จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อธิบายสาเหตุปัญหาสลากเกินราคาจากหลักเศรษฐศาสตร์ และเสนอแนวทางแก้ไขระยะสั้น 3 แนวทาง ได้แก่ จุดจำหน่ายราคา 80 บาท ศูนย์จำหน่ายตัวแทน และจุดชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน โดยยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแล้วและกำลังดำเนินการพัฒนาระบบต่อไป
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อีกตำแหน่งหนึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณ ท่าน สส. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ท่านเป็น สส. ที่มีความหมั่นเพียร แล้วก็ทำงานในสภาอย่าง เข้มแข็ง แล้วก็นำเอาอีก ๑ ปัญหา ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้ามาสู่ สภาผู้แทนราษฎร ผมเองมีโอกาสได้มาอยู่ตรงนี้ราว ๑ ปี ที่กระทรวงการคลังนะครับ ก็จะขอ นำเอาความคืบหน้าในความพยายามที่จะแก้ไขปัญหา ในเรื่องของสลากกินแบ่งเกินราคา มาเล่าสู่กันฟังให้กับท่านสมาชิกผ่านท่านประธานนะครับ
ในประเด็นแรกนะครับ ผมขอพยายามที่จะอธิบายอย่างนี้ก่อนว่า ปัญหา สลากเกินราคามันเกิดมาไม่ใช่เพียงแค่ปีนี้ แต่มันเป็นมาโดยตลอด ซึ่งสาเหตุที่สำคัญ มันก็คือหลักการทางเศรษฐศาสตร์ในเรื่องของ Demand กับ Supply สินค้าที่ออกจำหน่าย ในรูปแบบที่เราใช้และคุ้นเคยกันอยู่คือสลากแบบใบ มันเริ่มที่จะไม่ตอบโจทย์กับตลาด ในปัจจุบัน สลากแบบใบมันมีจำนวนที่จำกัด มีเบอร์ที่จำกัด เบอร์ไหนดังก็ความต้องการสูง สุดท้ายราคาก็ถีบขึ้น ในขณะเดียวกันสลากแบบใบเมื่อส่งให้กับผู้จำหน่าย ถึงมือผู้จำหน่ายแล้ว มีตั้งแต่เบอร์ ๐๐ ถึงเบอร์ ๙๙ นะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือมีสลากบางเบอร์ที่ขายยากกว่า กับบางเบอร์ที่ขายง่าย เบอร์ที่ขายง่ายก็ถีบราคาสูงขึ้น เป็นเรื่องของ Demand Supply ที่เกิดขึ้น เมื่อมีความต้องการมาก สินค้ามีน้อย ก็เกิดการซื้อขายต่อ ซึ่งกฎหมายไม่ได้ห้ามนะครับ การขายต่อ แต่เรากำหนดห้ามขายเกินราคา แต่เมื่อมีการขายต่อ ก็แน่นอนว่าต้องมีการทำ กำไรกันเป็นทอด ๆ ซึ่งนี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน วันนี้เราก็เห็นถึงปัญหานี้ครับ ในระยะสั้นเองท่านถามถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา ก็จะเล่าให้ฟังราว ๓ เรื่องครับ เรื่องแรกคือระยะสั้นเฉพาะหน้าเลย สิ่งที่รัฐบาลตั้งแต่เป็นรัฐบาลมาแล้วได้กำกับ ในหน่วยงานก็คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะลดราคาสลากให้มันอยู่ในราคา ๘๐ บาท ตามที่กฎหมายกำหนด เรื่องแรกก็คือ การจัดทำจุดจำหน่ายสลากราคา ๘๐ บาท วันนี้เราได้ความร่วมมือจากหลายส่วนงาน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของจังหวัดเองก็ตาม ซึ่งมีการจัดขายอยู่ในภูมิภาคทุก ๆ จังหวัด อย่างน้อย ๑ จังหวัด ก็คือตัวศาลากลาง จะมีจุดจำหน่ายสลากทั้งสิ้น ๙๖ จุดในเบื้องต้น ๒. ก็คือในส่วนของตัวแทนจำหน่ายประเภทนิติบุคคลที่ได้รับการจัดสรรสลากตั้งแต่ ๑๐๐ เล่มขึ้นไป เราก็จัดให้มีการจัดตั้งศูนย์จำหน่ายสลากราคา ๘๐ บาท ขึ้นมา ๑๐๘ แห่ง ทั่วประเทศ ๓. ในส่วนของจุดจำหน่ายสลากซึ่งเป็นแบบใบ แล้วก็ให้ชำระเงินผ่าน Application เป๋าตังและถุงเงิน อันนี้เรากำหนดเพิ่มขึ้นมาอีกไม่ต่ำกว่า ๙๖๓ จุดทั่วประเทศ กระจายตัวกันอยู่ทั่วไป แต่ถามว่าเพียงพอหรือยัง ยัง และยังอยู่ในแผนของทางสำนักงานสลาก ในการเพิ่มจุดจำหน่ายสลากเหล่านี้ อันนี้เป็นจุดซึ่งเรานำสลากไปลงโดยตรง แล้วก็ให้ พี่น้องประชาชน ให้เอกชนที่มีความเกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการในการขายและกำกับให้อยู่ใน ราคา ๘๐ บาทให้ได้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ อย่างที่ผมได้เรียนไป ปัญหาในวันนี้มันเกิดจากเรื่องของ Demand Supply แล้วก็โครงสร้างของตัวสลากในแบบปัจจุบันที่มีปัญหามากขึ้น วันนี้ สิ่งที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ทำ สลากที่มีทั้งหมดในระบบตอนนี้ราว ๑๐๔ ล้านเล่ม แบ่งออกเป็นสลากแบบปกติ ๘๐ ล้าน เป็นสลากแบบดิจิทัล ๒๔ ล้าน สลากดิจิทัลนี้ เป็นกลไกที่เราพยายามนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาจับกับเรื่องของการซื้อขายแลกเปลี่ยนสลาก สามารถใช้ Application เช่น เป๋าตัง ซื้อขายสลากได้ เมื่อซื้อแล้วแน่นอนครับมันใช้ผ่าน กลไกของ Application ทำให้สามารถกำหนดราคาได้อย่างแน่นอนว่าจะไม่สามารถตั้งราคา ขายเกินกว่าราคา ๘๐ บาทได้ ซึ่งในจุดนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า เราสามารถแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นได้แล้ว ๒๔ ล้าน แต่ในส่วน ๘๐ ล้านที่เหลือ ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า เรามีแผนในการที่จะค่อย ๆ ถ่ายโอนเปลี่ยนแปลงเพื่อนำเอาเทคโนโลยีมาจับให้ได้ครบตามจำนวนในที่สุด แต่ต้องยอมรับ ความจริงครับ วันนี้เรามีกลไกเรื่องของสลากมันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการเสี่ยงโชค ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการซื้อขายแลกเปลี่ยน แต่มันมีกลไกที่เราเอาไว้ช่วยเหลือสังคม ในมิติต่าง ๆ ๑. ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเงินสลากเอง เมื่อมีรายได้เข้ามาเป็นรายได้ของรัฐและ สามารถจัดสรรไปทำการกุศล ไปทำกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องของโรงพยาบาล เกี่ยวกับเรื่องของ อะไรต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ แต่ ๒. ก็คือกลุ่มตัวแทนในการจำหน่าย นี่คืออาชีพของเขา เช่นเดียวกัน ท่าน สส. มาจากจังหวัดนครพนม ท่านก็ทราบ เพราะว่าคนนครพนมก็เป็น ผู้ค้าอยู่เยอะ เป็นผู้ขายอยู่เยอะ นอกจากนั้น อย่างเช่น จังหวัดเลย ก็คนขายเยอะมาก กลไกเหล่านี้เป็นอาชีพที่พี่น้องประชาชนต้องพึ่งพาในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัวตัวเอง กลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่มของผู้พิการ ทหารผ่านศึกต่าง ๆ ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เรามีความสำคัญ และเรายังมีความจำเป็นจะต้องใช้กลไกนี้ ในการที่จะให้เขามีโอกาสในการไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้กับครอบครัว เพราะฉะนั้นในการ Phasing เปลี่ยนแปลงจากเรื่องของสลาก แบบใบ เพื่อที่จะถ่ายโอนไปเป็นระบบของดิจิทัลยังต้องใช้เวลาพอสมควรในการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้คนเหล่านี้สามารถปรับตัวได้ เพื่อที่รัฐจะได้สร้างโอกาส สร้างงานประเภทใหม่ ๆ รองรับให้กับคนกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในทางลบกับกลุ่มใด ๆ ในสังคม ๓. อย่างที่ได้เรียนไป มันเป็นเรื่องของ Demand Supply ก็บอกไปแล้วนะครับ มันเป็นเรื่องที่ว่า วันนี้ตลาดรูปแบบเก่ามันเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง สังคมมีความต้องการสลากในรูปแบบใหม่ ๆ มากขึ้น วันนี้คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติเมื่อวันที่ ๑๑ ที่ผ่านมา ให้ความเห็นชอบกับ ข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ในการออกสลากรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า สลาก ๓ หลัก เป็นตัวเลข ๓ หลัก สลากรูปแบบใหม่นี้ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ครับ ไม่มีความจำเป็นจะต้องพิมพ์ ไม่ต้องเลือกเลขหมายล่วงหน้า ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการของตัวเอง โดยผู้จำหน่ายไม่ต้องมีสลากหมายเลขไว้กับมือเพื่อที่จะให้เขามาเลือกซื้อ ผู้ซื้อสามารถ เดินมาพบกับผู้จำหน่าย แล้วบอกว่าวันนี้ผมขอเลขนี้ครับ ๑ ๒ ๓ เข้าสู่ระบบ ๑ ๒ ๓ เขาสามารถซื้อได้ทันที โดยที่ผู้จำหน่ายก็ไม่จำเป็นจะต้องถือสลากอยู่ในมือ เมื่อไม่ต้องมี การผลิตสลากเอาไว้ล่วงหน้า ผู้จำหน่ายก็ไม่ต้องรับภาระความเสี่ยงจากการจำหน่ายสลาก ไม่หมด เมื่อไม่มีความเสี่ยงจากการจำหน่ายสลากไม่หมด ก็ไม่มีต้นทุนเพิ่มเติมที่จะต้องไป เพิ่มราคาให้กับสลากเบอร์อื่น ๆ เพื่อที่จะเอามา Cover การขาดทุนที่จะเกิดขึ้นกับการที่เรา ต้องถือใบสลากที่เราไม่ได้ขาย เมื่อไม่มีสลากเหลืออย่างนี้ ก็เป็นการตอบสนองในเรื่องของ กลไกที่เราจะพยายามก็คือ เรื่องของการส่งเสริมอาชีพ ประกอบกับผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ ก็สามารถซื้อเลขหมายที่ต้องการได้ โดยไม่ขึ้นอยู่ว่าผู้จำหน่ายมีเลขหมายของตนหรือไม่ สลากตัวเลข ๓ หลักจึงเป็นสลากรูปแบบที่สามารถตอบสนองได้ทั้งผู้จำหน่ายแล้วก็ผู้ซื้อ อย่างแท้จริง จะแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาได้ใน ๒ มิติครับ
