ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ชี้แจงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคเหนือ โดยเฉพาะเรื่องหน้าหนาวสั้นลงซึ่งทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จากจังหวัดเชียงใหม่ครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพกับท่านประธานท่านก็คนเชียงราย ผมก็คนเชียงใหม่ เรื่องฝุ่น PM2.5 ว่ากันตามตรง ณ วันนี้สถานการณ์ในบ้านเรายังค่อนข้างดีกว่ากรุงเทพ แต่เมื่อมีญัตตินี้เข้ามาก็ต้องพูดไว้ล่วงหน้าครับ เพราะยังคงเชื่อว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า PM2.5 ในภาคเหนือก็จะกลับมา วันนี้ผมคงไม่พูดลงไปถึงต้นเหตุของไฟแล้ว เพราะเรารู้ อยู่แล้วว่ามาจากไฟข้ามแดน ไฟเพื่อนบ้าน ไฟการเกษตร ไฟป่าต่าง ๆ นานา แต่ผมได้รับ มอบหมายให้พูดถึงเรื่องของการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ เชียงใหม่ เชียงราย พึ่งพา การท่องเที่ยวนะครับ ในความรู้สึกของเรา ในความรู้สึกของท่านประธาน ช่วงฤดูกาลที่คนไป ท่องเที่ยวภาคเหนือที่สุดก็คือช่วงหน้าหนาว อันนั้นคือในความรู้สึกนะครับ ผมก็มีข้อมูล ที่จะมาทำให้ท่านประธานได้เห็นว่าความรู้สึกของเรานั้นเป็นจริง สไลด์แรกมาได้เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ถ้าเราดูจำนวนนักท่องเที่ยว ในปี ๒๐๑๙ ก่อนโควิดนะครับ อันนี้เป็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงหน้า High เราก็จะเห็นว่าช่วงเดือนธันวาคม มกราคม นักท่องเที่ยวตอนนั้นมีประมาณ ๗ ล้านกว่าคน ถ้าเทียบกับช่วง Low สุด ๆ มีนักท่องเที่ยวประมาณ ๓ ล้านคน อันนี้เป็นข้อพิสูจน์หนึ่งว่า ภาคเหนือเราพึ่งพาการท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาว แต่ความท้าทายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มันมีข้อมูลงานวิจัยจาก TDRI ว่าสภาพแวดล้อม สภาพอากาศของโลกเรามันทำให้หน้าหนาว ของเราสั้นลง เมื่อหน้าหนาวของเราสั้นลงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวของภาคเหนือของ เราคืออะไรครับ ช่วงเวลาที่จะทำให้คนอยากมาเที่ยวมันก็สั้นลง ช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการ จะกอบโกยรายได้มันก็สั้นลง อันนั้นคือความท้าทายที่ ๑
ความท้าทายที่ ๒ คือเรื่อง PM2.5 ภาพบนคือสถิติฝุ่นที่เกิดขึ้นในกรุงเทพ ซึ่งเมื่อสักครู่คุณหมอวาโยได้พูดไปแล้วของกรุงเทพฯ แต่ภาพล่างคือสถิติการเกิดฝุ่นพิษของ เชียงใหม่ในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ท่านเห็นไหมครับมันเกิดซ้ำ ๆ กันในช่วงมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน ซ้ำกันอยู่แบบนี้ทุกปี ไม่อาจเรียกเป็นสถานการณ์นะครับ สำหรับคนภาคเหนืออย่างเรา เราเรียกว่าฤดูฝุ่น ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าอย่างไรมันก็ยังมา แล้วปีนี้ ก็น่าจะมา เมื่อเราเอาจำนวนนักท่องเที่ยวเส้นสีส้มมาเทียบกับฤดูกาลเกิดฝุ่น ท่านเห็นไหมว่า การท่องเที่ยวของภาคเหนือเรามันกระจุกตัวอยู่ในหน้าหนาว ซึ่งมันก็ตรงกับฤดูฝุ่นพอดีเลย คนเชียงใหม่เราบอกว่าเรามีหน้า High อยู่แค่ ๔ เดือน ที่เหลือคือ Low หมด หารายได้ แทบไม่ได้นะครับ แต่การที่เกิดฝุ่นซ้ำ ๆ อยู่แบบนี้มันทำให้ช่วงเวลาหน้า High สั้นลง ๆ เรื่อย ๆ ผมรับประกันถ้าถามผู้ประกอบการเชียงใหม่ ณ ตอนนี้ ยอดจองที่พักช่วงเดือนนี้ ดีครับ แต่กุมภาพันธ์ มีนาคม มั่นใจได้เลยว่ายอดจองยังมาไม่ถึง ๓๐ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ เพราะความกังวลเรื่องฝุ่น ท่านประธานครับ ผมคิดว่ารัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญกับการ ท่องเที่ยว มีนโยบายพูดกันมาตั้งแต่ต้นว่าฟรี Visa อยากทำให้ไทยเป็นที่จัดงาน Event Festival ระดับโลก อยากทำให้เราเป็น Hub การเดินทางต่าง ๆ พยายามทำสื่อสาร Soft Power ล่าสุดพยายามทำ Entertainment Complex สิ่งเหล่านี้ประชาชนรู้ครับว่า โอเครัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว สิ่งที่ผมอยากเห็น ปัญหา PM2.5 ที่มันกระทบกับคนเชียงใหม่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในภาคเหนือ เราอยากเห็นการให้ความสำคัญให้ความพยายามกับเรื่องนี้ให้มันเทียบเท่าได้กับความ พยายามเหมือนที่ท่านจะทำ Entertainment Complex นะครับ คือคิดแบบติดตลกนะครับ ท่านไม่ตั้งใจหรือไม่รู้วิธีแก้ PM2.5 ท่านเลยจะแบบทำ Entertainment Complex เพื่อให้นักท่องเที่ยวไปหลบฝุ่นอยู่ในกาสิโน เรื่องนี้พูดกันอย่าง ตรง ๆ ไม่เสียหายด้วย ท่านนายก ท่านอดีตนายกด้วยความเคารพนะครับ ท่านคนเชียงใหม่ ท่านน่าจะเข้าใจความรู้สึกของพี่น้องคนเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี เราแทบจะไม่คาดหวังอะไร เลยครับนอกจากการแก้ปัญหา PM2.5 นะครับ ผมอยากจะทิ้งท้ายไว้แบบนี้ ถ้าผมมาว่าท่าน อย่างเดียวมันก็คงจะไม่ถูกต้องเท่าไร ก็มีข้อเสนอบางประการที่ภาคการท่องเที่ยวอาจจะทำ ได้นะครับ ขอสไลด์สุดท้ายนะครับ ลำพังแค่หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวไปแก้เรื่อง PM2.5 ไม่ได้เพราะการท่องเที่ยวหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของประเทศเราทำได้แค่การ Marketing ส่งเสริมการตลาด โฆษณา จัด Event ประชาสัมพันธ์นะครับ แต่ก็มีข้อเสนอ เช่น การกระจายการท่องเที่ยวให้ไปหน้า Low มากขึ้นนะครับ การทำการตลาดมีอยู่แล้ว แต่ว่าการกระจายออกไปนั้นหมายถึงว่าหน่วยงานอื่นก็ต้องไปลงทุน ปรับปรุง พัฒนาแหล่ง ท่องเที่ยวต่าง ๆ ออกไปด้วยนะครับ นั่นหมายถึงไปส่งเสริมเมืองรอง เมืองน่าเที่ยวอื่นที่จะ เป็นการกระจายนักท่องเที่ยวออกไปไม่ให้เกิดการแออัด อีกข้อหนึ่งคือระบบขนส่งสาธารณะ ในเมืองใหญ่ ท่านประธานครับ คนเชียงใหม่ คนภูเก็ต ทุกวันนี้รถติดขึ้นเรื่อย ๆ ยังไม่ต้องถึง ช่วงท่องเที่ยวขนาดนั้นก็ได้ ล่าสุดก็มีข่าวว่าเชียงใหม่รถติดอันดับแซงกรุงเทพมหานคร ระบบขนส่งสาธารณะ ผมไม่ได้บอกว่าต้องลงทุนอะไรมากมายขนาดใหญ่นะครับ แค่จัดการมีรถไฟฟ้า จัดการเส้นทาง จัดการรู้ที่มันตอบโจทย์ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ เท่านี้เองมันก็ช่วยบรรเทาได้ แล้วข้อสุดท้าย กรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยว ของเรามีมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ เยอะนะครับ ๕๖ มาตรฐาน มาตรฐานเหล่านี้ ก็ถูกใช้ในแง่ของเอา Sticker ไปให้ได้รับการรับรองนะ ท่านจะได้รับการส่งเสริมมากขึ้น แต่มันไม่มีผลบังคับใช้ด้านกฎหมายใด ๆ ผมก็อยากจะเสนอข้อเสนอนี้ให้กับกรมการ ท่องเที่ยวนะครับว่าให้นำ ๕๖ มาตรฐานนั้นมาปรับปรุงหน่อย เพิ่มมิติด้านสิ่งแวดล้อมเข้าไป แล้วหยิบจับบ้างมาตรฐานที่จำเป็นจริง ๆ ที่จะส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวเราไม่ไปเป็นปัจจัย หนึ่งของปัญหาสิ่งแวดล้อมนะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานนะครับ ท่านคน เชียงราย ผมคนเชียงใหม่ อยากให้แก้เรื่อง PM2.5 นะครับ ขอบพระคุณครับ