ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ หารือปัญหาราคาลำไยที่แตกต่างกันอย่างมากแม้ขนาดใกล้เคียงกัน พร้อมเสนอให้เพิ่มมาตรการควบคุมโรงงานในร่าง พ.ร.บ. ลำไย โดยเฉพาะการกำหนดมาตรฐานเครื่องร่อน เพื่อป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกรและสนับสนุนโรงงานขนาดเล็กผ่านอำนาจท้องถิ่น พร้อมทั้งวิพากษ์ร่างกฎหมายที่ถูกปรับจนไร้กลไกคุ้มครองเกษตรกร และเรียกร้องให้คืนเจตนารมณ์เดิมเพื่อแก้ปัญหาการผูกขาดและกดราคาจากทุนใหญ่
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตอง ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายเรื่องของ ลำไย โดยพูดถึงปัญหาแล้วก็เชื่อมโยงมาถึงเนื้อหาในร่างกฎหมาย พ.ร.บ. ลำไยที่เรากำลัง พิจารณากันถึงในตอนนี้นะครับ
อย่างแรกเลยท่านประธานครับ ปัจจุบันเราคัดเกรดลำไยกันด้วยเป็น เกรด AA เกรด B แล้วก็เกรด C ครับ ในมือของผมตอนนี้อันนี้จะเป็นเกรด AA ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า ๒๗ มิลลิเมตร แล้วก็เกรด B ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า ๒๕ มิลลิเมตร แล้วก็เกรด C จะอยู่ที่ ๒๓ มิลลิเมตร แต่เราจะเห็นว่าความต่าง ของเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง ๒ มิลลิเมตร แต่ว่าราคาต่างกันเยอะมาก ๆ เกรด AA ราคากิโลกรัมหนึ่งประมาณ ๓๐ บาท เกรด A ธรรมดากิโลกรัมละประมาณ ๑๔ บาทเท่านั้น แล้วก็เกรด B ไม่ต้องพูดถึงเลย ๗ บาทต่อกิโลกรัม ทีนี้เราเห็นความแตกต่างนะครับ เพียงแค่ ๒ มิลลิเมตร ราคาแตกต่างกันเท่าตัว ทีนี้เรามาดูที่ร่างกฎหมายที่เรากำลัง พิจารณากันในตอนนี้นะครับ ว่ามีเรื่องของการกำหนดมาตรการในการควบคุมโรงงาน ในเรื่องของมาตรฐานเครื่องร่อนหรือไม่ เมื่อมาดูทั้งร่างของพรรคฝั่งรัฐบาลทั้ง ๒ ร่าง เราไม่เห็นเนื้อหาในส่วนนี้เลย เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องไปเพิ่มในชั้นกรรมาธิการ ในส่วนนี้ เพิ่มในหมวดของโรงงานให้ชัดเจนนะครับ ให้กับท้องถิ่นที่อยู่ใกล้กับเกษตรกร มากที่สุด มีอำนาจในการเข้าไปควบคุมเป็นมาตรการจัดการกับโรงงานที่เอาเปรียบเกษตรกร เอาเปรียบกับโรงงานขนาดเล็กของชาวไทยอยู่ด้วย
แล้วอีกส่วนหนึ่งอีกปัญหาหนึ่ง ที่ผมเชื่อว่าทุกคนในที่นี้พูดกันมาเยอะ มาก ๆ นั่นก็คือ โรงงานจากต่างชาติที่มีทุนขนาดใหญ่เข้ามาแล้วควบคุมกำหนดกลไก ของการตลาด กำหนดราคาด้วยตัวเขาเองเลย ยกตัวอย่างเช่น ต้นฤดูกำหนดราคาให้ดูดี ไว้ก่อน ๓๐ บาทต่อกิโลกรัม เรียกคนเข้ามา กลางฤดูก็มีการกดราคารับซื้อลง เพื่อที่จะลด ต้นทุนแล้วก็เพิ่มกำไรให้กับพวกเขา แล้วพอปลายฤดูมีการดีดราคาเพิ่มขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะใช้ในการต่อรองกับคู่ค้าของเขา ทำให้เห็นชัดเจนครับว่า ลำไยอบแห้ง ที่เขากำลังจะขายให้กับคู่ค้าเขา นี่ต้นทุนแพงนะ ต้นทุนไม่ได้ถูกเลย ผมรับซื้อราคาค่อนข้าง แพงเลย แต่ที่ไหนได้ครับ เขารับซื้อในราคาถูกตั้งแต่กลางฤดูแล้ว เราเห็นไหมครับว่าตรงนี้ คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือโรงงานขนาดใหญ่ แต่ว่าใครที่เสียผลประโยชน์ครับ นั่นก็คือ เกษตรกรนั่นเอง หรือว่าจะมาพูดกันถึงเรื่องปัญหาที่ท่านสมาชิก ไม่ว่าจะฝ่ายค้าน หรือว่า ฝ่ายรัฐบาล ได้พูดกันถึงเรื่องการส่งเสริม การส่งออก ขยายตลาด พูดกันถึงเรื่องสินเชื่อ พูดกันถึงเรื่องเงินทุนต่าง ๆ พูดกันถึงเรื่องการแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้กับลำไย แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นกลับไม่ได้อยู่ในร่างกฎหมายที่เรากำลังพิจารณากันในวันนี้ ร่างกฎหมายที่เรา พิจารณากันในวันนี้มีเพียงแค่การตั้งคณะกรรมการ แล้วก็การจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพียงแค่ ๑๘ มาตรา ผมขออนุญาตเท้าความให้ท่านประธานเข้าใจถึง พ.ร.บ. ลำไยสักเล็กน้อยนะครับ ร่าง พ.ร.บ. ลำไยถูกเสนอเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรของเราตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว เสนอโดย ทางกลุ่มเกษตรกรตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ แล้วก็ได้ยื่นเข้าสภาผู้แทนราษฎร โดย สส. รังสรรค์ คนเดียวกับที่ยื่นร่าง พ.ร.บ. ในวันนี้ แต่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนั้น กับร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่เรา พิจารณากันอยู่ในตอนนี้ เนื้อหามันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยครับท่านประธาน เนื้อหา ในส่วนของการให้คณะกรรมการมีอำนาจในการกำกับควบคุมเรื่องของปริมาณ เรื่องของราคา เรื่องของคุณภาพลำไยโดนตัดออกไป เนื้อหาในส่วนของการตั้งกองทุน ก็โดนตัดออกไป เนื้อหาของการตั้งสำนักงานคณะกรรมการลำไยก็ถูกตัดออกไปอีก แล้วที่หนักไปกว่านั้นครับ ก็คือในหมวดของโรงงานที่มีการออกกฎหมายที่เป็นมาตราบังคับใช้ ในการป้องกันโรงงานขนาดใหญ่จากนายทุนต่างชาติ ที่เอาเปรียบเกษตรกรชาวไทย ที่เอาเปรียบกับโรงงานขนาดเล็กของชาวไทย มาตราตรงนั้นถูกตัดออกไปหมดเลย เนื้อหา ไม่เหมือนเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว มีเพียงแค่การตั้งคณะกรรมการ แล้วก็จัดทำแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งพอมองในกฎหมายฉบับนี้ ผมมองไม่เห็นถึงความแตกต่างระหว่างคณะกรรมการชุดนี้ ที่จะออกจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ กับคณะกรรมการเรื่องของการบริหารพัฒนาผลไม้ หรือว่า Fruit Board ที่ออกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ต่างจากคณะกรรมการกำหนด นโยบายบริหารจัดการลำไยคุณภาพที่คลอดออกมา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ อาศัยพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งถ้าใครจะตั้งคำถามว่า เราต้องการคณะกรรมการลำไยที่มาจาก พ.ร.บ. ก็นี่อย่างไรครับ คณะกรรมการลำไย ที่มาจาก พ.ร.