รชตะ ด่านกุล หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมโคนมและผลิตภัณฑ์นม โดยเสนอให้มีการปรับราคากลางรับซื้อนมโคและผลิตภัณฑ์นมให้สอดคล้องกับต้นทุน ที่แท้จริง นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้สนับสนุนให้นักเรียนได้ดื่มนมครบ 365 วัน และขยายถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือ ม. 3 เป็นภาคบังคับ และกำหนดประกาศหลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริมนมของโรงเรียน นอกจากนี้ยังเสนอให้ยกเลิกคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน และจัดตั้งคณะอนุกรรมการอาหารเสริม นมโรงเรียน เพื่อลดปัญหาความซ้ำซ้อนของการดำเนินการและขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการปรับราคาน้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์นม และเสนอให้เปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใส
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม รชตะ ด่านกุล นครราชสีมา เขต ๑๕ พรรคเพื่อไทย ประเทศไทย นะครับท่านประธาน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ขึ้นทะเบียนทั้งสิ้น ๑๕,๗๕๙ ราย ซึ่งลดลงจาก ปี ๒๕๖๖ ถึง ๖,๗๓๘ ราย โดยมีโคนมท้องอยู่ที่ ๕๖๘,๑๐๐ ตัว มีอัตราการผลิตน้ำนมอยู่ที่ ๑.๒-๑.๕ ล้านตันต่อปี มูลค่าทางเศรษฐกิจเมื่อเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมปี ๒๕๖๗ อยู่ที่ ๒๐,๖๐๐ ล้านบาท จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม จะต้องเป็นการจัดทำขึ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์และความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรและ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมทั้งระบบ รวมถึงที่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตน้ำนมโคในประเทศให้มีคุณภาพและสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ดังนั้นในการ ดำเนินการให้สัมฤทธิ์ผลเราจึงมีความจำเป็นต้องให้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ Milk Board เป็นผู้กำหนดแนวทางการบริหารการกำหนดนโยบาย แผนการดำเนินงาน และมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมทั้งระบบ แต่ท่านประธานครับ อย่างไรก็ดี พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์โคนม ฉบับปี ๒๕๕๑ ที่บังคับใช้อยู่ในขณะนี้ ไม่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ผมจึงเห็นสมควรให้มีความเห็นให้เพิ่มเติม แก้ไของค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ขออนุญาตว่าเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๖ ท่านไชยา พรหมา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของพรรคเพื่อไทย ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ ท่านได้รับฟังปัญหา และอุปสรรค ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ จากการปรึกษาหารือนั้นมีแนวทางแก้ไขปัญหาดังนี้ครับท่านประธาน
๑. การปรับราคากลางรับซื้อนมโคและผลิตภัณฑ์นมให้สอดคล้องกับต้นทุน ที่แท้จริง
๒. ข้อนี้สำคัญครับท่านประธานสนับสนุนให้นักเรียนได้ดื่มนมครบ ๓๖๕ วัน และขยายถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หรือ ม. ๓ เป็นภาคบังคับ
๓. การกำหนดประกาศหลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริมนมของโรงเรียน ประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย ๖ เดือน
๔. ประกาศหลักเกณฑ์ ควรทำประชาพิจารณ์รับฟังข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วน อย่างเปิดเผย
๕. สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้สามารถประกอบกิจการ ได้อย่างยั่งยืน
ท่านประธานครับ ต่อมารัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พี่น้องประชาชนได้ปรึกษา หารือร่วมกันได้มีมติให้ปรับราคาน้ำนมดิบขึ้นเป็น ๒๒.๗๕ บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้น ๒.๒๕ บาทต่อกิโลกรัม เพื่อลดภาระต้นทุนให้กับเกษตรกรโคนม ซึ่งมีการปรับราคาขึ้น ในวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๗ จะเห็นว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง แต่ท่านประธานครับ จากการปรับราคาน้ำนมดิบนั้นก็ทำให้ผู้ผลิตนม Pasteurized ต่าง ๆ ก็ขอปรับราคานม เพื่อการพาณิชย์ขึ้นด้วย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางสหกรณ์โคนมที่ผลิตอาหารเสริม นมโรงเรียนไม่ได้ปรับราคาขึ้น ฉะนั้นเรื่องนี้ทางรัฐบาลเองก็ได้นำปัญหานี้เข้าไปสู่ การพิจารณา จนในวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ รัฐบาลโดยการนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร มีมติประกาศปรับราคาโครงการนมโรงเรียนขึ้นหน่วยละ ๔๖ สตางค์ เป็นเงินทั้งสิ้น ของงบประมาณปี ๒๕๖๗ ก็คือ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ จากปัญหา ที่เกิดขึ้นผมได้มีโอกาสประชุมร่วมกับพี่น้องเกษตรกรโคนมในพื้นที่ทั้งสหกรณ์โคนม อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมฟังปัญหาและการแก้ไขจึงมีความเห็นว่า ควรจะแก้ไขร่าง พ.ร.บ. โคนม ผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ โดยมี ๓ ข้อ ดังต่อไปนี้
๑. เห็นควรยกเลิกคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน โดยให้ คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมหรือ Milk Board จัดตั้งคณะอนุกรรมการอาหารเสริม นมโรงเรียนแทน ซึ่งในคณะกรรมการต้องเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมนมนั่งอยู่ด้วย เพื่อลดปัญหาความซ้ำซ้อนของการดำเนินการอันเกี่ยวข้องกับโคนมและผลิตภัณฑ์นม รวมทั้ง ขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการปรับราคาน้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์นมให้มีความสอดคล้องกัน ทั้งระบบ และลดปัญหาการแบกรับต้นทุนของเกษตรกรโคนม และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม ครับท่านประธาน
๒. เห็นควรเพิ่มเติมและแก้ไขหลักการใหม่และการเพิ่มบทนิยาม รวมถึง ปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ตลอดจนองค์ประกอบซึ่งสำคัญมาก คือของคณะอนุกรรมการ หรือคณะที่แต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติดังกล่าว
๓. เห็นควรมีการกำหนดให้เปิดเผย เผยแพร่รายงานการประชุม รวมถึง ผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้การปรับปรุงกฎหมายและดำเนินการที่เสนอข้างต้น ผมเชื่อว่าจะช่วย เสริมสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรโคนม และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมรายย่อยได้ ในระยะยาว ขอบพระคุณครับท่านประธาน