พงศธร ศรเพชรนรินทร์ หารือปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำในจังหวัดระยอง และเสนอให้เร่งดำเนินการทั้งการติดตามต้นตอ การสนับสนุนให้ชาวประมงจับปลาเพื่อลดประชากร พร้อมผลักดันมาตรการหลายทางร่วมกัน เช่น การรับซื้อ การแปรรูป และการปล่อยปลานักล่าหลากหลายชนิดเพื่อควบคุมระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ เจ้าปลาหมอคางดำ Alien Species ตัวร้ายตัวนี้ มันระบาดมาถึงระยองบ้านกระผมสักพักใหญ่แล้วครับ พบเจอในหลายแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็น แม่น้ำประแสร์ แม่น้ำพังราด บริเวณสะพานรักษ์แสม หรือแม้กระทั่งชายทะเลน้ำเค็ม สัปดาห์ก่อนชาวประมงพบเจอที่หาดแม่รำพึง เมื่อเช้าครับ สด ๆ ร้อน ๆ เพิ่งเจออยู่ที่ หาดเภตรา บ้านเพ นี่ครับอยู่ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม มันร้ายจริง ๆ ครับ ดังนั้นวันนี้ ผมก็รู้สึกยินดี เป็นนิมิตหมายอันดีที่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเห็นตรงกันว่าต้องร่วมมือกัน แก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังเสียที ผมได้ยินเพื่อนสมาชิกจากรัฐบาลหลายท่านพูดและเห็น ตรงกันว่าต้องใช้มาตรการต่าง ๆ หลาย ๆ มาตรการไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรก เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องเร่งหาต้นเหตุ ต้นตอ ผู้ก่อปัญหาเอามาลงโทษให้ได้ ว่าใครกันแน่ ที่เป็นต้นเหตุในการปล่อยปละละเลยจนเกิดวิกฤติการณ์ครั้งนี้ เอาใจช่วยครับ ผมเอาใจช่วย รัฐบาล ทุกหน่วยงาน หาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ที่ต้องควบคู่กันไปครับ แน่นอนว่าเราต้องหา มาตรการทุก ๆ มาตรการดำเนินการเพื่อที่จะกำจัดและจำกัดจำนวนมันให้ได้ทุกมาตรการ ซึ่งเรื่องนี้ด้านหนึ่งเราก็ต้องยอมรับกันว่า เราตื่นตัวเรื่องนี้กันช้าไปหน่อย เพราะรัฐบาล ที่ผ่าน ๆ มาไม่ได้ให้ความสำคัญ ไม่ได้กำจัดมันอย่างจริงจัง มันจึงผ่านมาแล้วหลายปีครับ จึงเป็นปัญหาหนักที่เราต้องร่วมมือกันในวันนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเราคงไม่อาจจะกำจัดมันให้หมด ไปได้อย่างสิ้นเชิง แต่เราต้องจำกัดจำนวนมันให้ไม่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศด้วยหลากหลาย วิธีการ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยว่าจะต้องมีการสนับสนุนให้ชาวประมงจับมันขึ้นมา มีการตั้งค่าหัวรับซื้อนำไปใช้ประโยชน์ ตรงนี้เห็นด้วยครับ เพราะว่าไม่มีใครจับปลาเก่ง เท่าชาวประมงแน่ ๆ ดังนั้นต้องส่งเสริมให้ชาวประมงจับมาให้ได้เยอะที่สุด เพราะชาวประมง จับปลาตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่เหมือนหน่วยงานรัฐที่จับได้แค่บางเวลา ดังนั้นเรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างถึงที่สุด ให้ชาวประมงจับมาให้ได้มากที่สุด และมีทางออก ทางไปที่คุ้มค่าคุ้มทุนกับการจับ แน่นอนครับ ๑๕ บาท ราคาค่าหัวอาจจะเป็นราคาที่เหมาะสม ที่จะทำให้ชาวประมงมีแรงจับมันขึ้นมาให้ได้มากที่สุด เพราะว่าข้อห่วงกังวลเรื่องการเพาะเลี้ยง มีคนพูดถึงเรื่องนี้กันขึ้นมา ผมก็ได้เข้าไปศึกษาพบปะชาวประมง ชาวเพาะเลี้ยง พี่น้องชาวประมงบอกว่า ไม่ต้องห่วงเลี้ยงไปไม่คุ้ม เลี้ยงไปไม่คุ้ม เพราะมันโตช้ามากนะครับ ข้อมูลทางวิชาการโดยผู้ชำนาญการเรื่องนี้ ดอกเตอร์นณณ์ ผาณิตวงศ์ ก็ระบุว่าอัตรา แลกเนื้อของมันอยู่ที่ ๖ : ๑ ครับ ให้อาหารไป ๖ กิโลกรัม มันโตขึ้นแค่ ๑ กิโลกรัม ดังนั้น ถ้าราคาอยู่ประมาณ ๑๕ บาท หรือ ๒๐ บาท