วาโย อัศวรุ่งเรือง นำเสนอวาระแห่งชาติเรื่องฝุ่น PM2.5 โดยเปิดคลิปภาพประกอบเพื่อชี้แจงสถานการณ์และวิจารณ์ความล่าช้าในการเก็บข้อมูลคุณภาพอากาศย้อนหลัง ๑๕ ปี วาโย อัศวรุ่งเรือง ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยยังติดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน PM2.5 ขั้นต่ำ และตั้งข้อสังเกตว่าการประชุมเพื่อประกาศพื้นที่สีแดงยังไม่ทันการณ์ ทำให้ไม่สามารถออกมาตรการป้องกันล่วงหน้าได้
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ พรรคประชาชนครับท่านประธาน กับปัญหาวาระแห่งชาติในวันนี้นะครับ PM2.5 สไลด์ขึ้นได้เลย
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผมเชื่อว่าวาระเรื่องนี้เราค้าง กันมาตั้งแต่สมัยสภาชุดที่ ๒๕ แล้ว จนตอนนี้เป็นชุดที่ ๒๖ นะครับ ปัญหานี้ก็ยังคงอยู่เสมือน หนึ่งว่าเรายังไม่เคยได้เปลี่ยนรัฐบาลกันเลย ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วนายกรัฐมนตรีเปลี่ยน ไปแล้ว ๓ คนจนถึงปัจจุบัน ข้อมูลต่าง ๆ อย่างที่ผมนำแผ่นฉายขึ้นแสดงในที่ประชุมแห่งนี้ ก็จะเห็นว่าข้อมูลเราย้อนหลัง ท่านประธาน เก็บกันนี่ไม่ใช่แค่ไม่กี่ปี เก็บกันแค่ไม่ใช่ไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน นี่ย้อนหลังไป ๑๕ ปี ถามว่าข้อมูลที่ย้อนหลังไป ๑๕ ปีหน้าตาในแต่ละปีนั้น แตกต่างกันโดยที่ทำให้เราไม่สามารถออกมาตรการใด ๆ หรือพยากรณ์ใด ๆ หรือจะทำอะไร ที่จะปกป้องประชาชนของเราในแต่ละช่วงเวลาได้เลยหรือ ท่านประธานย้อนดูไปเกือบ ๑๐ ปี ย้อนดูไป ๑๐ กว่าปีที่แล้วเราก็เห็นกันอยู่ว่า PM2.5 ที่มันเกิดปัญหาขึ้นในประเทศไทย มันก็เกิดตอนต้นปี แล้วก็ตอนปลายปี หลัก ๆ สาเหตุเราก็รู้ว่ามันมาจากไหน จากการเผา ในพื้นที่เกษตรอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดกันไป แล้วถามว่าในวันที่มันเป็นสีส้ม ในวันที่มันเป็นสีแดง ขอแค่การแก้ปัญหาปลายเหตุให้กับพี่น้องประชาชนมีบ้างหรือเปล่า สไลด์ถัดไปครับ มาดูข้อมูลที่มันเป็นตัวเลขที่มันเป็นหลักเป็นเกณฑ์ในเรื่องของวิทยาศาสตร์ ในเรื่องของสาธารณสุขกันหน่อย ท่านประธานครับ เป้าหมายเขามีเอาไว้ให้เดินไปถึง ไม่ใช่ เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ลอย ๆ ทำไม่ได้แล้วขยับเป้าหมายต่อไป แล้วบอกว่าฉันจะทำให้ได้ อันนี้ เป็นคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก ท่านประธาน WHO เป้าหมายคือช่องขวาสุดค่า PM2.5 เฉลี่ยต่อปีไม่ควรเกิน ๕ ๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อวัน ไม่ควรเกิน ๑๕ แต่ละ ขั้นตอนก็คือขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓ ขั้นตอนที่ ๔ ก็คือ Interim กว่าจะไปถึง เป้าหมายได้นี้ประเทศไทยติดแหง็กอยู่ตรงขั้นตอนที่ ๒ มานานมาก เพิ่งจะปรับเป็นขั้นตอนที่ ๓ Interim ที่ ๓ เมื่อไม่นานมานี้ แต่ถามว่าตอนที่เราปรับจาก ๒ มาเป็น ๓ แปลว่าเรา ประสบผลสำเร็จจาก ๒ เป็น ๓ ไหม จาก ป. ๒ ขึ้น ป. ๓ สอบผ่านหรือเปล่า ต้องบอกว่า เปล่า สอบตก แต่ครูดันให้ผ่านขึ้นมา สอบยังไม่ผ่าน ป. ๒ ขอขึ้น ป. ๓ มาแล้ว บอกว่าฉัน นักเรียนชั้น ป. ๓ จะตั้งเป้าหมายค่า PM2.5 ต่อปีให้ได้ไม่เกิน ๑๕ ต่อวันให้ได้ไม่เกิน ๓๗.๕ ปรากฏข้อมูลออกมาท่านประธานรู้ไหมของเราเท่าไร เกินกว่าค่ามาตรฐาน คือเป้าหมายไป ๔.๗ เท่า สไลด์ถัดไปครับ อย่างที่ผมบอกว่าเกณฑ์ปัจจุบันเราใช้ Interim ที่ ๓ หรือ ป. ๓ เกณฑ์ปัจจุบันคือ ๓๗.๕ เป้าหมายเอาแค่ ณ ปัจจุบันนี้ ๓๗.๕ ก็ยังเกิน จะต้องสอบผ่าน ระดับชั้นมหาวิทยาลัยจะต้องเอา ๑๕ ยอมรับกันได้ ท่านประธานว่าในแต่ละปีมันอาจจะมี ช่วงวงสวิงที่มันอาจจะเลยเถิดไปบ้าง เขาให้กันไม่เกิน ๓ ๔ วันเท่านั้นล่ะ ท่านประธานทราบ ไหมครับว่า ระดับ PM2.5 ของประเทศไทยเราที่เกินกว่าระดับเป้าหมายของขั้น ป. ๓ ๓๗.๕ เอาแค่ปีที่ผ่านมาท่านประธานคิดว่าเกินไปกี่วัน เกินไปกี่ ๑๐ วันก็ได้ ไม่ใช่ ท่านประธานดู เกินไป ๑๒๐ วัน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งยังไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงด้วย เป็นเป้าหมายกำลังคลำทางไปแต่ยังเกินเป้าหมายไป ๑๒๐ วัน การจะตั้งเกณฑ์ ท่านประธาน ตั้งเกณฑ์วันนี้เมื่อตอน ๑๐ โมงผมฟังข่าวอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสมศักดิ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านประชุมน่าจะเมื่อวาน วันนี้ก็มีข่าวออกมา ประชุมกับคณะกรรมการควบคุมโรค ตั้งเกณฑ์ขึ้นมาว่าพื้นที่สีแดงค่า PM2.5 ถ้าเกินค่า ๗๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรติดต่อกันเกินกว่า ๓ วันให้ประกาศพื้นที่สีแดงเลย ให้ผู้ว่า ต่าง ๆ สามารถมีอำนาจปิดโรงเรียน ปิดหน่วยราชการ ให้ Work from Home มีคำสั่ง ต่าง ๆ ได้มากมาย แต่จากการประชุมท่านประธาน ยังไม่ปรากฏว่ามีพื้นที่ไหนเลยใน ประเทศไทยในวันนี้ที่เป็นพื้นที่สีแดง เพราะยังไม่เกิน ๓ วัน เพราะอะไรรู้ไหมท่านประธาน เพราะที่มันหนักมันเกิดเมื่อวาน เมื่อวานซืน ก็ผ่านมา ๒ วัน วันนี้เป็นวันที่ ๓ จากข้อมูล ท่านแถลงท่านบอกว่า ในช่วงกรุงเทพมหานครตรงนี้มันเป็นพื้นที่ลุ่มภาคกลาง ท่านประธาน ตอนนี้อากาศมันหนัก ลมมันน้อย แล้วก็มีเผามีอะไรไหลกันมา อากาศมันก็อยู่ตรงนี้ ลมมันจะเริ่มมาหลังจากวันที่ ๒๕ เป็นต้นไป เมื่อวานหนักคือวันที่ ๒๒ เริ่มต้นมาประมาณ สักวันที่ ๒๑ ท่านรัฐมนตรีประชุมเมื่อวานมันก็เลยเป็นวัน ๒ วันนี้วันที่ ๓ เลยยังไม่ปรากฏ ติดต่อกันเกิน ๓ วัน แต่นับไปถึงวันที่ ๒๕ นี่มัน ๕ วัน ท่านประธาน