ซูการโน ตั้งคำถามประสิทธิภาพศูนย์ช่วยเหลือฯ ชี้ขาดแคลนเรือ-รถกู้ภัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗

ซูการโน มะทา ขอขอบคุณรัฐบาลและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในการรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสนอให้เปิดคลิปวิดีโอเพื่อประกอบการอภิปราย ซูการโน มะทา ชี้แจงความเสียหายจากน้ำท่วม 10 จังหวัด โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไข ซูการโน มะทา ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะความพร้อมในการเตรียมการเตือนภัย การบรรเทาสาธารณภัย และการจัดตั้งศูนย์พักพิงที่มีมาตรฐานเทียบเท่าประเทศมาเลเซีย รวมถึงปัญหาขาดแคลนเรือและรถกู้ภัยและการประสานงานที่ติดขัด

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ พรรคร่วมรัฐบาลที่ได้ให้โอกาสผมและพรรคประชาชาติได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาเพื่อนำ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาสอบถาม ฯพณฯ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านเปึนผู้นำรัฐบาล ซึ่งโดย วันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ มาตอบแทน ผมก็ถือว่าผมยอมรับได้เพราะว่าการถามกระทู้ทั่วไป วันนี้ก็เปึนปัญหาเรื่องที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผม จะอภิปรายในเนื้อหาต่อไปผมอยากให้ทางโสตได้เป่ดสไลด์ให้ดูสักเล็กน้อยครับ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพและเสียง)

ท่านประธานที่เคารพนี่คือส่วนหนึ่งนะครับ เพียงเศษเสี้ยวของความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ๑๐ กว่าจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาสนั้น ก็ได้รับความเสียหายที่รุนแรงกว่าป้ที่แล้ว ซึ่งเท่าที่ได้รับฟังคำถามความรู้สึกของพี่น้อง ประชาชนเขาบอกว่าป้นี้น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ ๓๗ ป้ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะมีการประกาศเตือนภัยทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สทนช. และกรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้มีการออกประกาศเตือนภัยภาคใต้ ๙ จังหวัดที่มีความเสี่ยงที่จะ เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป์าไหลหลาก แล้วก็ดินโคลนถล่ม ในช่วงเวลาวันที่ ๒๐ ถึงวันที่ ๒๖ ซึ่งเราทราบดีว่าในช่วงนั้นก็มีผลกระทบกับภาคใต้ทั้งหมด ๑๐ จังหวัดด้วยกัน ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตโฟกัสไปเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งป้นี้ที่ผมบอกว่าน้ำท่วมป้นี้มันรุนแรงมากกว่าป้ที่ผ่านมา หลาย ๆ ท่าน ก็บอกว่าป้ที่แล้วรู้สึกว่ารุนแรงที่สุดแต่ป้นี้รุนแรงกว่า เหตุผลทั้งหมดเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง ของภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาวะการเปลี่ยนแปลงของภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ แล้วก็ เกิดลักษณะของ Climate Change ทำให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกแบบ Rain Bomb ซึ่งมี ปริมาณน้ำมากที่สุด แล้วสำคัญที่สุดในผลกระทบวันนี้มันไปก่อให้เกิดปัญหาที่กระทบต่อ ศูนย์กลางของเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด ไม่ว่าจะเปึนในเขตเทศบาลนครยะลา ในเขต เทศบาลเมืองปัตตานี หรือในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส อันนี้คือศูนย์กลางของเศรษฐกิจ ที่พี่น้องประชาชนเขาได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งผมคิดว่าต้องขอบคุณบรรดาผู้บริหารท้องถิ่นที่เข้าไปช่วยเหลือ แล้วก็ขอบคุณท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองใน ๑๓ เขตเลือกตั้งของ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ทุกคนได้เสียสละเข้าไปลุยพื้นที่ช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเสียหายที่เกิดขึ้นในจังหวัดปัตตานีนั้นก็มีผลกระทบครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ๑๒ อำเภอ ๑๑๖ ตำบล ๖๔๗ หมู่บ้าน ประชากรได้รับผลกระทบประมาณ ๑๔๔,๗๐๒ ครัวเรือน แล้วก็ มีผู้เสียชีวิตอยู่ ๗ ราย ส่วนพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด ๑๓ อำเภอ ๗๗ ตำบล ๕๙๑ หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ ๙๘,๑๒๗ ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต ประมาณ ๔ คน ส่วนจังหวัดยะลานั้นมีผลกระทบทั้งหมด ๘ อำเภอ ๕๘ ตำบล ๓๗๖ หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ๖๖,๐๑๗ ครัวเรือน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอีก ๖ ราย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ฯพณฯ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ท่านเองในช่วงเกิดวิกฤติสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ท่านมีภารกิจสำคัญ ก็คือการจัด ประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ว่าท่านยังได้สั่งการให้รองนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้ไปลงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อไปดูแลแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และที่ สำคัญอย่างยิ่งก็ต้องขอบพระคุณพันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. พลตำรวจโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ ๔ ในฐานะที่ดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่ผมจะพูดถึงภาคใต้ทั้งหมดนี้ก็คือปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งผมเข้าใจว่ามีคำถามที่จะต้องถามผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ก็คือว่า

คำถามที่ ๑ เรามีศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทก วาตภัย และดินโคลน ถล่ม หรือ ศปช. ผมไม่แน่ใจว่าได้มีการเตรียมการเตือนภัย เตรียมความพร้อมอย่างไร เพราะที่ผ่านมาเราได้รับทราบจากผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง ๓ จังหวัดว่าการช่วยเหลือจากส่วนกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่ได้รับมากที่สุด ก็คือการขาดแคลนเรือที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขังสูง ก็อยากถามว่า ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มได้เตรียมประชาสัมพันธ์ อย่างไร แล้วก็มีการดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลของทั้ง ๓ จังหวัดก็ต้องอพยพไป ศูนย์พักพิง เราก็ได้เห็นสภาพในศูนย์พักพิงของแต่ละที่ซึ่งตั้งได้ด้วยศักยภาพที่ค่อนข้างจะ ลำบากมาก ผมก็อยากเรียนท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าศูนย์พักพิงที่ผมอยากให้เห็น ท่านได้ดูและไปสังเกตก็คือการทำศูนย์พักพิงของรัฐบาล ฯพณฯ อันวาร์ ท่านรัฐมนตรี ประเทศมาเลเซีย ท่านดูนะครับศูนย์พักพิงเขามีมาตรฐาน ฉะนั้นสิ่งที่ผมตั้งคำถามคือว่า ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลืออุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่มเหล่านี้ได้เตรียมการสิ่งเหล่านี้หรือไม่ อันนี้เปึนสิ่งที่เปรียบเทียบให้เห็นระหว่างศูนย์พักพิงของประเทศไทยกับศูนย์พักพิง ในประเทศมาเลเซียซึ่งได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันกับเรานะครับ ก็อยากฟังคำตอบจาก ท่านรัฐมนตรีว่า ปัญหาที่ ๑ การแก้ปัญหาความพร้อม การเตรียมความพร้อมในเรื่องของการ บรรเทาสารณภัยนั้นจะทำอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือกู้ภัยต่าง ๆ รถยนต์ที่จะเข้าไป ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผมได้รับเสียงสะท้อนจากผู้นำท้องถิ่นว่าค่อนข้างลำบาก การประสานงาน กระบวนการมันติดขัดอยู่ที่ระเบียบราชการ ทำให้การช่วยเหลือไม่ได้ ทันทีทันใดตามความต้องการของพี่น้องประชาชน คำถามที่ ๑ ครับ