ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม หารือปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำที่ขยายวงกว้างถึง 17 จังหวัด ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง-ปลาจนสูญเสียทั้งทุนและที่ดิน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงประกาศเป็นวาระแห่งชาติโดยไม่มีผลบังคับ พร้อมเสนอแนวทางการจำกัดพื้นที่การแพร่พันธุ์ การสร้างระบบแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน การมีส่วนร่วมของประชาชน และการศึกษาวิจัยอย่างเป็นวิทยาศาสตร์รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับต่างประเทศ เพื่อแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการทบทวนกฎหมายและเงื่อนไขการอนุญาตนำเข้าปลาต่างถิ่นที่ยังหละหลวม การประเมินความเสียหายเพื่อเยียวยาอย่างตรงจุด และการตรวจสอบต้นตอความผิด พร้อมเน้นว่าการรับซื้อปลาเป็นเพียงแรงจูงใจในการจับ ไม่ใช่การเยียวยาที่แท้จริง และเรียกร้องให้ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สมุทรสาคร เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานและเพื่อน สมาชิกทุกท่านที่อนุญาตให้ญัตติด่วนด้วยวาจาอันนี้ ได้นำมาพูดคุยกันในรัฐสภาแห่งนี้ เพราะพี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันมาก อีกอันหนึ่งผมก็คงต้องขอชื่นชมท่าน สส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ที่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาเป็นระยะเวลายาวนาน แล้วก็ขอบคุณ ท่าน สส. พิทักษ์เดช ที่ร่วมเสนอญัตตินี้ร่วมกัน จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน แล้วก็เป็น ปัญหาใหญ่ที่ประชาชนให้ความสนใจและมีผลกระทบเป็นวงกว้าง เมื่อไม่กี่วันก่อนเรื่องนี้ ยังจำกัดอยู่แค่ ๑๖ จังหวัด มาวันนี้มาเป็น ๑๗ จังหวัดแล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ ที่ถ้าเกิดเราสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่ได้รับเลือกมาจากประชาชนโดยตรง ก็ถ้าเกิดเรา นิ่งนอนใจ ผมคิดว่ามันก็คงไม่เป็นผลดีนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนเขาลำบากยากเข็ญ จากเรื่องนี้มาก ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมก็ต้องส่งกำลังใจให้กับทางกรมประมง แล้วก็พี่น้องชาวประมงทุกท่านที่ต่อสู้เรื่องนี้อย่างเต็มที่ กรมประมงในชุดปัจจุบัน ก็ขอส่ง กำลังใจ แต่ในขณะเดียวกันก็คงจะต้องบอกนะครับ ขอเตือนไปยังรัฐบาลว่า ท่านพูดมา โดยเสมอว่าเรื่องนี้จะต้องเป็นวาระแห่งชาติ ต้องเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่ผมไม่แน่ใจว่าวาระ แห่งชาติสรุปแล้วจะเป็นชาตินี้ หรือชาติหน้าครับ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนชาวประมง ก็สงสัยว่าสุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นวาระแห่งชาติเมื่อไรกัน มีการไปให้คำสัญญาว่าจะใช้ งบกลาง จะเพิ่มงบประมาณ แต่วันนี้ก็ยังไม่เห็นนะครับ พี่น้องชาวประมงเขาก็เฮกันแล้วนะครับ ถ้าเป็นเช่นนั้น