อย่างไรเพาะเลี้ยงก็ไม่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ต้องทำอย่างชัดเจน มีมาตรการเฝ้าระวังมอนิเตอร์ไม่ให้เกิดปัญหาการลักลอบ เพาะเลี้ยงในระยะยาว ดังที่ท่านประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล และท่านหัวหน้าพรรค ได้แสดงความกังวลไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้นเรื่องนี้ดำเนินการควบคู่กันไป ส่งเสริมให้ชาวประมง จับมาได้มากที่สุด มีช่องทางไป มีการส่งเสริมให้คนกินให้มาก เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ถูกที่ถูกทาง แต่ว่าต้องทำควบคู่ไปในหลาย ๆ มาตรการ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการในการดำเนินการที่จะให้ ชาวประมงจับนั้น ก็จะต้องมีการประกาศยกเว้นเครื่องมือบางประเภทที่อาจจะผิดกฎหมาย ในปัจจุบัน เพื่อให้ชาวประมงสามารถจับมาได้มากขึ้น โดยมีการควบคุมของกรมประมง ซึ่งมีการทำไปแล้วหลายพื้นที่ แต่บางพื้นที่ยังไม่ได้มีการประกาศ ตรงนี้ก็น่าจะต้องมี การดำเนินการให้ครบทุกพื้นที่ที่มีการระบาดนะครับ รวมไปถึงการ Matching เพราะว่า การรับซื้อโดยราชการอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ หรือจากเอกชนบางรายอาจจะ ไม่เพียงพอ เพราะว่าจำนวนมันมากเหลือเกิน ราชการทำหน้าที่อำนวยความสะดวก Matching ผู้ที่ต้องการปลาในราคาต้นทุนต่ำไปแปรรูป ไม่ว่าจะทำเป็นน้ำปลา ไม่ว่าจะเป็นปลาร้า หรือว่าตากแห้ง ให้เขามีช่องทางจัดจำหน่ายให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้จับมาให้ได้มากที่สุด รวมไปจนถึงมาตรการในการปล่อยปลานักล่า ตรงนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญนะครับว่า การปล่อย ปลากะพงไปแล้วก็เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ว่าอาจจะต้องศึกษาปล่อยปลานักล่าที่หลากหลายชนิด มากขึ้น เพื่อให้สามารถจับเจ้าปลาหมอคางดำให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะว่าเจ้าปลากะพง ลักษณะเขาไม่สามารถที่จะเข้าไปจับในระดับน้ำตื้น หรือบริเวณโขดหินได้ อาจจะต้องใช้ ปลาเก๋าเข้าไปเสริม ในบริเวณน้ำจืดอาจจะต้องใช้ปลากราย ปลาม้า ที่ล่าปลากลางแม่น้ำลึก ใช้ปลาช่อนล่าเขตน้ำจืด น้ำตื้นในคลอง หรือว่าปลาชะโดที่เป็นนักล่าที่มีประสิทธิภาพสูง จะใช้ในพื้นที่ไหน ตรงนี้ต้องหานักล่าที่หลากหลายมากขึ้น เพราะเราจะต้องอยู่กับมันไปอีก หลายปี จะได้ช่วยกันจำกัดจำนวนให้ได้มากที่สุด รวมไปจนถึงเรื่องของการไล่ล่าจับกุมตัว เจ้าปลาหมอคางดำ โดยหน่วยงานรัฐที่ดำเนินการกันอยู่ เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และเมื่อมีการประกาศแล้วว่าจะดำเนินการให้เป็นวาระแห่งชาติ ผมคิดว่าต้องขอฝาก ท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับ น่าจะต้องลงมาดูแลเรื่องนี้ให้มากขึ้น จะปล่อย ให้เป็นภาระของท่านรัฐมนตรีช่วยอรรถกร ของท่านรัฐมนตรีธรรมนัส เฉพาะกระทรวง เกษตรและสหกรณ์กระทรวงเดียวอาจจะไม่ทันการแพร่ขยายตัวของมัน จำเป็นหรือไม่ ที่จะต้องตั้งหน่วยงานที่บูรณาการหลายกระทรวงมากขึ้น ให้มีทรัพยากร มีบุคลากร มาช่วยกันจับ ช่วยกันล่าอย่างจริงจังมากกว่าที่ผ่านมา ดังนั้นครับ ในฐานะที่เราเห็นตรงกันว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ ก็ขอฝากรัฐบาลให้ดำเนินการอย่างจริงจัง บูรณาการ ทุ่มเท ทรัพยากรที่มีอยู่ ช่วยกันจำกัดจำนวนของมันให้เหลือน้อยที่สุด เท่าที่จะไม่เป็นปัญหา กับระบบนิเวศ เพื่อให้เกษตรกร เพื่อให้ชาวประมงได้คืนวิถีชีวิตที่ถูกทำลายไปหลายปีที่ผ่านมา ขอบคุณครับท่านประธานครับ