แพทยพงศเทพ นำเสนอรายงานประจำปี 2566 สสส.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗

แพทยพงศเทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ นำเสนอรายงานประจำปี 2566 ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โดยชี้แจงวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ 8 ด้าน และโครงสร้างแผนงาน 15 แผน เพื่อมุ่งสร้างสุขภาวะที่ดีทั้ง 4 มิติ พร้อมอภิปรายแผนเชิงระบบและกลไกสนับสนุนด้านสุขภาพ โดยนำเสนอกรอบวงเงินงบประมาณปี 2566 จำนวน 4,243.97 ล้านบาท พร้อมรายละเอียดการกระจายทุนสู่พื้นที่ต่าง ๆ และชี้ให้เห็นสาเหตุหลักของภาระโรคในประเทศไทย ได้แก่ อุบัติเหตุทางถนน โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน และการสูบบุหรี่

นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการ กองทุน สสส. วันนี้จะขอมานำเสนอเรื่องของรายงานประจำป้ ๒๕๖๖ ของกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ ขออนุญาตมีการนำเสนอด้วยสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

เนื่องจาก สสส. ในช่วงป้นี้ได้ดำเนินงานมาเปึนป้ที่ ๒๓ นะครับ ก็ถือว่า สสส. เรา ได้มีการทำงานโดยการสานพลังเพื่อสังคมสุขภาวะที่ยั่งยืนเพื่อให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี ในส่วนนี้ในรายงานประจำป้เราจะเห็นว่าส่วนของ สสส. วิสัยทัศน์ของ สสส. ก็คือทุกคน บนผืนแผ่นดินไทยมีวิถีชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่สนับสนุนต่อการสร้างเสริมสุขภาพ และมีสุขภาวะที่ดี โดยที่พันธกิจก็คือการจุดประกายกระตุ้นสารและเสริมพลังบุคคล ชุมชน และองค์กรทุกภาคส่วนให้มีขีดความสามารถ และสร้างสรรค์ระบบสังคมที่สนับสนุนต่อการมี สุขภาวะที่ดี ซึ่งทิศทางและเปัาหมายของกองทุนในระยะ ๑๐ ป้ จริง ๆ แล้วจะมีเรื่องของ สุขภาพดีทั้ง ๔ มิติ ทั้งมิติของกาย ใจ สังคม และปัญญา โดยที่เราจะมีเปัาหมายเชิง ยุทธศาสตร์อยู่ทั้งหมด ๘ ด้าน ทั้งเรื่องของยาสูบ สุรา และสิ่งเสพติด เรื่องอาหาร กิจกรรม ทางกาย ความปลอดภัยทางถนน สุขภาพจิต มลพิษจากสิ่งแวดล้อม และปัญหาสุขภาพ อุบัติใหม่ ซึ่งในส่วนนี้จะมียุทธศาสตร์ในเรื่องของการส่งเสริมวิชาการและนวัตกรรม สานพลัง ภาคีเครือข่าย พัฒนาศักยภาพบุคคลและชุมชน แล้วก็พัฒนากลไกทางนโยบายสังคมและ สถาบัน รวมทั้งสื่อสารสังคม ซึ่งในโครงสร้างแผนจะมีทั้งเชิงประเด็น เชิงพื้นที่ เชิงองค์กร และเชิงระบบนะครับ

ในส่วนของการจัดของแผนต่าง ๆ ๑๕ แผน ก็จะมีในเรื่องของแผน เชิงประเด็นดังที่ได้กล่าวไปแล้ว แล้วก็จะมีแผนที่เปึนเชิงพื้นที่องค์กรแล้วกลุ่มประชากร ก็อาจจะมีการทำงานร่วมกับชุมชนหรือประชากรกลุ่มเฉพาะอย่างกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเด็ก และเยาวชนและครอบครัว และมีเรื่องของสุขภาวะองค์กร เรื่องของ Happy Workplace มีกลุ่มของแผนสร้างสรรค์โอกาสนะครับ

ในส่วนของแผนเชิงระบบและกลไกสนับสนุน จะมีระบบสื่อและวิถีสุขภาวะ ทางปัญญา มีการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพผ่านระบบบริการสุขภาพ มีการสร้างเสริม ความเข้าใจสุขภาวะ แล้วก็มีระบบกลไกสนับสนุน