ขอเสียงเฮของพี่น้องชาวประมงคืนได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ญัตตินี้สำคัญอย่างไร ผมคิดว่าการแก้ปัญหาก็จำเป็นนะครับ แต่การหา คนรับผิดชอบก็จำเป็นไม่แพ้กัน เพราะอะไร เราอย่าไปดูเบานะครับ ความโกรธ ความไม่พอใจของ ประชาชน เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือนนะครับ เพราะอะไรครับ ณ วันนี้กฎหมายอาจยังไปไม่ถึง ยังเอาผิดไม่ได้ แต่ดูบริบทแวดล้อมสังคมเขาก็พอเห็นแล้วครับว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไรกัน แน่ มันทำให้การระบาดของปลาหมอคางดำเป็นความรู้สึกร่วมของสังคมที่พี่น้องประชาชน จำนวนมากได้รับผลกระทบ รวมถึงก็มีความโกรธ รู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ก็อย่างที่บอกไปในตอนแรกนะครับ ระบาดไปถึง ๑๗ จังหวัดแล้ว ถ้ายังปล่อยต่อไป ผมไม่แน่ใจว่าจะไปถึง ๖๐-๗๐ จังหวัดหรือไม่ นี่ก็เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราคงจะต้องมาพิจารณากัน ในวันนี้นะครับ
ท่านประธานครับ ผมเดินทางไปในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัด สมุทรสาคร พื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม แล้วก็ไปดูงานในหลาย ๆ ที่ที่มีการระบาดของ ปลาหมอคางดำ สิ่งที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนก็มาเล่าให้กับผมฟังว่าพวกเขาตั้งใจเอาเงินที่ เก็บหอมรอมริบ สะสมเงินทุน หรือไปกู้หนี้ยืมสินมา มาเช่าที่ทำวังปลา วังกุ้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คืออะไรครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือพอวิดบ่อออกมา ปลาหมอคางดำเต็มวังกุ้ง เต็มบ่อของพี่น้อง ประชาชน พี่น้องชาวประมงเกษตรกรทั้งนั้นนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าจากที่เขาตั้งใจว่า จะสามารถที่จะก่อร่างสร้างตัวเป็นรายได้ให้กับครอบครัวในการใช้ชีวิตในทางเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ปลาหมอคางดำที่ว่ากัดกินโอกาสในทางการศึกษาของลูกหลาน ของพี่น้อง เกษตรกร กัดกินปลาพื้นถิ่น รวมถึงทุกวันนี้กัดกินโฉนดชาวบ้านไปจำนวนมาก หลายคน ต้องเอาที่ไปเข้าแบงก์ เพื่อเอาเงินมาต่อยอดทำวังปลา วังกุ้ง หลายคนก็ยังต้องเช่าบ่อ ก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า ปัญหาเรื่องนี้บานปลายจริง ๆ ครับ ผมไปเห็นก็เห็นใจ แล้วก็คิดว่า เป็นเรื่องเร่งด่วน เราจะไม่ทำอะไรเลยก็คงไม่ได้ ก็เป็นที่มาที่เราถึงได้มาเสนอญัตติอันนี้ครับ ท่านประธาน
ทุกวันนี้ผมก็ยังต้องบอกว่าเราต้องยอมรับนะครับว่าจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ ก็มีปัญหาตั้งแต่หลายกระบวนการ ตั้งแต่ต้นทาง ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ก่อนหน้านี้ เราก็มีการแพร่ระบาดในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตอนปี ๒๕๐๒ ที่รัฐฟลอริดา หรือว่าที่มลรัฐฮาวาย ในปี ๒๕๑๕ หรืออย่างประเทศฟิลิปปินส์เอง ก็เคยระบาด ก็ช่วงประมาณปี ๒๕๕๘ ฟิลิปปินส์อาจจะมาทีหลังนะครับ แต่ตอนปี ๒๕๔๙ ก็มีรายงาน มีข่าวว่ามีปลาหมอคางดำ หรือว่าปลาหมอเทศข้างลายที่เมื่อก่อนเรียกชื่อ หรือแม้แต่ปลานิล ที่เรียกชื่อตอนแรก หรือว่าที่ต่างประเทศเขาเรียกกันปลานิลน้ำเค็ม ก็มีการรายงาน การระบาดครับท่านประธาน รายงานการระบาดว่าไประบาดไปสร้างมลภาวะเป็น Alien Species ในต่างประเทศ คำถามที่สำคัญเลยครับว่า ณ ตอนนั้นอนุญาตได้อย่างไร ประเด็นนี้ ก็เป็นประเด็นใหญ่ ณ วันนั้นเราเชื่อว่าการขออนุญาตอย่างเดียว ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ไปดูหรือเปล่าว่าทำไมถึงเชื่อในสิ่งที่เป็น ณ ตอนนั้น เราไปดูเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ว่าทำไม ถึงได้อนุญาต ท่านประธานครับ และยังไม่นับเงื่อนไขการนำเข้าที่มีปัญหา ที่บอกว่าจะต้องมี ๓-๔ ข้อ แต่ที่เป็นเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นต้องตัดครีบ เงื่อนไขจะต้องส่งซากที่ว่ากันมา จริง ๆ แล้วก็อ่อนมาก เพราะว่ามันอาจจะต้องมีการคุมเข้มอะไรมากกว่านี้หรือไม่ แล้วก็มี การจะต้องดำเนินการอย่างอื่นมากขึ้นกว่านี้หรือไม่ แต่ที่ว่ามาเงื่อนไขที่ว่าอ่อน สุดท้ายแล้ว ก็ยังทำไม่ครบถ้วน ยังหละหลวมนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นประเด็นว่าเงื่อนไขเหล่านี้ เราจะต้องมาทบทวนหรือไม่ ในอนาคตเราจะยังใช้เงื่อนไขแบบนี้ในการอนุญาต ในการศึกษา วิจัยหรือไม่ ก็คงต้องตั้งประเด็นไว้ในสภาแห่งนี้ครับ
สุดท้ายนะครับท่านประธาน ผมไม่ได้มาพูดเพื่อฟื้นฝอยหาตะเข็บนะครับ แล้วก็คิดว่าเพื่อน ๆ สส. ของผมที่จะมีการอภิปรายต่อกัน ก็คงจะมาเล่าที่มา มาบอกว่า สุดท้ายแล้วที่มาถึงวันนี้ เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เดี๋ยวก็คงจะมีเพื่อน ๆ สส. มาช่วยกันเล่า แต่ที่ผมมาเสนอญัตติอันนี้ จริง ๆ เราก็อยากจะเสนอทางแก้ไข ก็อยากจะให้รัฐบาล ลองมา Shopping ดูว่าข้อเสนอไหนที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวประมง พี่น้องประชาชน ในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพราะว่าเราเองก็คงนิ่งนอนใจไม่ได้ ถ้าเราคิดอะไรได้ หรือเราไป ศึกษาข้อมูล หรือเราไปรู้อะไรมา เราก็คงอยากจะมาเสนอเพื่อให้รัฐบาล ผู้มีอำนาจลองมา เลือกดูว่าข้อเสนออันไหนเหมาะสมในการมาหยิบใช้ แล้วก็เอามาคิดพิจารณาดู เพราะสุดท้ายผมเข้าใจดีครับว่า ข้อเสนอก็คงมาจากทุกทิศทุกทาง แต่เราก็คงต้องเลือกดู ผู้มีอำนาจก็คงต้องเลือกดูว่าอะไรจะเหมาะสม ที่ผ่านมาก็ต้องบอกว่าทางหน่วยงาน ก็พยายามที่จะมีมาตรการต่าง ๆ หลาย ๆ เรื่องมาตรการก็ค่อนข้างที่จะทำไปบ้างแล้ว แต่หลาย ๆ เรื่องก็ต้องบอกว่ายังไม่ได้ทำ หรือหลาย ๆ เรื่องที่ยังติดขัดบางด้าน หรือหลาย ๆ เรื่องก็ต้องบอกว่า ถ้าลำดับความสำคัญดีกว่านี้ จัดกลุ่มในการทำดีกว่านี้ อาจจะมีประสิทธิภาพกว่านี้หรือไม่ ผมเองก็มีข้อเสนอที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ในการแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ อย่างที่ผมเคยนำเรียนไปก่อนหน้านี้ แล้วก็คงจะต้องมาพูดในที่ประชุมสภา แห่งนี้ เพื่อให้มีการบันทึกเอาไว้ด้วยว่า เราคงจะต้องจำกัดพื้นที่ จำกัดการขยายพันธุ์ ลดพื้นที่ ลดการขยายพันธุ์ รวมถึงก็คงจะต้องไปศึกษาวิจัยข้อมูลว่ามันต้องศึกษาอย่างไรบ้าง รวมถึงไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีข้อเสีย มีข้อช่องโหว่อย่างไรบ้าง หรือแม้กระทั่งการเยียวยา ที่จะต้องมองในมิติต่าง ๆ ด้วยกัน แล้วก็ต้องจับตา Alien Species อื่น ๆ ด้วยนะครับว่า จะส่งผลอะไรต่อเหมือนที่จะเกิดขึ้นกับปลาหมอคางดำอีกหรือไม่ จำกัดพื้นที่ครับ ท่านประธาน อย่างที่ผมบอกนำเรียนไปตอนแรก ว่าขณะนี้ระบาดไปแล้ว ๑๗ จังหวัดครับ ท่านประธาน แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนผมดูข่าว ยังมีอยู่แค่ ๑๖ จังหวัด ไม่กี่วันขยับไปอีกนิดหนึ่งก็มี อยู่ ๑๕ จังหวัด ค่อย ๆ ถูกกินรวบมาเรื่อย ๆ คำถามคือ ถ้าเราไม่จำกัดพื้นที่ สิ่งที่เกิดขึ้น คือมันจะขยายไปเรื่อย ๆ สิ่งที่หน่วยงานจะต้องทำ ผมคิดว่าทางผู้มีอำนาจ ท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้ หรือนายกรัฐมนตรีเอง คงจะต้องลงมาดูว่าสุดท้ายแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เกี่ยวข้องกับพี่น้อง ประชาชนจำนวนมาก ก็คงจะต้องมาดู มาให้ความสำคัญ อย่างที่ผมบอกครับว่าอาจจะต้องมี แอปพลิเคชันหรือรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ เราจะต้องมีการให้ประชาชนสามารถ ที่จะแจ้งได้ว่า สุดท้ายแล้วมีปลาหมอคางดำระบาดที่ไหนบ้าง ไม่ใช่ทุกวันนี้กลายเป็นแค่มี ข่าวว่ามาจังหวัดนี้แล้ว มาจังหวัดนี้แล้ว คำถามคือ ถ้าเกิดหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้มีข้อมูล ที่เห็นร่วมกันและเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ก็จะเกิดความตื่นตระหนกแบบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นผลดีในการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะเร่งด่วนและในระยะยาวครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับจริง ๆ ไม่ต้องดูอันไหนไกลอื่นครับ จริง ๆ ศูนย์ AOC ที่กระทรวง MDES ก็พยายามตั้งศูนย์ AOC ในการรับแจ้งเรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มี การหลอกลวงทางออนไลน์ก็มีศูนย์นี้ในการผูกเอาไว้ ผมคิดว่าก็อาจจะเอามาปรับใช้ได้ หรือไม่ ก็อาจจะต้องลองพิจารณาดูถึงความเหมาะสมในประเด็นเหล่านี้ ที่สำคัญนะครับ ลำพังหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐอาจจะไม่เพียงพอ ควรให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วม ควรให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล ได้มีการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนได้แจ้งว่า ขณะนี้มีแหล่งน้ำที่ไหนระบาดแล้วบ้าง ก็แจ้งเข้ามานะครับ รวมถึงอาจจะเป็นการเก็บรวบรวม ด้วยครับว่า พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมีมูลค่าอย่างไรบ้าง เพื่อในอนาคตหากมีการจะต้อง เยียวยา จะได้ใช้ข้อมูลตรงนี้ในการเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบครับ อย่างที่ผมบอก ต่อไปนะครับ อย่างเมื่อสักครู่ก็คือการจำกัดพื้นที่ จำกัดการขยายพันธุ์ เรื่องนี้ก็ควรจะต้อง ศึกษา เพราะต้องยอมรับว่าเรารู้จักปลาหมอคางดำผมคิดว่าน้อยเกินไปนะครับ เลยมีข่าวลือ เต็มไปหมดว่านกกินไข่แล้วไปขับถ่าย แล้วไข่ก็ฟักตัว เรื่องเหล่านี้เราไม่รู้ว่าจริงเท็จอย่างไร เพราะอะไรครับ เพราะว่าเรามีข้อมูลน้อยเกินไป หรือแม้กระทั่งการปล่อยปลานักล่า แน่นอนว่ามีความจำเป็น ก็เป็นหนึ่งในมาตรการ แต่คงจะต้องศึกษาว่าขนาดเท่าไร หรือขนาด ๔ นิ้ว กินลูกปลาโอเคแล้วหรือไม่ แล้วขนาดอื่น ๆ จะอย่างไรต่อ รวมถึง เราอย่าทำเป็น Event ครับ มันจะต้องทำอย่างต่อเนื่องนะครับ แล้วก็มีกระบวนการในการ ประเมินผลว่าได้ผลดีอย่างไร ไม่นับว่าควรจะต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ไม่ใช่ว่าคุณปล่อย วันนี้ พรุ่งนี้ก็เปิดให้คนมาจับ สุดท้ายแล้วปลาที่เราตั้งใจจะให้เป็นนักล่ากลายไปเป็นเหยื่อ เสียเองครับ ผมคิดว่านี่ก็จะเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ตำน้ำพริกละลายงบประมาณ ของประเทศ ก็ไม่ควรจะเป็นแบบนั้นครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ อีกอันหนึ่งที่ผมคิดว่าควรจะต้องศึกษาอย่างจริงจัง และเป็นวิทยาศาสตร์นะครับ คือเรื่องการเหนี่ยวนำโครโมโซมที่มีข่าวว่าจะมีการเหนี่ยวนำ โครโมโซมให้มี 4n แล้วให้ไปผสมกับปลาหมอคางดำที่มี 2n แล้วจะเหลือเป็น 3n ให้เป็นหมัน ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็คงจะต้องมีการค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจัง เพราะผมกลัวจริง ๆ ว่า ถ้าไม่มี ข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ สุดท้ายแล้วจะสร้างปัญหาที่ใหญ่ขึ้นหรือไม่ ก็ตั้งเป็นข้อสังเกต และเป็นข้อกังวล แต่ผมไม่ได้คัดค้าน ถ้าข้อมูลวิจัยบอกว่าจำเป็นแล้วจะเป็นการแก้ไขปัญหา ก็สามารถเดินได้ แต่ถ้าสมมุติว่ามันจะสร้างปัญหาที่ใหญ่ขึ้น ผมไม่แน่ใจว่ามันจะทำให้ปัญหานี้ ยิ่งบานปลายหรือไม่ ก็ฝากหน่วยงานลองวิจัยแล้วก็ติดตามเรื่องนี้อย่างดีนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน การประสานขอความรู้จากต่างประเทศ ก็คงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันนะครับ เพราะเราไม่ใช่ประเทศแรกที่มีการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำนี้ เรามีประเทศอื่นอีกมากมายที่เคยมีการแพร่ระบาดแล้ว เราควรจะมี การเรียนลัด ไม่จำเป็นที่ต้องไปลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง บางเรื่องเราอาจจะใช้บทเรียน ในต่างประเทศมาปรับใช้ มาใช้แก้ ในอเมริกาเขาใช้สารเคมี เรื่องนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าข้อดี ข้อเสีย เป็นอย่างไร ก็คงจะต้องไปศึกษาแล้วก็คงไปขอความรู้ หรือแม้กระทั่งการ Shot ไฟฟ้าครับ ก็คงต้องไปดูว่ามีความเหมาะสม บริบทประเทศไทยทำได้ไหม แล้วถ้าเกิดทำไม่ได้แล้วมันมี ความจำเป็นจะต้องแก้ ทำได้หรือไม่ ก็คงจะต้องฝากหน่วยงานลองไปพิจารณาดูนะครับ
