นิติพล ผิวเหมาะ หารือปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่คุกคามระบบนิเวศน้ำจืดและน้ำเค็ม กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและเสี่ยงต่อการเกิดโรคอุบัติใหม่ จึงเรียกร้องให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเร่งเข้าดูแลจัดการอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจขยายตัวต่อไป
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลครับ การอภิปรายถึงหายนะของปลาหมอ คางดำต่อระบบนิเวศของไทยใน ๗ นาทีของผมนี้ มี ๒ คำสำคัญเท่านั้นนะครับ คือรู้หรือไม่รู้ ๒ เรื่องสำคัญ ๒ คำสำคัญเท่านั้นครับท่านประธาน
ไปในส่วนของเรื่องแรกกันก่อน คือตอนแรกผมจะตั้งประเด็นว่า เรารู้กันไหมว่า กรณีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ไม่ว่าจะเป็นเข้ามาในลักษณะว่าเป็นปลาสวยงามก็ดี เข้ามาลักษณะเป็นเอามาบริโภคในประมงก็ตามที ต่างประเทศเขาเคยมีกรณีแบบนี้ไหม ไม่ต้องถามคำถามนี้แล้วนะครับ เพราะเพื่อนสมาชิกของผมหลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่า มันมีกรณีที่เกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเกิดที่อเมริกา เกิดที่ออสเตรเลีย เกิดที่ยุโรป รวมไปถึง เพื่อนสมาชิกของผมจากพรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐก็เอาตัวอย่างไว้ให้ด้วย บอกว่าที่อเมริกาเขาแก้ไขปัญหาอย่างไร ที่ยุโรปแก้ไขปัญหาอย่างไร ออสเตรเลียแก้ไขปัญหา อย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้รู้อยู่แล้ว ต่างประเทศมีปัญหารู้อยู่แล้ว รู้วิธีการจัดการที่จะ เรียกว่าถูก จะเรียกว่าผิดอะไรต่าง ๆ รู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังเข้ามาสู่ในประเทศไทย ผมไม่ย้อนกลับ ไปแล้วกัน เพราะซ้ำกับที่เพื่อนสมาชิกของผมหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว จะไปค้นหาต้นตอ อะไรต่าง ๆ ผมสนับสนุนนะให้หาต้นตอให้ได้ว่ามาจากไหน อะไร อย่างไร ในขณะเดียวกัน ที่จะสืบเนื่องต่อไปที่มันเกี่ยวกับระบบนิเวศครับท่านประธาน ในเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมไม่พูด ไม่ได้ คือมันมีผลกระทบต่อเรื่องระบบนิเวศแน่นอน ประเทศไทยเรามีทั้งน้ำจืด มีทั้งน้ำเค็ม เรามีระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นในน้ำจืด แล้วก็เป็นในน้ำเค็ม แต่สิ่งที่เหมือนกัน ไม่ว่าระบบนิเวศ ในน้ำจืดหรือน้ำเค็มที่มี นั่นก็คือสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระบบนิเวศนั้น น้ำจืดก็มี กุ้ง หอย ปู ปลา น้ำทะเลก็มี กุ้ง หอย ปู ปลา และเช่นเดียวกันครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศ ในน้ำจืดหรือในน้ำเค็ม คำนี้สำคัญนะครับ ล้วนเป็นทรัพยากรธรรมชาติของรัฐทั้งสิ้น ตรงนี้ ต้องขีดเส้นใต้ไว้ตัวโต ๆ เลยครับ ว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติของรัฐทั้งสิ้น แล้วเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็บอกแล้วว่าปลาหมอคางดำอยู่ได้ทุกน้ำ อยู่ได้ทุกน้ำ พอเข้าไป อยู่น้ำจืดกินทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในน้ำจืด เข้าไปอยู่น้ำเค็มกินทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในน้ำเค็ม แล้วกินเยอะขนาดไหนท่านประธาน ผมคิดว่าเราคงมีการเรียกว่าพอจับปลาหมอคางดำ มาแล้ว คงมีการผ่าพิสูจน์แล้วละ มันไม่ใช่แค่ว่ามีไข่เยอะ ออกลูกได้เยอะต่าง ๆ นานา ถ้าผ่าท้องออกมาเอาไส้ปลาหมอคางดำยืดออกมายาว ๔ เท่าของตัวปลา ท่านประธาน ลองคิดดูไส้มันยาว ๔ เท่า กินทั้งวัน เดี๋ยวก็กิน เดี๋ยวก็กิน เดี๋ยวก็กิน กินแล้วย่อยเร็วด้วย ย่อยเร็วขนาดไหน เอาพื้นที่ที่ สส. ณัฐชา พูดไปว่าบ่อเลี้ยงกุ้งที่ในพื้นที่ เวลาปลาหมอคางดำ กินกุ้งเข้าแป๊บเดียว ๓๐ นาทีย่อยแล้ว นั่นเท่ากับว่าพอกินท้องอิ่มเสร็จปุ๊บว่ายไปแป๊บเดียว อีก ๓๐ นาทีกินต่อแล้ว ว่ายไปแป๊บเดียวอีก ๓๐ นาทีกินต่อแล้ว กินทั้งวัน กินทั้งคืนจริง ๆ แล้วการที่ปลาหมอคางดำ ซึ่งถือว่าเป็น Alien Species เพราะมันไม่ได้เป็นปลาที่อยู่ในบ้านเรา เข้ามาอยู่ในระบบนิเวศของไทย ผลกระทบคืออะไรครับ ก็ทำให้ระบบนิเวศของไทยพังลงไป แล้วโรคต่าง ๆ ที่อยู่ในปลาหมอคางดำ ซึ่งไม่ใช่สัตว์ที่อยู่ในประเทศไทย แล้วมาอยู่ในประเทศไทย ถ้ามีการแพร่ระบาดของโรค ก็อาจจะเกิดเป็นโรคอุบัติใหม่ได้ สิ่งที่ผมพูดนี้ไม่ใช่เรื่องเกินเลย ในการประชุมของสภาสมัยที่แล้วที่เราอยู่อภิปรายกัน เราพูดถึงการแพร่ระบาดของโรค Lumpy skin เราพูดถึงการแพร่ระบาดของกาฬโรคแอฟริกาในม้า แล้วเหล่านั้นมาจากไหน มันก็เกิดจากการที่เอา Alien Species เอาม้าลาย ซึ่งไม่ได้เป็นม้าในประเทศไทยเข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย หลายปีแล้ว เอาเข้ามาจะขาย จะเป็นจุดพัก จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ก็ระบาด เข้าไปสู่ในม้าในประเทศไทย Lumpy skin ก็เช่นเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นโรคอุบัติใหม่ นี่คือสิ่งที่ต้อง กังวล เพราะตอนนี้เรามีปลาหมอคางดำ ซึ่งถือเป็น Alien Species อยู่ในระบบนิเวศทั้งน้ำจืด อยู่ในระบบนิเวศทั้งน้ำเค็ม พร้อมที่จะแพร่เชื้อที่มันไม่ได้เป็นโรคในประเทศไทย เข้าสู่ ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ ผมย้ำคำนี้ครั้งที่ ๓ แล้ว เพราะมันจะสืบเนื่องไปถึงรู้หรือไม่รู้ สุดท้ายครับท่านประธาน หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าในประเทศไทยเรามีคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แต่แน่นอนถ้าท่านมาสายสิ่งแวดล้อมท่านรู้ว่าเรามีคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พูดผ่านท่านประธานไปให้กับหลาย ๆ ท่านที่อาจจะงง ๆ ว่าคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีอะไร เอาสรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือมีหน้าที่ในการดูแลต่าง ๆ ในเรื่อง สิ่งแวดล้อมของประเทศไทยไม่ให้เกิดความเสียหาย อะไรที่คิดว่าจะสร้างความเสียหายให้กับ สิ่งแวดล้อมไทย ต้องรีบจัดการ ต้องรีบบริหารจัดการ แล้วคนที่นั่งเป็นประธานคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติคือใคร ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ ประธานที่นั่งหัวโต๊ะคือนายกรัฐมนตรี รักษาการโดยตำแหน่ง รองประธานลำดับ ถัดลงไปมีคนที่สำคัญมากและไม่เคยอยู่ในหน้าสื่อเลย ในกรณีของความเสียหายจาก การระบาดเรื่องของปลาหมอคางดำ นั่นคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ไม่เคยอยู่ในหน้าสื่อเลย แต่ท่านทราบไหมว่าท่านเป็นรองประธาน ในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านอาจจะมีหลายเรื่องที่ท่านต้อง ไปประชุม ท่านต้องรีบแก้ไขต่าง ๆ นานา แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นี่หน้าที่ท่านโดยตรงเลยนะ ท่านทำอะไรอยู่ บอกให้กับพี่น้องประชาชนรู้ หรือจริง ๆ แล้วนายกรัฐมนตรีรู้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมท่านรู้เช่นเดียวกัน ว่าท่านมีตำแหน่งเป็นรองประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ แต่ท่านพยายามเงียบ หายเข้ากลีบเมฆ เหมือนที่หลาย ๆ ครั้งไม่ยอมมาตอบ กระทู้ถามต่าง ๆ ในสภา เพราะเหตุผลว่า ใน พ.ร.บ. ส่งเสริม ปี ๒๕๓๕ ที่ผมพูดไปนี้ กรณีนี้ การระบาดของปลาหมอคางดำสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศไทย ซึ่งถือเป็น ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ แล้วกฎหมายฉบับนี้กำหนดเอาไว้ว่าต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ ค่าเสียหายแก่รัฐทั้งหมด ฝากพี่น้องสื่อมวลชนด้วยครับ เอาไมโครโฟนไปถามกับทาง ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ถามทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ถึงความเสียหายเหล่านี้ และต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายเหล่านี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