สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

เทียบจุฑา ขาวขำ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย พ.ศ. นี้ โดยสนับสนุนร่างที่มณีรัตน์ รังสรรค์ ร่วมกับคณะ และเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผลของพระราชบัญญัติทั้ง 3 ฉบับ เพื่อพัฒนาการผลิตลำไยให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนลำไย

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย พ.ศ. .... ซึ่งมีท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ และคณะ กับท่านนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ตลอดจนคณะของท่าน วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก กับคณะ รวมเป็น ๓ ฉบับนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันเองเห็นด้วย ในหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งลำไยถือว่าเป็นพืชผลไม้ชนิดหนึ่งที่สำคัญของประเทศไทย แล้วใน พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ หลักการ และเหตุผลก็ตรงกัน และในวัตถุประสงค์นั้นก็ชัดเจน ให้มีการ กำหนดยุทธศาสตร์ของลำไย มีเป้าหมายที่จะพัฒนาการผลิตลำไยอย่างไร ให้เป็นพืช เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย และสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยที่ปลูก พี่น้องชาวสวนลำไยที่ปลูกนี่จำหน่ายในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ ภาคเหนือและภาคกลางจะปลูกเป็นจำนวนมาก สำหรับภาคอีสานก็อาจจะเป็นลำดับ ๓ นะคะ ก็ถือว่าลำไยเป็นผลไม้ที่สำคัญ เป็นสินค้าทางการเกษตร ที่สร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจ กับประเทศไทย เป็นการสร้างรายได้มาอย่างต่อเนื่อง ดิฉันได้เห็นเอกสารจากสำนักงาน สถิติทางการเกษตรว่า เป็นผลไม้ส่งออกอันดับ ๓ ของประเทศไทย ซึ่งก็ถือว่าพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนลำไย ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน หรือภาคใต้ที่ปลูกกันก็บ่นกันว่า ราคาไม่ค่อยดี ปลูกไม่รวยสักที ดังนั้นในการเสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็น่าจะมีความหวัง ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยมากขึ้นนะคะ

และอีกประเด็นหนึ่ง ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ ดิฉันเห็นด้วยค่ะ การกำหนดยุทธศาสตร์เป็นสิ่งที่สำคัญในการที่จะต้องบริหารของชาวสวน ลำไยนะคะ แต่ในการจัดการให้มันชัดเจน เพราะว่าการเพาะปลูกลำไยนี่ต้องมีเป้าหมาย ในการพัฒนาผลผลิตลำไยในประเทศไทยเราให้มีประสิทธิภาพ ดิฉันได้อ่านในมาตรา ๕ มาตรา ๖ ของท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ดิฉันเห็นด้วยนะคะ ควรจะมีการกำหนดเป้าหมาย ให้ชัดเจน แล้วก็กำหนดกรอบในการจัดทำแผนพัฒนาต่าง ๆ ให้ชัดเจน แล้วก็มีตัวชี้วัด ระยะเวลาดำเนินการให้สอดคล้องกับการบูรณาการร่วมกันกับภาครัฐและเอกชน จะช่วย เป็นการพัฒนาลำไยสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ลำไยที่เป็นพืชเศรษฐกิจดีขึ้นค่ะ แล้วก็ยังมียุทธศาสตร์เน้นในการพัฒนาการวิจัยด้วย และพัฒนาถึงสายพันธุ์ลำไยให้เป็น ที่ต้องการของตลาดด้วยนะคะ แล้วก็รักษาเสถียรภาพราคาลำไยให้มีราคาที่มั่นคงหรือสูงขึ้น ต่อไปนะคะ ขณะเดียวกันดิฉันก็เห็นด้วย หมวดที่ ๒ ในการกำหนดคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ลำไยนะคะ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ลำไยนี่ก็มีองค์ประกอบของคณะกรรมการที่มีอำนาจ หน้าที่ในการที่จะช่วยดำเนินการให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ ที่คณะกรรมการในชั้นนี้ประกอบไปด้วย นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเกษตร หรือ ตัวแทนภาครัฐ แล้วก็เอกชน หรือผู้ปลูกลำไยมาร่วมกันกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ อาทิเช่น คุณภาพลำไย ให้ดี ให้มีประสิทธิภาพ ราคาจะได้สูงขึ้น ในเรื่องของการจัดการนะคะ รวมถึง การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อการผลิตลำไยเข้ามาปรับใช้ และคณะกรรมการ ยังช่วยในการตัดสินใจในการดำเนินการบริหารการจัดการไปอย่างรอบคอบ แล้วก็ มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมไปทุก ๆ ด้านนะคะ ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ แล้วก็ยังกำหนด ให้มีการปฏิบัติร่วมกันด้วย เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรลำไยที่ปลูกลำไยให้ดำเนินการบรรลุ เป้าหมาย เพื่อการอยู่ดีกินดีของเกษตรกร ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีกฎหมาย คุ้มครองลำไยด้วย แล้วก็ผู้ผลิตทั้งระบบ ตามวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทยที่บอกว่า ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ค่ะท่านประธาน เพื่อให้เกษตรกรมีกำลังใจ และมีความเชื่อมั่นในการผลิตลำไยต่อไป ดิฉันก็หวังว่าพี่น้อง เกษตรกรชาวสวนลำไยจะได้ไม่ต้องวิตกกังวลว่า อีกต่อไปฤดูไหนลำไยเราจะล้นตลาด หรือว่าฤดูไหนราคาลำไยจะตกต่ำ ดิฉันจึงให้ความสำคัญในเรื่องของการกำหนดยุทธศาสตร์ กับการบูรณาการ ส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกลำไย โดยการนำการวิจัยที่เกี่ยวข้องมาปรับใช้ เช่น การปลูกลำไยนอกฤดูกาล เพื่อผลักดันให้มีการส่งออกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เป็นการส่งเสริมให้เป็นหนึ่งในเจ้าตลาดลำไยที่สำคัญของโลกต่อไป ดังนั้นดิฉันจึงขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนี้ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยได้มีรายได้มากขึ้น และทำให้ลำไยที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศของเราได้มากขึ้นค่ะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