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่ผมคิดว่าเราคงจะต้องคุยกันเรื่อง เยียวยา ต้องบอกกันตรงนี้ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ การรับซื้อไม่ใช่การเยียวยาครับ ผมย้ำอีกครั้งนะครับ การรับซื้อไม่ใช่การเยียวยา เพราะอะไรครับ เพราะว่าการรับซื้อคือ แรงจูงใจให้ประชาชนเกษตรกรไปจับเพื่อให้ปลาหมอออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำปิด แหล่งน้ำเปิดอะไรก็ว่าไป แต่ไม่ใช่การเยียวยา การเยียวยาคือการไปชดเชย ในสิ่งที่เขาได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นวังปลา วังกุ้ง เกษตรกรประมงพื้นบ้านต่าง ๆ ชายฝั่ง ที่เขาได้รับผลกระทบ นี่คือการไปดูข้อมูลว่าเขาเสียหายอย่างไรบ้าง เมื่อถึงเวลาจริง ก็ให้มีการประเมินทางเศรษฐกิจก็จะได้มาเยียวยากันอย่างตรงจุด แล้วก็มีข้อมูลรองรับ ก็ต้องฝากไว้นะครับเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกของผมก็น่าจะมาอภิปราย มาพูดเรื่องนี้นะครับว่า เรื่องนี้มีความจำเป็นอย่างไรบ้างนะครับ
อีกอันหนึ่งนะครับ เรื่องการเอาผิด สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน การเอาผิด ก็เป็นเรื่องสำคัญ ก็คงจะต้องใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการเสาะแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อหา ผู้ที่กระทำความผิดเป็นต้นก่อกำเนิดปัญหานี้มารับผิดชอบ ก็ได้แต่หวังนะครับว่าเรื่องนี้ จะได้รับการคลี่คลาย ความจริงต้องปรากฏต่อสังคมว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร กระบวนการตรงไหนที่เป็นสาเหตุในการทำให้ปลาหมอคางดำระบาดจนเกิดผลกระทบ เป็นวงกว้างขนาดนี้นะครับ
ท่านประธานครับ สุดท้ายแล้วนะครับ มาตรการสุดท้ายที่ผมอยากจะเสนอ คือการจับตาสายพันธุ์ Alien Species อื่นว่า ที่ประเทศไทยเอง เรามีอะไรที่มีโอกาสจะแพร่ ระบาดแบบปลาหมอคางดำบ้าง หรือแม้แต่การที่ในต่างประเทศเขาขึ้นบัญชีเอาไว้นะครับ แต่ประเทศไทยเรายังไม่ได้ขึ้น ก็คงจะต้องไปจับตาดู แล้วก็คงไปขึ้นทะเบียนเพื่อป้องกันสิ่งที่ เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งการแก้กฎหมายว่า กฎหมายมีความหละหลวม มีช่องโหว่อะไรหรือไม่ ที่จะไม่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย
สุดท้ายแล้วนะครับท่านประธาน ผมสุดท้ายมาหลายรอบแล้ว คราวนี้ ก็สุดท้ายจริง ๆ ครับ ตอนนี้เรื่องนี้ผ่านมาแล้ว ท่านณัฐชาก็เคยพูดไปแล้ว ผ่านมาแล้ว ๘ อธิบดี อธิบดีกรมประมงผ่านมาแล้ว ๘ ท่าน แล้วรัฐมนตรีผ่านมาแล้ว ๗ ท่าน ก็หวังเป็น อย่างยิ่งนะครับว่า เรื่องนี้จะจบลงในยุคสมัยนี้ ที่เรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขเสียทีนะครับ เพื่อเราจะได้ผ่านไปด้วยกัน แก้ไปด้วยกัน ผู้แทนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเราก็คง อยากเห็นว่าปัญหานี้จะถูกคลี่คลาย ผมก็คงจะเป็นส่วนหนึ่งที่หากมีข้อเสนออะไร ก็พยายาม จะส่งเสียง เพื่อเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชน แล้วก็คิดว่าเรื่องเหล่านี้ เรื่องปลาหมอ คางดำเป็นบทเรียนราคาแพงของประเทศไทย ที่หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย ไม่ทำให้พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนแบบนี้อีกครับ ขอบคุณครับ