ณัฐวุฒิ อภิปราย สสส. ระบุเด็กสูบบุหรี่ไฟฟ้าพุ่ง 5 เท่า ชี้ปัญหาพัฒนาการล่าช้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗

ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายรายงานประจำปี 2466 ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเน้นประเด็นเด็กและเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งมีอัตราสูงขึ้นถึง 5 เท่า และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตาม พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ รวมถึงสร้างพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองของเด็ก นอกจากนี้ ยังชี้ว่ารายงานการพัฒนาเด็กปฐมวัยสะท้อนปัญหาพัฒนาการล่าช้าของเด็กไทย 0-5 ปี และเรียกร้องให้ สสส. สนับสนุนโครงการที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ปัญหา

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัด อ่างทอง ท่านประธานครับ ถ้าเป่ดเทอมวันแรกไม่พูดอะไรหัวใจก็คงว้าวุ่นน่าดูนะครับ ฉะนั้น ก็คงต้องขออนุญาตที่จะมีส่วนร่วมในการอภิปรายต่อรายงานประจำป้ ๒๔๖๖ ของกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. แน่นอนครับในฐานะที่เคยทำงานด้านเด็กและ เยาวชนผมเองก็คงต้องพูดถึงประเด็นเรื่องของเด็กและเยาวชนเปึนหลัก แต่อย่างไรก็ตามนั้น เวลาที่เราพูดถึงเรื่องเด็กและเยาวชนนั้นมันมีหลายประเด็นที่เปึนผลโดยตรง หรือเปึนผล โดยอ้อมต่อเด็กและเยาวชน ท่านประธานครับ ถ้าสดับตรับฟังจากที่เพื่อนสมาชิกอภิปราย กันมาไม่น้อยทีเดียวที่พูดถึงเรื่องสถานการณ์เรื่องของการสูบบุหรี่ ไม่ว่าจะเปึนบุหรี่ที่เปึนตัว หรือบุหรี่ในรูปแบบใหม่ที่เรียกกันว่าบุหรี่ไฟฟัา แน่นอนพวกเราเองก็คงไม่ปฏิเสธการดำรงอยู่ หรือความมีอยู่ของบุหรี่ดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามข้อเสนอหรือข้อมูลที่ทาง สสส. ได้ ดำเนินการจัดทำไม่ว่าจะเปึนข้อมูลหรือโครงการที่ดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่นั้นมีอยู่ หลายส่วนที่น่าสนใจครับ ด้านหนึ่งก็คือว่ามีข้อมูลที่สะท้อนที่ทำให้เห็นว่าในสถานการณ์ หลาย ๆ ป้ที่ผ่านมานี้อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก ๑๐ ล้านกว่าคน มาเปึนที่ ๙ ล้านกว่าคน แล้วก็คงมีจำนวนน้อยลงไปเรื่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตามกลับพบอัตรา ที่สูงขึ้นในกรณีของเด็กและเยาวชน ที่น่าตกใจก็คือว่าสถานการณ์เรื่องเด็กและเยาวชน ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนและบุหรี่ไฟฟัานั้นมีอัตราสูงถึง ๕ เท่าของ สถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายป้ที่ผ่านมา ด้านหนึ่งอาจจะสะท้อนเรื่องการเก็บข้อมูล ที่เปึนระบบมากยิ่งขึ้น แต่ด้านหนึ่งก็สะท้อนเองนะครับ จากข้อมูลตรงนี้แสดงว่าเรายัง ทำงานหนักไม่มากพอต่อความเข้าใจต่อเรื่องของบุหรี่ไฟฟัา แน่นอนครับไม่มีข้อมูลที่บอกว่า ตกลงแล้วบุหรี่ไฟฟัากับบุหรี่โดยทั่วไปนั้นอัตรานิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ตัวไหนสูงกว่ากัน จริง ๆ วันนี้ก็อยากฟังจากปากของท่านที่ช่วยยืนยันความเข้าใจว่านิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ไฟฟัาไม่ได้ น้อยไปกว่าบุหรี่ที่เปึนตัวในลักษณะแบบใด อย่างไร แน่นอนครับอาจจะมีข้อมูลว่าลักษณะ รูปแบบ หรือวิธีการ ลักษณะการสูบ เรื่อง Pod เรื่องใด ๆ ต่าง ๆ นั้นมันมีคุณค่า ชักชวน ต่อการเย้ายวนใจที่อยากจะให้ทดลองในการสูบ เปึนรูปแบบความ Cool หรือความเท่ ในรูปแบบใหม่ ก็อยากให้ท่านช่วยยืนยันว่าวันนี้เรายังมี พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่ห้ามมิให้มีการจำหน่ายขายบุหรี่ไฟฟัาในประเทศไทย แน่นอนครับเราอาจจะยังทำงาน ไม่มากพอว่าตกลงแล้วนี่เด็กและเยาวชนสิ่งที่สำคัญมากไปกว่าบุหรี่คือพื้นที่สร้างสรรค์ ผมอยากให้ท่านช่วยชี้แจงว่าในรายละเอียดที่ท่านพูดถึงสถานการณ์ไม่ว่าจะเปึนหน้า ๑๒ ไม่ว่าจะเปึนหน้า ๒๔ ๒๕-๓๐ แต่พื้นที่สร้างสรรค์ที่ทำให้เด็กและเยาวชนเห็นถึงตัวตน หรือคุณค่าของตนเองที่เรียกว่า Self Esteem มันอยู่ตรงไหน มันแทนที่สิ่งเหล่านี้อย่างไร อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปแล้วเด็ก ๆ ก็มาตั้งคำถามว่าแล้วคุณมาทำร้ายฉันทำไม นั่นเปึน ประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะพูดถึงครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะพูดถึงแล้วอยากจะ Quote บางประเด็นว่าสถานการณ์ เรื่องเด็กและเยาวชนวันนี้เราต้องพูดถึงกันไม่ใช่กรณีเมื่อเด็กเติบโตขึ้นมานะครับ ความจริง ก็ต้องชื่นชมแล้วขอบพระคุณความพยายามของรัฐบาล เพื่อนสมาชิกผมท่านภัสริน รามวงศ์ ก็ปรึกษาหารือท่านประธานเมื่อเช้าว่าตกลงเรื่องเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้าที่บอกว่า จะทำไปถึงไหน อย่างไร แต่มีข้อมูลที่น่าสนใจเช่นในรายงานหน้า ๕๖ ของ สสส. ผมไม่มั่นใจ ว่ารายงานฉบับนี้มีบทสะท้อนไปยังคณะกรรมการการพัฒนาเด็กปฐมวัย คณะกรรมการ คุ้มครองเด็กแห่งชาติหรือไม่ว่าเด็กไทยวันนี้โดยเฉพาะในวัย ๐-๕ ป้นั้นมีพัฒนาการที่ล่าช้า เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๑๒ และมีผลกระทบต่อประเด็นเรื่องของสติปัญญา เรื่องนี้ไม่ใช่ไอคิวที่ ติดตัวมาแต่กำเนิด เรื่องนี้ไม่ใช่ดีเอ็นเอที่ฝังราก เรื่องนี้ไม่ใช่โครโมโซมที่ติดตัวพ่อแม่ ผู้ปกครองแล้วส่งต่อมายังลูกอย่างเดียว แต่ผมคิดว่ามันสะท้อนครับ แล้ว สสส. ต้องบอกว่า ปัจจัยสำคัญก็คือปัจจัยในเรื่องของการเลี้ยงดู จะเปึนไปได้อย่างไรถ้าเราไม่มีการกระจาย อำนาจที่ทำให้เด็กและเยาวชนนั้นอยู่กับผู้ปกครองที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัด จะเปึนไปได้อย่างไรที่ไม่ขยายระยะเวลาการลาคลอด หรือการดูแลเด็กให้มีระยะเวลา ยาวนานมากยิ่งขึ้นที่เพียงพอต่อการที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะสร้าง Bonding Attachment หรือ ความผูกพันที่มั่นคงต่อเด็กและเยาวชน ฉะนั้นข้อมูลเหล่านี้ยิ่งเปึนตัวตอกย้ำว่าเราอาจจะยัง ทำงานไม่มากพอ ซึ่งผมคิดว่า สสส. ต้องช่วยเราในการสนับสนุนโครงการ ไม่ใช่โครงการ ที่เห็นเปึนรูปธรรม ซึ่งก็ต้องขอบพระคุณเพื่อนสมาชิก เรื่องปัาย เรื่อง Sticker เรื่อง Campaign เรื่องรณรงค์ เรื่องโฆษณาจำเปึนต้องทำครับ แต่รูปธรรมไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น กับพ่อแม่ผู้ปกครอง อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ผมอยากจะได้ยินแล้วอยากให้ท่านช่วย ขยายความ หรืออยากให้ท่านช่วยประชาสัมพันธ์ว่าเราสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ โดยเฉพาะ พ่อแม่ผู้ปกครองที่จะนำไปสู่การดูแลบุตรหลานของพวกเขาได้อย่างไร ด้านหนึ่งก็ต้องขอ ชื่นชม แต่ด้านหนึ่งก็ต้องขออนุญาตที่อยากจะเสนอแนะว่าเรายังมีภารกิจร่วมกันอีกมาก ที่ต้องทำเพื่อเด็กของประเทศไทยในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