บ. แล้วถ้าใครจะบอกว่าเราต้องการให้คณะกรรมการลำไยของเรามีการจัดทำ แผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ในส่วนนี้มีเพื่อนสมาชิกจากพรรคพลังประชารัฐที่เป็นผู้เสนอร่างนี้ ด้วยเช่นกัน ท่านสามารถเดินไปบอกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อยู่ พรรคเดียวกับท่าน ให้เพิ่มเรื่องนี้เข้าในวาระเลยได้ เพราะฉะนั้นการที่ท่านมายื่นแบบนี้ผมอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่า คณะกรรมการทั้ง ๒ คณะ ที่ผมกล่าวไป ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั่งหัวโต๊ะ นั่งเป็นประธาน ทำงานไม่มีประสิทธิภาพหรืออย่างไร เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นผมเข้าใจได้เลยถึงหลักการ และเหตุผลที่จะมายื่น พ.ร.บ. ที่มีเนื้อหาเพียงแค่ตั้งคณะกรรมการแบบในวันนี้ อันนี้ ผมก็ขอรอทางผู้สรุปอภิปรายร่างของพรรคพลังประชารัฐมาชี้แจงในส่วนนี้ด้วย พูดถึง ร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย พ.ศ. .... เราพิจารณากันในวันนี้นะครับ เราเห็นชัดเจน จากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ว่าเนื้อหาของมันแทบจะ ไม่สามารถแก้ปัญหาของชาวสวนลำไยได้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นในวันนี้ขณะที่ พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยกำลังดูการถ่ายทอดสด กำลังดูการอภิปรายในวันนี้นี่ ผมขอถามทางผู้ยื่นจากฝั่งรัฐบาลทั้ง ๒ คน ว่าคุณกล้าที่จะสัญญากับประชาชนผ่าน สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หรือไม่ ว่าเราจะเข้าไปเพิ่มเนื้อหาที่จะสามารถแก้ไขปัญหาลำไย ให้ได้จริง ๆ ในชั้นกรรมาธิการ เราจะเข้าไปเพิ่มเนื้อหาตามเจตนารมณ์ที่ประชาชนได้ยื่นไว้ ในปี ๒๕๖๕ ในชั้นกรรมาธิการ เพราะในวันนี้เพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล สส. วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก หรือว่า สส. เต๋อที่พ่อแม่พี่น้องชาวลำพูนรู้จักกันดี เขาพร้อมที่จะเข้าไป ทำหน้าที่ตรงนี้แทนชาวสวนลำไยทั้งประเทศแน่นอน แล้วในส่วนนี้เราต้องเลิกอ้างว่า เรายื่นร่างนี้เข้ามาเพื่อที่จะหลบร่างการเงิน เพราะในวันนี้ สส. ที่ยื่นมาก็คือ สส. จากฝั่งรัฐบาล ในส่วนนี้ผมขอให้ท่านสัญญากับประชาชนผ่านสภาอีกครั้งหนึ่งว่า ในชั้นกรรมาธิการ ถ้าเกิดเรามีการเพิ่มเนื้อหา แล้วทำให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กลายเป็นร่างการเงิน ท่านจะสามารถ ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ที่ให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปเซ็นรับรองร่างการเงิน มาภายหลังได้ เพื่อทำให้ร่าง พ.ร.บ. ลำไย มันใช้งานได้จริง ๆ แก้ปัญหาได้จริง ๆ ในวันนี้ ผมก็ขอความร่วมมือจาก สส. ฝั่งรัฐบาล ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เราเป็นฝ่าย นิติบัญญัติเหมือนกัน หน้าที่หลักของเราคือ การคลอดกฎหมายไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายบริหาร แต่เป็นหน้าที่ของพวกเราฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นมาร่วมมือกันครับ แก้ไขร่าง พ.ร.บ. ลำไย ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ยังต้องแก้เพิ่มอีกเยอะมากมายตรงนี้ แก้ให้เป็น พ.ร.บ. การเกษตร ที่แก้ปัญหาให้กับชาวสวนลำไยทั้งประเทศไทยได้อย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