ศนิวาร อภิปรายฝุ่นพิษ PM2.5 กระทบสุขภาพคนไทย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘

ศนิวาร บัวบาน อภิปรายเรื่องฝุ่นพิษ PM2.5 ที่เกิดจากการเผาไหม้ภาคเกษตร โดยเฉพาะฟางข้าว และเสนอแนวทางแก้ไข 3 ลด ได้แก่ ลดการขังน้ำในนา ลดการใช้ปุ๋ยเคมีเกินความจำเป็น และลดการเผาฟาง โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการใช้ฟางไถกลบหรือแปรรูปเป็นพลังงาน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณเพื่อส่งเสริมเกษตรกรเลิกเผา

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดิฉันต้องขออนุญาตใส่แมสก์อภิปรายนะคะ ท่านประธาน ไม่ทราบว่า ท่านประธานได้ยินดิฉันชัดเจนไหมคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน คือที่ดิฉันต้องใส่แมสก์ ไม่ใช่เพราะ Gimmick หรืออะไรนะคะ แต่เป็นเพราะดิฉันภูมิแพ้กำเริบจากฝุ่นพิษ PM2.5 แล้วก็ไม่ใช่เพียงแค่ดิฉันที่เกิดภาวะผลกระทบจากฝุ่นพิษนี้ ประชาชนที่อยู่ภายนอกอาคาร รัฐสภาล้วนแล้วแต่เดือดร้อนจากภัยวิกฤตินี้ถ้วนทั่วกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งผู้ที่ทำงาน กลางแจ้ง ลูกเล็กเด็กแดง ผู้สูงอายุ คนจนเมืองอย่างที่เพื่อน สส. ดิฉันได้อภิปรายไปในข้างต้น กลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ได้รับ ผลกระทบหมดค่ะ งานวิจัยนะคะท่านประธาน ดิฉันเคยอ่านงานวิจัยรายงานว่า อายุไขเฉลี่ย ของคนไทยในอีก ๒๕ ปีข้างหน้าจะมีแนวโน้มเป็นไปตามอายุไขเฉลี่ยของประชากรโลก ซึ่งจะ มีอายุไขเฉลี่ยประมาณ ๗๗ ปี ในขณะที่คนไทยจะมีอายุไขเฉลี่ยในอีก ๒๕ ปีข้างหน้านี้ ๘๐ ปี แต่พอมา ณ ตอนนี้ดิฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่างานวิจัยชิ้นนั้นควรที่จะทำการศึกษาวิจัย ใหม่หรือไม่ ถ้าเกิดประชาชนคนไทยยังดำรงอาศัยอยู่ในภาวะที่เต็มไปด้วยมลพิษแบบนี้นะคะ คือการที่จะจัดการกับฝุ่นพิษ PM2.5 จะต้องจัดการที่ต้นตอ และแน่นอนค่ะแต่ละพื้นที่ก็จะมี สาเหตุการเกิดฝุ่นพิษที่แตกต่างกัน จากผลการศึกษาของเจน ชาญณรงค์ และคณะ ๒๕๖๔ พบว่าเขาได้สำรวจพื้นที่เผาไหม้ซ้ำซากทั้งหมดเกือบ ๑๐ ล้านไร่ พบว่าเป็นพื้นที่ป่า มากกว่าครึ่งประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นภาคเกษตรประมาณ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๑ ใน ๓ จากการเผาไหม้ทั้งหมด แล้วถ้าเกิดเราเจาะลึกในเรื่องของการ เผาไหม้ในภาคเกษตร เราจะพบว่าพื้นที่นาข้าวเป็นพื้นที่ที่มีการเผาไหม้มากที่สุด นั่นคือ ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยไร่ข้าวโพด แล้วก็พื้นที่เกษตรอื่น ๆ อีกนะคะ ต้องบอก อย่างนี้ค่ะว่าประเทศไทยมีฟางที่เหลือจากการทำนาแล้วประมาณ ๓๐ ล้านตันต่อปี มีการ นำไปใช้ประโยชน์เพียงแค่ประมาณ ๖.