ประเด็นแรก เป็นสลากที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค ได้อย่างแท้จริง อย่างที่ได้เรียนไป เพราะว่าเขาสามารถเลือกตัวเลขได้เอง หมดปัญหา ที่จะต้องมาขายเกินราคาจากเลขที่ได้รับความนิยมสูง ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค มีผลิตภัณฑ์ทางเลือก สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในราคาที่กำหนดได้มากขึ้น ก็จะทำให้สลาก ที่ยังขายเกินราคาในที่สุดก็ต้องปรับตัวลดลง เพราะว่าตลาดมันเป็นตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ถ้าพี่น้องประชาชนสามารถเลือกซื้อสลากได้ในราคาที่ไม่เกินราคาแล้ว คนที่จะขายเกินราคา ก็จะขายยากเข้า ยากเข้า ก็เป็นกลไกตลาดที่จะจับเข้าไป
ประการที่ ๒ ที่สลากแบบ ๓ หลักนี้จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของสลากเกินราคา ก็คือสามารถตอบสนองความต้องการของผู้จำหน่ายครับ ประการแรกผู้จำหน่ายไม่ต้องหา เงินมาลงทุนครับ เพราะว่าขายแล้วจึงจะชำระเงินให้กับกองสลาก ขายได้เลขหนึ่งก็ชำระ ๑ เลข ขายได้ ๑๐ เลขก็ชำระ ๑๐ เลข ไม่จำเป็นต้องเอาเงินลงทุนเป็นแสน เป็นหมื่น เพื่อที่จะไปจ่ายเงินซื้อสลากเป็นเล่มแล้วมาถือ แล้วมาเดินเร่ขาย หวังว่ามันจะขายหมด
ประการที่ ๒ สามารถจัดสรรให้ได้ตามความต้องการของผู้จำหน่าย ไม่ต้องมา แย่งกันเป็นผู้ขาย เนื่องด้วยในอดีตโควตามีจำกัด ก็ต้องมาแก่งแย่งชิงดีกัน มาแย่งกันว่า ใครจะได้เบอร์สวย ใครจะได้เลขดี ใครจะได้เล่ม มีการเอาไปแบ่งจัดสรรกัน แต่ในวันนี้เราไม่มี จำกัดจำนวนสามารถที่จะซื้อเลขที่มีความนิยมได้เต็มที่ ซื้อเท่าไรก็เท่านั้น เพราะนี่คือสลากกินแบ่งรัฐบาล เราสามารถดำเนินการได้โดยที่พี่น้องประชาชนสามารถ เลือกซื้อเลขที่เขาต้องการได้โดยตรง สลากรูปแบบนี้ นอกจากข้อดีที่เกิดขึ้น ยังมีกลไก อีกหนึ่งอย่างที่เราใส่เข้าไปก็คือ ในกรณีที่ไม่มีคนถูกรางวัลอยู่ในจำนวนที่เพียงพอที่จะเอา ตามสัดส่วนของรางวัล รางวัลในส่วนที่เหลือยังสามารถยกยอดไปในงวดถัดไปได้ ๑ งวด ก็จะทำให้มูลค่าของรางวัลในงวดถัดไปใหญ่ขึ้นไปตามลำดับ ทางคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบกับ สิ่งที่กระทรวงการคลังเสนอแล้วเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายนที่ผ่านมา วันนี้อยู่ในขั้นตอนที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาระบบ เกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลข ๓ หลักต่อไป จะมีการทำ Sandbox ในเร็ววันนี้ เมื่อ Sandbox สำเร็จก็จะจำหน่ายในระดับประเทศ และผมเชื่อว่านี่จะเป็นกลไกหนึ่งในการ ที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของราคาสลาก อย่างที่ได้เรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านภูมิพัฒน์ ๑. คือกลไกในระยะสั้น คือเราสร้างจุดจำหน่ายที่ไม่เกินราคา ๘๐ บาท ๒. คือกลไกในการใช้ ดิจิทัลเข้ามา คือปรับเปลี่ยนรูปแบบจากใบมาเป็นรูปแบบดิจิทัลให้ได้มากที่สุด ๓. ก็คือเรา ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในเรื่องของสลาก ๓ หลัก ซึ่งหวังว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาในเรื่องของ สลากเกินราคาได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาวต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน