สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย หารือเรื่องผลกระทบของปลาหมอคางดำที่แพร่ระบาดในแหล่งน้ำของเกษตรกรและแหล่งน้ำธรรมชาติ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการป้องกันปลาหมอคางดำหลุดรอดจากแหล่งเพาะเลี้ยง โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับการอนุญาตให้บริษัทนำเข้าปลาหมอคางดำและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด

นายศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศิรสิทธิ์ สงนุ้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคก้าวไกล ผมขอร่วม อภิปรายในญัตติด่วนปลาหมอคางดำครับ ปลาหมอคางดำเป็นนักล่าโดยแท้ กินทั้งสิ่งมีชีวิต กินทุกอย่าง แต่ไม่รู้ว่ากินแบงก์เทา แบงก์แดงด้วยหรือไม่ ทุกท่านครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึง ผลกระทบของปลาหมอคางดำ ทั้งในจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรปราการ และจังหวัดของ ผมเอง จังหวัดสมุทรสาคร รวมทั้งหมดกว่า ๑๗ จังหวัด ท่านประธานครับ จังหวัดสมุทรสาครนั้น เป็นจังหวัดที่ท่านรัฐมนตรี ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า มาน่าจะบ่อยที่สุด รองจากพะเยาแล้ว ก็หวังว่าน่าจะเป็นจังหวัด Model ในการแก้ไขปัญหาให้คลี่คลาย ท่านประธานครับ ปัญหา ที่เกิดขึ้นที่ผมได้ลงพื้นที่พบพี่น้องเกษตรกร ทั้งอำเภอบ้านแพ้ว อำเภอเมือง ทั้งที่เป็น เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบปัญหาอยู่ตอนนี้ ทุกท่านครับ ปัญหาของปลาหมอ คางดำที่แพร่ระบาดในบ่อของเกษตรกร ทุกครั้งที่เกษตรกรวิดน้ำออกมาพบปลาหมอคางดำ เป็นตัน ๆ ตรงนี้ครับท่านประธาน ต้องบอกว่าปลาหมอคางดำแพร่ระบาด แม้กระทั่งบ่อกุ้ง บ่อปลา แหล่งน้ำธรรมชาติ ลำคลอง หนอง บึง ลำประโดง ทุกที่ ทั้งกินสัตว์แหล่งน้ำธรรมชาติ สัตว์พื้นถิ่น กินไปหมดทุกอย่าง ทุกท่านครับ ความสำคัญตรงนี้ต้องบอกว่าแหล่งเพาะพันธุ์ สัตว์น้ำที่สำคัญของสัตว์น้ำ ก็คือป่าชายเลนและอ่าวตัว ก ทุกท่านครับ ปลาหมอคางดำ เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ได้ในหลายแหล่งน้ำ ชอบที่สุดคือน้ำกร่อย ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ป่าชายเลนนั้นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ที่สำคัญต่อระบบนิเวศ มีทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาเศรษฐกิจมากมาย พี่น้องชาวประมง ทั้งประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ตอนนี้เดือดร้อนเป็นอย่างมาก ถ้าปล่อยให้ปลาหมอคางดำ แพร่ระบาดต่อไป และไม่มีมาตรการที่ช่วยเหลือ ไม่มีมาตรการระยะยาวที่ดีพอ ต้องหวังว่า ระบบนิเวศของประเทศเราจะไม่ล่มสลาย ทุกท่านครับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นตอนนี้นั้น มหาศาล ผมจึงต้องขอย้อนอดีตกลับไปนะครับว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ขออนุญาตนะครับ อันนี้อ้างอิงตามเอกสารที่อนุกรรมาธิการ อว. นะครับ ย้อนกลับไปเมื่อปี ๒๕๔๙ มีบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ไปขออนุญาต IBC หรือคณะกรรมการความหลากหลายทางชีวภาพ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูตรงนี้ดี ๆ นะครับ โดยมีเงื่อนไข ๔ ข้อ ๑. กรมประมงจะขอเก็บตัวอย่างครีบ โดยไม่ทำให้ปลาตายทั้ง ๒ ชนิด จำนวนอย่างน้อย ๓๐ ตัวต่อชนิด เพื่อใช้เป็นข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ จะเป็นผู้ดำเนินการ ๒. ตรงนี้สำคัญ เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ขอให้บริษัทแจ้งผลการวิจัย แก่กรมประมง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิง ๓. ควรมีการป้องกันและระมัดระวังไม่ให้ สัตว์ทดลองหลุดรอดไปในธรรมชาติ ๔. กรณีการวิจัยได้ผลไม่ดี เมื่อบริษัทไม่มีความประสงค์ จะใช้ปลาดังกล่าวต่อไป จะต้องทำลายและเก็บรักษาซากเพื่อให้กรมประมงได้มีการตรวจสอบ แต่พอปี ๒๕๕๓ มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ในข้อ ๑ ให้กรมประมงเก็บตัวอย่างครีบโดยไม่ ทำให้ปลาตายอย่างน้อย ๓ ตัว ปริมาณแตกต่างกันชัดเจนนะครับ ๒. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ให้ผู้ขอนำเข้าแจ้งผลการทดลองแก่กรมประมง ๓. ควรมีการป้องกันไม่ให้สัตว์ทดลอง หลุดรอดไปในธรรมชาติ ๔. ในกรณีที่การทดลองได้ผลไม่ดี ผู้ขอนำเข้าไม่ประสงค์จะใช้ปลา ต่อไป ขอให้ทำลายและเก็บซากไว้ให้กรมประมงตรวจสอบ ตรงนี้เนื้อ ๆ เน้น ๆ นะครับ จะบอกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ปี ๒๕๕๓ กรมประมงได้ทำหนังสือไปยังบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP โดยมีเงื่อนไขว่า ๑. เก็บตัวอย่างครีบดองในน้ำยาเก็บตัวอย่างส่งมา ที่กลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำ ๒. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ให้รายงานผลการศึกษา หากผลการศึกษาที่ได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และไม่ประสงค์จะทำการศึกษาต่อ ให้ทำลาย ปลาชุดดังกล่าวทั้งหมด โดยแจ้งกรมประมง เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทำลายต่อไป ทุกท่านครับ ทั้งนี้ ทั้งนั้น ต้องมีการตรวจสอบหาความจริง ทุกอย่างต้องมีหลักฐาน ข้อมูล จากกรมประมงพบว่าไม่มีบันทึกการส่งหลักฐานใด ๆ ต่อกรมประมงที่มอบให้กับกรมประมง แต่ผู้ขออนุญาตหรือบริษัทอ้างว่าได้ส่งหลักฐานไปแล้ว ทุกท่านครับ เวลาทุกคนยื่นเอกสาร ให้กับหน่วยงานราชการ ก็จะมีการเซ็นรับตรารับวันที่เท่าไร ใครรับ อะไร อย่างไร บริษัท เป็นบริษัทที่ใหญ่ ทำไมไม่ได้เก็บหลักฐานตรงนี้ไว้ อันนี้ก็ฝากไปอีกเรื่องหนึ่ง ทุกท่านครับ หลักฐานตรงนี้บ่งชี้ว่าไม่ได้ทำตาม IBC ก็ย่อมต้องสันนิษฐานไว้ว่ามิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ข้อ ๒ จาก ๔ ข้อ ทั้งหมดใช่หรือไม่

สุดท้ายครับ ประชาชนถ้าเกิดข้อสงสัยปลาหมอคางดำหลุดรอดออกจาก แหล่งเพาะเลี้ยงหรือไม่ ก็แปลว่า เอ๊ะ มาตรการข้อ ๓ ที่ว่าการป้องกันไม่ให้สัตว์ทดลองหลุดรอด ไปในธรรมชาติมีข้อผิดพลาดหรือไม่ ขอบคุณครับ