ในเรื่องของระบบการบริหารงบประมาณ ก็จะมีสัดส่วนการกระจายทุนสู่แผน ต่าง ๆ ดังที่ได้นำเสนอ ก็จะมีทั้งหมดป้ ๒๕๖๖ มีกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำป้ ทั้งหมด ๔,๒๔๓.๙๗ ล้านบาท โดยได้มีการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งหมด ๓,๐๔๖ โครงการ ซึ่งในส่วนนี้จะมีการกระจายทุนตามพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งก็จะกระจายไปทุกภาคซึ่งภาคต่าง ๆ ก็จะมีดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๒.๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ภาคเหนือ ๒๒.๘ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง ๒๑.๐๑ เปอร์เซ็นต์ ภาคใต้ ๑๖.๕๙ เปอร์เซ็นต์

ถัดมาในเรื่องของสถานการณ์ อยากจะนำเรียนท่านประธานว่าสถานการณ์ ภาระโรคของประเทศไทย ถ้าเราจะเห็นนะครับ ทำไม สสส. ต้องทำงานในเรื่องของ ๘ ประเด็นดังกล่าวแล้ว เรื่องของเหล้า บุหรี่ เรื่องอุบัติเหตุ เรื่องสุขภาพจิต เนื่องจากว่า ถ้าเราดูเรื่องของภาระโรคที่เรียกว่า Disability Adjusted Life Years จะเห็นว่าสาเหตุของป้ สุขภาวะที่ศูนย์หายไปของคนไทยอันดับ ๑ เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนในผู้ชาย ซึ่งก็สูงถึง ประมาณ ๑.๓ ล้านป้ต่อป้เลยทีเดียว หมายความว่าถ้าเกิดมีทั้งความพิการและการเสียชีวิต ก่อนวัยอันควรเยอะค่าตรงนี้ก็จะสูงนะครับ อันดับ ๒ เปึนเรื่องของอัมพาต อัมพฤกษ์จาก เส้นหลอดเลือดสมองในผู้ชาย อันดับ ๓ เปึนเบาหวาน ในส่วนของผู้หญิงจริง ๆ ก็จะน้อยกว่า ก็คืออันดับ ๑ อยู่ที่ประมาณ ๘๓๙,๐๐๐ ต่อป้ อันดับ ๑ จะเปึนเบาหวาน อันดับ ๒ จะเปึน โรคหลอดเลือดสมอง อันดับ ๓ จะเปึนอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งถ้าเราแยกเปึนเรื่องของปัจจัย เสี่ยงนี่จะเห็นว่าอันดับ ๑ เลยคือการสูบบุหรี่ซึ่งการสูบบุหรี่อาจจะส่งผลต่อทั้งโรคอัมพาต โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคปอด ซึ่งรวม ๆ แล้วจะเปึนอันดับ ๑ ซึ่งทำลายชีวิต คนไทยถึง ๓.๕ ล้านป้ อันดับ ๒ จะเปึนน้ำตาลในเลือดสูง อันดับ ๓ จะเปึนภาวะความดันสูง อันดับ ๔ จะเปึนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ทีนี้มาถึงเรื่องของอายุค่าเฉลี่ยของคนไทย เราจะเห็นเลยว่าคนไทยมีอายุ ค่าเฉลี่ยที่สูงขึ้นในช่วงตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ขึ้นมาจนถึงป้ ๒๕๖๒ ก็ ๑๐ ป้ผ่านไปอายุค่าเฉลี่ย จะพุ่งสูงขึ้นในผู้ชายถึง ๑.๘ ป้ ในผู้หญิงก็ประมาณ ๒.๗ ป้ แต่ในช่วงโควิดอายุค่าเฉลี่ย คนไทยก็จะลดลงถึง ๑.๘ ป้ ตรงนี้ส่งผลต่อเรื่องสุขภาพของคนไทยนะครับ

