปด้วยค่ะ และนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Psychiatry แสดงให้เห็นว่าเขตพื้นที่มลพิษทางอากาศมากนั้นสัมพันธ์กับปริมาณจำนวน ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งข้อมูลนี้มีการศึกษาจากประชากรกว่า ๓๙๐,๐๐๐ คน และศึกษามาเป็นเวลากว่า ๑๑ ปีแล้วค่ะ เรามาดูค่ะว่าฝุ่น PM2.5 นั้น ส่งผลกระทบต่อเยาวชนและเด็กอย่างไร บทความจาก สสส. ได้รายงานการวิจัยของซูซานน์ โรเบิร์ต (Suzanne Robert) และคณะที่ได้ทำงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับการสำรวจมลพิษ ทางอากาศและปัญหาสุขภาพจิตในตัวอย่างเด็กจำนวน ๒๘๔ คนในประเทศอังกฤษ ผลวิจัย ได้ออกมาว่าคุณภาพอากาศที่ไม่ดีจะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพจิตที่มากขึ้น ผลการศึกษาได้บ่งชี้ ว่าหลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างการสัมผัสหรือว่าไปสูดอากาศมลพิษนี้ส่งผลให้เด็กอายุ ๑๘ ปีมีภาวะซึมเศร้าได้ค่ะ ในวัยเด็กก็มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามลพิษทางอากาศสามารถเข้าสู่ สมองอย่างที่ดิฉันบอกไปว่ามันจะทำให้ก่อเกิดการอักเสบของเส้นประสาท และอาจส่งผล กระทบมากกว่าผู้ใหญ่ด้วยซ้ำไป เพราะว่าอัตราการหายใจของเด็กตามสัดส่วนของร่างกาย อยู่สูงกว่าผู้ใหญ่ และใช้เวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งมันจะเพิ่มความ เสี่ยงต่อการที่จะทำให้เด็กนั้นมีโรคสมาธิสั้น Autistic อาการวิตกกังวล ซึมเศร้า และมีปัญหา ทางด้านพฤติกรรมในวัยเด็ก
ทีนี้มาดูเรื่องของวัยทำงานกันบ้างดีกว่าค่ะ นอกเหนือจากนี้ผลกระทบ ทางจิตใจอีกอย่างหนึ่งที่จะเกิดเพิ่มขึ้นขึ้นมาอีก ๑ ปัจจัย นั่นก็คือความเครียดจากการ เสพข่าวท่านประธาน เราตื่นมาดูการรายงานข่าวในทุก ๆ เช้าที่เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ ของตัวเองว่ามีค่าอยู่ที่เท่าไร ส้มไหม แดงไหม หรือว่าม่วงไหม แล้วก็มานั่งกังวลค่ะว่าฝุ่นนี้ มันจะกระทบต่อลูกเรา หรือว่าพ่อแม่ที่แก่เฒ่าของเราหรือไม่ ก็จะทำให้วัยทำงานเหล่านี้ เกิดความเครียดวิตกกังวล โดยเฉพาะกับคนผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงอยู่เป็นประจำนะคะ และนอกจากนี้มีการรายงานศึกษาการค้นคว้าในประเทศไทยเรื่องความชุกของภาวะ ความเครียดของประชาชนต่อสภาวะหมอกควันของชุมชน ตำบลพระบาท อำเภอเมือง ในจังหวัดลำปางนะคะ ผลการศึกษาออกมาแล้วค่ะว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ ๖๖.๔ มีความเครียดและวิตกกังวลต่อสถานการณ์หมอกควันในระดับมากถึงมากที่สุดค่ะ หมอกควันในระดับมากถึงมากที่สุดค่ะ และมองว่าปัญหานี้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังค่ะ เนื่องจากผลกระทบอันดับแรกเลยก็คือด้านสุขภาพกาย และอันดับรองลงมาก็คือด้านสุขภาพจิต นั่นก็คือความเครียด วิตกกังวล แล้วก็ความหดหู่ ซึ่งภาวะนี้มีศัพท์ที่เรียกว่า Solastalgia หรือว่าภาวะเครียดและซึมเศร้าของมนุษย์จากการ เปลี่ยนแปลงที่เสื่อมลงของอากาศและสิ่งแวดล้อมบนโลก นอกจากนี้ฝุ่น PM2.5 ยังบังคับให้ คนจะต้องอยู่ในบ้าน อยู่ในห้อง ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมภายนอกได้ พื้นที่สีเขียว ก็ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมได้ ยิ่งทำให้คนที่ป่วยอยู่แล้วมีอาการซึมเศร้ามากขึ้นไปอีก หรือคนที่มีภาวะความเสี่ยงที่จะเป็นก็จะทำให้เขากลายมาเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้ค่ะ ถึงแม้ว่าในตอนนี้ในประเทศไทยจะยังไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 มากนักนะคะ แต่ว่าก็ยังมีบทความที่อ้างอิงจากงานวิจัยจากต่างประเทศค่ะ เช่น งานวิจัย จากสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Network Open เปิดเผยว่าผลการศึกษาข้อมูล ของชาวอเมริกันที่อยู่ในระบบแผนประกันสุขภาพของรัฐบาลอเมริกานั้น ระหว่างปี ๒๐๐๕ ถึงปี ๒๐๑๖ ผู้ที่มีอายุสูงกว่า ๖๔ ปีได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า จำนวน ๑.๕๒ ล้านคน แต่ทีนี้เมื่อทีมวิจัยนำข้อมูลมาเทียบที่อยู่อาศัย ก็พบว่าแผนที่มลพิษทางอากาศ ปรากฏว่าเขตที่มีพื้นที่มลพิษทางอากาศนั้นมีความสัมพันธ์กับจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า อย่างมีนัยสำคัญ ท่านประธานคะ สถานการณ์ที่ว่านี้ผู้ป่วยสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประชาชนมีความเครียดวิตกกังวล ถือว่ามีภาวะซึมเศร้าจากปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ สังคม ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นทั้งนั้นค่ะ ซึ่งตอนนี้ดิฉันคิดว่าฝุ่น PM2.5 นี้ ก็เปรียบเสมือนภัยเงียบที่กำลังจะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกระตุ้นให้ประเทศของเรามีผู้ป่วย ทางด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น จากเดิมตอนนี้อยู่ที่หลัก ๑๐ ล้านคนแล้วนะคะ เราไม่ควรที่จะทำ ให้เรื่องนี้ ภัยเงียบนี้เป็นเรื่องที่เงียบลงไปค่ะ อย่างน้อยข้อเสนอแนะของดิฉันนี่รัฐบาลจัดทำ งบประมาณได้ไหมคะ สนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ว่ามีส่งผลกระทบต่อ ปัญหาสุขภาพจิตของคนไทยอย่างไร ให้ประเทศไทยเรามีผลงานวิจัยที่เป็นของตัวเองได้แล้ว ไม่ต้องอ้างงานวิจัยจากต่างประเทศค่ะ ดิฉันในฐานะผู้แทนราษฎรที่พยายามผลักดันประเด็น เรื่องปัญหาสุขภาพจิตมาโดยตลอดนะคะ ถึงแม้ว่าดิฉันอาจจะเห็นว่ารัฐบาลยังไม่ได้ ให้ความสำคัญหรือว่าใส่ใจกับปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นมากนักอย่างจริงจังเท่าไร แต่ดิฉันก็ มีความหวังว่าท่านจะมุ่งแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่มันเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า อย่างจริงใจและตั้งใจนะคะ เพื่อไม่ให้สถานการณ์สุขภาพจิตของคนไทย เป็นปัญหาที่ย่ำแย่มากลงไปกว่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