๔ ล้านตันต่อปีเท่านั้น ที่เหลือนำไปไหนคะ ที่เหลือ ก็นำไปเผาค่ะ ก็คือประมาณเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของฟางที่ได้จากการทำนาถูกนำไปเผา คือนอกจากเจ้าฝุ่นจิ๋ว PM2.5 จะส่งผลต่อสุขภาพเราแล้ว Black คาร์บอน หรือภาษาไทย ที่เรียกว่าผงฝุ่นเขม่าดำที่เป็นองค์ประกอบหลักของฝุ่น PM2.5 ก็ยังเป็นหนึ่งในกลุ่ม สารมลพิษที่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย คือมันส่งผลให้เกิดภาวะ โลกร้อน โลกรวน แล้วก็สภาพอากาศสุดขั้ว ถ้าร้อนก็ร้อนจัด หนาวก็หนาวจัดแบบที่เรา ประสบกันอยู่ตอนนี้ค่ะ ดิฉันจึงขอเสนอการปลูกข้าวลดโลกร้อน ประกอบไปด้วย ๓ ลดค่ะ ลดอะไรบ้างนะคะ อันดับแรกลดการขังน้ำในนาซึ่งจะก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เกินความจำเป็น และลดการเผาฟางในนาข้าว โดยในที่นี้ดิฉันจะขอเน้นย้ำไปที่การลด การเผาฟางในนาข้าวซึ่งจะเป็นบ่อเกิดของ PM2.5 คือถ้าเกิดเราลดการเผาฟางแล้ว นอกจากจะลดฝุ่นซึ่งจะดีต่อสุขภาพแล้วก็ยังดีต่อโลกเพราะ Black คาร์บอนก็จะลดลงตาม ไปด้วยค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเรามีด้วยกัน ๒ ทางเลือกด้วยกัน ก็คือว่าฟางที่ได้จากการทำนา สามารถนำไปไถกลบตอซังแล้วก็ฟางข้าวได้โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพจะช่วย ย่นระยะเวลาการย่อยสลายของตอซังลงเหลือประมาณ ๗-๑๕ วัน หลังจากนั้นเกษตรกรก็จะ สามารถไถนาปั่นฟางได้ ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นการช่วยการปรับปรุงดินสำหรับที่จัดการทำนา รอบถัดไปได้อีกด้วยค่ะ นอกจากนั้นเรายังสามารถเก็บรวบรวมฟางมาใช้ประโยชน์อีกได้ อันนี้จะเหมาะสำหรับเกษตรกรที่ทำปศุสัตว์ อาจจะอัดก้อนฟางแล้วก็สามารถนำไปใช้ ประโยชน์ในอนาคตนะคะ นอกจากนั้นเรายังสามารถใช้เครื่องจักรบดแล้วก็สับ แล้วก็ทำมัน ออกมาให้เป็นเชื้อเพลิงอัดเม็ดแล้วส่งต่อไปยังโรงไฟฟ้าชีวมวลได้อีกด้วยค่ะ และเมื่อตอนต้น เพื่อน สส. ฝ่ายรัฐบาลบอกว่าจะต้องอาศัยระยะเวลา จะต้องมีการพูดคุยกับเกษตรกร จะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ท่านคะ คือพรรคเราได้ลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรแล้ว เกษตรกรก็ยินดีที่จะทำ คือถ้าเกิดเขามีทางเลือกเขาก็ไม่เลือกที่จะเผาหรอกค่ะ และทั้งนี้ ทั้งนั้นมีชุมชนที่ทำแล้วประสบความสำเร็จแล้วด้วย เช่น ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดชัยนาท เป็นต้น ถ้าทางฝั่งรัฐบาลอยากดูรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ Think Forward Center ของพรรคเราค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นค่ะรัฐบาลอาจจะต้องให้เงินสนับสนุนเล็กน้อย โดยอาจจะเป็นเงินสนับสนุนแบบมีเงื่อนไข อย่างเช่นว่า ถ้าเกิดเขาทำนาลดการเผาจะได้เงิน สนับสนุน เป็นต้น หรืออาจจะสนับสนุนผู้ประกอบการรถเกี่ยวนวดข้าวให้ติดชุดอุปกรณ์ กระจายฟาง ก็จะช่วยลดเงื่อนไขในการเผาได้ค่ะ ดิฉันและเพื่อน สส. พรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะทำอย่างจริงจังเสียทีนะคะ ไม่ใช่น้ำท่วมทีก็จะต้องมาตั้ง ญัตติด่วนหารือกันที ฝุ่นพิษมาทีก็ต้องมาตั้งญัตติด่วนหารือกันที ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องมาตั้ง ญัตติด่วนแบบนี้ร่ำไปนะคะ ขอเถอะค่ะ ลดการเผาฟางไม่ใช่เพียงแค่รณรงค์แบบไฟไหม้ฟาง อีกต่อไปขอบคุณค่ะท่านประธาน