สถานการณ์อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าเด็กเกิดน้อย ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ คนเสียชีวิตก็อยู่ที่ประมาณเกือบ ๖๐๐,๐๐๐ คน ทำให้ติดลบประชากรอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน การที่เราจะปัองกันเรื่องการตายก่อนวัยอันควรถ้าทำได้ซึ่งอยู่ตรงนี้ประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ คนจะเปึนประโยชน์ครับ ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตในกลุ่มคนอายุน้อย ส่วนใหญ่ ก็จะมีสาเหตุหลัก ๆ เกิดจากอุบัติเหตุจราจร แล้วก็มีเรื่องของโรคหลอดเลือดสมอง เรื่องการ ฆ่าตัวตาย เรื่องโรคตับ อันนี้ในผู้ชายนะครับ ซึ่งที่น่าสนใจก็คือว่าผู้ชายมีโรคหลอดเลือดสมอง สูงกว่าผู้หญิงถึงประมาณ ๓ เท่าในอายุประมาณ ๓๐-๔๔ ป้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสัมพันธ์กับเรื่อง ของการดื่มสุราและการสูบบุหรี่ โรคหัวใจขาดเลือดก็เช่นกันผู้ชายจะมีสูงกว่าผู้หญิง ซึ่งตรงนี้ จะทำให้ประเทศไทยมีอายุค่าเฉลี่ยเปึนอันดับ ๗๘ ของโลก ทั้ง ๆ ที่เรามีดัชนีความมั่นคง ทางสุขภาพเปึนอันดับ ๕ ของโลก แล้วอายุค่าเฉลี่ยของผู้ชายไทยจึงน้อยกว่าผู้หญิงถึง ๙ ป้ อันนี้ก็อยากจะชี้ชวนให้ประธานและที่ประชุมได้เห็นภาพว่าที่การขับเคลื่อนเรื่องของปัญหา บุหรี่ แล้วก็ปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยเปึนปัญหาที่สำคัญที่จะต้อง ดำเนินการนะครับ โดยที่ในช่วง ๒๐ ป้ที่ผ่านมา ๓๐ ป้ที่ผ่านมา จะสังเกตว่าอัตราการสูบบุหรี่ ของคนไทยลดลงเรื่อย ๆ จาก ๓๒ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๗.๔ แต่ในวันนี้สถานการณ์จะมีเรื่อง ของบุหรี่ไฟฟัาที่เพิ่มมากขึ้นอาจจะส่งผลทำให้ประชากรไทยมีการสูบบุหรี่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลในระยะยาวต่ออายุค่าเฉลี่ยที่อาจจะลดต่ำลงด้วยหลังจากที่มีภาวะของโควิด ไปแล้ว อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมานี้คนไทยมีอัตราการสูญเสียป้สุขภาวะจากการตายก่อนวัย และมีอัตราตายจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังลดลงถึงเกือบถึง ๒ เท่ากว่า ซึ่งก็จะสังเกตเห็นตาม ภาพนี้ โรคมะเร็งปอดก็ลดลง ซึ่งอันนี้ก็เกิดจากการที่ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ทุกภาคส่วนได้ ร่วมกันรณรงค์ รวมทั้งถึงกฎหมายควบคุมยาสูบที่ทำให้การสูบบุหรี่ลดลง การดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์เองก็มีอัตราการดื่มที่ลดลงส่วนหนึ่ง แล้วก็เพิ่มขึ้นแล้วก็คงที่ จะสังเกตว่าการดื่ม สุรา แต่ว่าส่วนที่สำคัญก็คือการดื่มหนักก็มีภาวะที่ลดลง จาก ๗.๖ ล้านคน เหลือ ๕.๗ ล้านคน ซึ่งก็ตั้งแต่ ๑๓.๙ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ก็เปึนส่วนที่สำคัญครับ เพราะการดื่มหนักจะส่งผลต่อโรคตับแข็งแล้วก็มะเร็งตับได้ ซึ่งจะทำให้เห็นว่าอัตราการเกิด เรื่องของมะเร็งตับ อัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากมะเร็งตับก็มีแนวโน้มลดลงถึงเกือบ ๒ เท่า แล้วก็ทั้งในผู้ชายแล้วก็ผู้หญิงเช่นกัน ก็ถือว่าเปึนส่วนที่สำคัญนะครับ นอกจากนั้นแล้ว อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนก็มีแนวโน้มที่ลดลงเรื่อย ๆ แต่ยังเปึนจุดท้าทาย ที่ในช่วงหลังยังคงค้างอยู่ที่ประมาณ ๒๕-๒๖ ต่อ ๑๐๐,๐๐๐ ประชากร ซึ่งเปัาหมาย ก็จะเปึนทำอย่างไรจะลดเหลือ ๑๒:๑๐๐,๐๐๐ ประชากร

ในเรื่องของการบริโภคน้ำตาลของประชาชนไทยนะครับ จากการที่ทาง กระทรวงการคลังได้มีแนวทางในการออกเรื่องภาษีความหวานก็ส่งผลให้มีการจัดเก็บภาษี ความหวาน ทำให้คนไทยบริโภคน้ำตาลลดลงจากป้ ๒๕๖๐ ๒๖.๙ ช้อนชาต่อวัน เหลือ ๒๓.๗ ช้อนชาต่อวัน อันนี้ก็จะเห็นภาพความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ทั้งทางภาควิชาการ ทางภาคกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็กระทรวงการคลังที่ทำงานร่วมกันนะครับ