ผมถามว่าเอาแค่ข้อมูล แค่นี้ท่านคาดการณ์ล่วงหน้าได้ไหม ท่านมีมาตรการล่วงหน้าได้ไหมที่จะให้พี่น้องประชาชน ได้มั่นใจว่าฉันจะได้รับการบริการอย่างไรจากรัฐบาลในยุคที่การพยากรณ์อากาศเขาคำนวณ ล่วงหน้ากันเป็นเดือนเป็นปี ค่า PM2.5 ค่าคุณภาพอากาศเรารู้หมดว่ามันมาจากไหน มาจาก แผ่นดินจีน มาจากประเทศนั้นประเทศนี้ ลมมันเคลื่อนตัวด้วยความเร็วเท่าไร ต่างประเทศ เขาคำนวณกันหมด ท่านประธานว่าสัปดาห์หน้านี่วันพุธ PM2.5 มันเท่าไร ประเทศเรา ไม่ทำเลย เมื่อวานท่านประธาน ผมพบว่าค่า PM2.5 ไม่ใช่ค่า AQI นะ ค่า PM2.5 ในหลาย พื้นที่เกินกว่า ๑๐๐ ขึ้นไป รัฐมนตรีบอกว่าค่าเกิน ๗๕ ถือว่าอันตราย ในทางการแพทย์ เราจะมีค่าที่เราคุยกับคนไข้ง่าย ๆ ก็คือค่าเจ็บได้ เกิน ๗๕ มันเจ็บได้แล้ว เกิน ๑๐๐ เริ่ม เจ็บหนัก เกิน ๑๕๐ นี่ตายได้ เมื่อเช้าเพื่อนสมาชิกผมเดินไปวัดเครื่อง PM2.5 ตรงทางเดิน เชื่อมอาคารเราได้ ๑๗๐ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็ก ผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วย ด้วยโรคหลอดเลือดสมอง และผู้ป่วยด้วยระบบทางเดินหายใจเหล่านี้อันตรายมาก ท่านประธาน เรียกว่าถึงค่าวิกฤติที่สามารถตายได้ แต่ยังไม่มีใครแจ้งเตือนอะไรผมเลย มือถือ ผมนี่ดังกริ๊งกรั๊ง กริ๊งกรั๊ง กริ๊งกรั๊ง มีแต่เอสเอ็มเอสเข้ามาบอกว่าให้กู้เงินได้ให้กดลิงค์ แต่เอสเอ็มเอสที่เป็นการแจ้งเตือนจากรัฐบาลว่า คุณเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือเปล่า สตรี มีครรภ์ไหม อายุเท่านี้อย่าออกจากบ้านอันตรายหลายอย่าง ไม่มี แล้วเราจะทำกันอย่างไร ขอฝาก ท่านประธานครับ มาตรการระยะสั้น มาตรการระยะยาว ตั้ง Command Center ขึ้นมาเลย แล้วประกาศปรับเกณฑ์ให้มันชัดเจน พยากรณ์ล่วงหน้าไปเลยว่าสัปดาห์หน้านี้ท่านจะ ออกนโยบายอย่างไร โรงเรียนไหนจะต้องปิด พื้นที่ไหนจะต้องไม่ควรออกจากบ้าน สั่งการไปที่สถานพยาบาลครับ ตอนนี้หน้าโรงพยาบาล PM2.5 ๑๒๐ ท่านคิดว่า ในโรงพยาบาลนี้ปลอดภัยไหม ในโรงพยาบาลตรวจออกมาได้เท่าไรได้ ๘๐ อันตรายอยู่ดี ผู้ป่วยเข้ามาก็ยังได้รับ PM2.5 ดูดเข้าไป ห้อง Positive Pressure ก็ไม่พอ ระยะยาว Clean Air Act ไปถึงไหน Transboundary Haze Pollution Act ไปถึงไหน Clean Air Committee ตั้งหรือยัง เป้าหมายตาม WHO ท่านจะทำให้ได้จริงหรือเปล่า ภายในกี่ปีไม่มีบอก ผ่านจาก ป. ๓ ไป ป. ๔ จะสอบผ่านไหม หรือจะขึ้นไปเฉย ๆ Health Literacy ต้องบอกกับ ประชาชนให้มีความตื่นรู้ และสุดท้ายคือการจัดสรรงบประมาณในระยะยาวให้กับหน่วยงาน ต่าง ๆ แล้วก็สถานพยาบาลเขาได้เตรียมทรัพยากรในการเตรียมรับมือกับสถานการณ์วิกฤติ ที่มันเกิดทุกปีในช่วงปลายปีแล้วก็ต้นปี ฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วยครับ ขอบคุณครับ