ในส่วนของผลงานเด่นประจำป้ ๒๕๖๖ ขอนำเรียนโดยย่อนะครับ จะมีตั้งแต่ ๑. เปึนเรื่องของการจัดการโรค NCDs ผมขอไปที่การสานพลังวิชาการและพลังเครือข่าย หยุด NCDs นะครับ การขับเคลื่อนที่สำคัญจะเปึนเรื่องของเบาหวานหายได้ หรือเรียกว่า DM Remission ตรงนี้จะมีการทำงานในต้นแบบ ทำให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่ ในหลายรายคนที่ทานยาเบาหวานอยู่ก็สามารถหยุดยาได้ น้ำหนักถ้าลดลงได้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็จะสามารถทำให้สุขภาวะดีขึ้นหายจากโรคเบาหวานได้ อันนี้ก็จะเปึนส่วนสำคัญนะครับ มีการใช้แนวทางเรื่องของวิถีสุขภาพดี วิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียงในการ ทำงานร่วมกับ พชอ. ครับ ในการทำงานโดยที่มีต้นแบบใน ๑๓ เขตบริการ ๑๓ เครือข่าย และ ๑๓ จังหวัด ตรงนี้ก็จะเปึนส่วนสำคัญในการที่สยบโรคเบาหวานด้วยนะครับ มีโครงการ “เณรกล้า โภชนาดี” ซึ่งก็ทำเรื่องของสื่อและเว็บ Application ให้ความรู้แก่สามเณร ทำให้มี การขยับออกกำลังกายแล้วก็ควบคุมอาหารได้ดีขึ้นนะครับ

ในเรื่องของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะมีเรื่องของใช้นวัตกรรม Application Line ครับ “น้องตั้งใจ แชทบอทช่วยเลิกเหล้า” อันนี้เราใช้ระบบ AI แล้วก็ ปัญญาประดิษฐ์ในการที่ทำให้เกิดช่องทางในการเข้าปรึกษาปัญหาของผู้ที่ดื่มสุราและ สามารถที่จะทำงานร่วมกับสายด่วนเลิกเหล้า ๑๔๑๓ โดยคณะแพทย์จุฬาลงกรณ์ที่พัฒนา Application แล้วส่งต่อให้ผู้ที่สนใจจะเลิกเหล้าเข้าไปใช้ Application Line ตรงนี้ได้ในส่วนนี้ แล้วรวมถึงพัฒนาความรอบรู้ในการจัดการกับชุมชนเรื่องของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมุ่งไปที่คนที่มี Audit score สูงคือดื่มหนัก แล้วก็ทำให้เขาไปตรวจค่าเอนไซม์ตับครับ และเมื่อคนที่เขารับทราบว่าค่าเอนไซม์ตับเขาผิดปกติเขาก็จะมีแผนในการที่เลิกดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ โดยจะทำในช่วงของเทศกาลงดเหล้าเข้าพรรษาก็จะทำให้ประชาชนสามารถ ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมได้มากขึ้นครับ

ในเรื่องของการควบคุมยาสูบ จะมีการขยายผล “มัสยิดปลอดบุหรี่” ที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งในส่วนนี้ถามว่าทำไมต้องเลือกที่ภาคใต้นะครับ เนื่องจากภาคใต้ เปึนภาคที่มีการสูบบุหรี่สูงที่สุดในภาคต่าง ๆ ดังนั้นก็จะมีการทำ MOU กับมัสยิด ๙๐ แห่ง ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีมาตรฐาน มีการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการสนับสนุน การควบคุมยาสูบ มีการทำงานกับภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะปัญหาเรื่องบุหรี่ไฟฟัามีการร่วม ประกาศเจตนารมณ์ต่าง ๆ ในการไม่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟัา และพัฒนาชุดความรู้เรื่องของ พิษภัยบุหรี่ไฟฟัาด้วยนะครับ

สำหรับการปัองกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดก็ดำเนินการตามนโยบายของ กระทรวงสาธารณสุขในการที่จะสนับสนุนกลไกการขับเคลื่อน “ชุมชนล้อมรักษ์” หรือที่เรียกว่า Community Based Treatment CBTx นะครับ ส่วนตรงนี้ทำให้ชุมชนกับประชาชนสามารถ มีส่วนร่วมในการที่จะดูแลผู้ที่ติดยาเสพติดสามารถไปบำบัด อาจจะมีการดูแลร่วมกับทาง โรงพยาบาลและทำให้ชุมชนสามารถดูแลปัญหายาเสพติดได้ดีนะครับ

ต่อมาเปึนการพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการที่จะพัฒนา แกนนำภาคประชาชนในการดูแลยาเสพติด ซึ่งก็จะมีแกนนำกระจายอยู่ใน ๔๘ จังหวัด ๑,๕๒๗ หมู่บ้านชุมชน ก็จะสามารถทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนในการที่จะช่วยบำบัดและดูแล ทำให้ผู้ติดยาเสพติดสามารถที่จะมีที่ยืนมีงานทำอยู่ในชุมชนได้นะครับ

ในเรื่องของรวมพลังขับเคลื่อนสังคมขับขี่ปลอดภัย จะเปึนเรื่องของการ พัฒนาศูนย์เด็กเล็กต้นแบบกว่า ๓๓๒ แห่ง โดยที่ทำให้เด็กได้เรียนรู้ในจุดเสี่ยงต่าง ๆ แล้วก็มี การสวมหมวกนิรภัย แล้วมีการทำงานร่วมขยายผลกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ศูนย์เด็กเล็กเปึนศูนย์เด็กเล็กต้นแบบ แล้วก็มีการอบรมครูผ่านระบบออนไลน์ ถ้าเด็ก ในศูนย์เด็กเล็กสามารถที่จะปลูกฝังเขาที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกได้เขาจะสามารถที่จะสวมหมวก นิรภัยตลอดชีวิต แล้วก็จะดื่มไม่ขับ แล้วก็สามารถรู้กฎจราจรด้วยนะครับ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีการสำรวจอัตราการสวมหมวกนิรภัยเพิ่มขึ้นจาก ๘ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ก็สูงถึง ๘ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวนะครับ

ในเรื่องต่อมาเปึนเรื่องของการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม มีการทำงานร่วมกับ กรุงเทพมหานครในการที่จะพัฒนาเรื่องของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ในเรื่องค่าธรรมเนียม ในการจัดการสิ่งปฏิกูล มีเครือข่ายภาคประชาชนทำเรื่องของ BKK Zero Waste ส่งเสริม ให้มีการมีส่วนร่วม ตรงนี้ก็จะเปึนต้นแบบในการขยายผลไปในพื้นที่ของ กทม. ต่อไป ซึ่งส่งผลให้ปริมาณขยะในพื้นที่ กทม. ลดลงเฉลี่ย ๒๐๔ ตันต่อวัน หรือ ๗๔,๔๖๐ ตันต่อป้ ซึ่งก็จะลดค่าใช้จ่ายได้ ๓๘๗,๖๐๐ บาทต่อวัน หรือ ๑๔๑ ล้านบาทต่อป้ ซึ่งตรงนี้ก็จะเปึน พื้นที่นำร่องและขยายผลต่อไปนะครับ

ในเรื่องของการสานพลังเครือข่ายระดับสากล จะมีเครือข่าย สสส. ระดับโลก ซึ่งก็หมายถึงเปึนเครือข่ายกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพนานาชาติ ที่เรียกว่า INHPF สสส. เองได้รับเกียรติให้เปึนเจ้าภาพการประชุมประจำป้ ๒๕๖๖ ครั้งที่ ๒๐ ก็จะมี การเกิดปฏิญญากรุงเทพฯ หรือเรียกว่า Bangkok Declaration ซึ่งก็จะมีการเสริมความ เข้มแข็ง แล้วก็ทำความเปึนหุ้นส่วนร่วมกัน นอกจากนี้ในป้ ๒๕๖๗ สสส. เองได้เข้าประชุม Queensland Prevention Symposium เพื่อเผยแพร่ความสำเร็จของงานรณรงค์การลด บริโภคหวานจากการจัดเก็บภาษีความหวาน ซึ่งส่งผลให้มีเครื่องดื่มหวานน้อยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๕ มีสินค้าที่ได้รับสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ ๒,๗๙๖ รายการ คนไทยบริโภคน้ำตาลลดลง จาก ๒๗ ช้อนชา เหลือ ๒๓.๗ ช้อนชาต่อคนต่อวัน

ทั้งหมดนี้ก็จะเปึนผลงานเด่นที่เกิดขึ้นในช่วงป้ ๒๕๖๖ นะครับ อย่างไรก็ดี ผลงาน สสส. เปึนการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม NGO ภาค ประชาชน ภาคท้องถิ่นที่ต้องทำงานร่วมกัน แล้วหลายโครงการที่เปึนผลงานเด่นอาจจะยังไม่ ออกดอกออกผลในช่วงป้เดียว อาจจะต้องมีการทำงานระยะยาวเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในระยะ ต่อไป ซึ่งจะมานำเรียนให้ทางสภาทราบอีกทีครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