ณัฐวุฒิ แจงแนวทางคุ้มครองเด็ก-เยาวชน ชี้ขาดการสนับสนุนครอบครัว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ชี้แจงในนามคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง พร้อมเสนอแนวทางการดูแลแบบองค์รวมที่เน้นการไม่แยกเด็กออกจากครอบครัว และการพัฒนาระบบการดูแลทางเลือกอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมาย การเสริมบทบาทท้องถิ่น การป้องกันปัญหายาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้าในวัยรุ่น รวมถึงการพัฒนาระบบสุขภาพจิต การศึกษาทางเลือก และการลงทุนในการดูแลเด็กตั้งแต่ก่อนเกิดและในวัยแรกเริ่ม เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงต่อสังคม โดยเรียกร้องให้รัฐเร่งรัดการจัดทำแผนแม่บทการคุ้มครองเด็กและขยายมิติเศรษฐกิจกับการสนับสนุนครอบครัวให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิครับ ขออนุญาตชี้แจงในฐานะกรรมาธิการครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศนะครับ ท่าน พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ และท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ ๑ ครับ ท่านกิตติ์ธัญญา วาจาดี ให้เป็นผู้ตอบคำถาม แล้วก็ชี้แจงในบางประการที่เพื่อนสมาชิก ได้ตั้งคำถามหรือข้อสังเกต ตลอดจนข้อเสนอแนะ ต่อรายงานของคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกของเราทั้ง ๘ ท่านนะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมขออนุญาตที่จะต้อง ขอบพระคุณท่านเป็นรายบุคคล แล้วก็ต้องตอบคำถามท่านเพิ่มเติม รวมถึงรับข้อสังเกต ที่ท่านได้ตั้งข้อสังเกตกับพวกเราไว้ เอาไปใช้ในการดำเนินการต่อครับ

ท่านภัณฑิล น่วมเจิม ครับ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขต คลองเตย-วัฒนานะครับ ฉะนั้นท่านมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเด็กเร่ร่อน เด็กที่มาขาย พวงมาลัยนะครับ ตลอดเด็กที่อยู่ในสภาวะที่อยู่ในชุมชนนะครับ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นเด็ก กระทำความผิดเป็นจำนวนมาก ผมต้องเรียนท่านเบื้องต้นนะครับว่า หนังสือร้องเรียน ของท่านต่อกรรมาธิการนั้น เป็นหนึ่งในหนังสือที่กรรมาธิการใช้ประกอบในการพิจารณา ตลอดจนการจัดทำรายงานนะครับ กรรมาธิการตระหนักถึงประเด็นที่ท่านพูดถึงดีครับ แล้วก็เข้าใจดีครับว่ากรณีที่จะหาแนวทางในเชิงการป้องกัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทันทีนั้นนี่ มันไม่สามารถทำโดยระดับใดระดับหนึ่ง จำเป็นที่จะต้องทำทั้งระบบนะครับ อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการเห็นด้วยครับ แล้วก็มีอยู่ในข้อศึกษาของพวกเรานะครับว่า กรณีของบ้านพักเด็ก และครอบครัว ซึ่งวันนี้มีครบทุกจังหวัด อยู่ในสังกัดของกรมกิจการเด็กและครอบครัว กรมกิจการเด็กและเยาวชนใน ๗๗ จังหวัด กรุงเทพมหานครนั้นอยู่ในบริเวณบ้านราชวิถี เดิมนะครับ เรียกว่า บ้านพักเด็กและครอบครัว กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่รองรับ เวลาที่ประสบปัญหาที่เด็กเข้าไปเกี่ยวข้องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีการให้การสงเคราะห์ หรือคุ้มครอง แต่ก็ต้องนำเรียนท่านว่า เราพบครับว่ากรณีของทางเลือกในการคุ้มครองเด็ก บ้านพักเด็กและครอบครัวอาจจะไม่ใช่ทุกคำตอบครับ เราจำเป็นต้องพิจารณาทางเลือก ที่เรียกว่า Alternative Care หรือการดูแลเด็กโดยไม่จำเป็นต้องแยกเด็กออกจากครอบครัว ไปประกอบกันครับ แต่ว่าประเด็นเรื่องของการที่เด็กขายพวงมาลัย เด็กที่สุ่มเสี่ยงต่อ การกระทำความผิดต่าง ๆ เด็กเร่ร่อนนั้นเป็นประเด็นที่เราตระหนักดีครับ

ท่านประธานครับ ท่านฐิติมา ฉายแสง นะครับ ท่านเพื่อนสมาชิกจากจังหวัด ฉะเชิงเทราครับ ต้องขอบพระคุณท่านครับ ท่านเน้นย้ำถึงบทบาทขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผมนำเรียนท่านแบบนี้นะครับว่า ในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๒๔ เดิมนั้น เสมือนตั้งให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในการทำงาน คุ้มครองเด็ก เรียกว่าเป็นผู้มีหน้าที่คุ้มครองเด็ก แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ตลอดจน ๒๐ ปี ของการมีกฎหมายคุ้มครองเด็ก และสิ่งที่กรรมาธิการได้รับมาพิจารณาศึกษานั้นมีอยู่ ในข้อเสนอข้อที่ ๑ ใหญ่เลยนะครับ คือเห็นตรงกันว่าเราไม่สามารถ หรือยังเขียนบทบาท ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ชัดเจนครับ ยังไม่สามารถเขียนไปเชื่อมโยงกับบทบาท ของ อสม. ยังไม่สามารถเขียนไปเชื่อมโยงบทบาทของ อพม. ยังไม่สามารถเขียนไปเชื่อมโยง บทบาทของศูนย์เด็กเล็ก ยังไม่สามารถเขียนไปเชื่อมโยงกับการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการคุ้มครองเด็กในระดับตำบลนะครับ ผู้ชี้แจงที่มาชี้แจงต่อกรรมาธิการนั้นก็บอกว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เองพยายามในการทำงานเรื่องชุมชน คุ้มครองเด็ก ตำบลคุ้มครองเด็ก ซึ่งเราเองก็เคยได้ยินครับ แต่ว่าด้วยข้อจำกัดดังกล่าวนี้ ผมคิดว่าการแก้กฎหมายคุ้มครองเด็ก ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเสนอใหญ่ของกรรมาธิการนะครับ เพิ่มบทบาทหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดรูปแบบใหม่ จัดหน้าที่ใหม่ จัดการ สนับสนุนเรื่องงบประมาณใหม่ จัดเรื่องของระเบียบ กฎหมายใหม่ ตลอดจนการมีเจ้าหน้าที่ เป็นการเฉพาะ ในแง่ของการคุ้มครองเด็กในระดับตำบลนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ในข้อเสนอ ของกรรมาธิการครับ และตรงกับที่ท่านได้ตั้งข้อสังเกตซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากครับ

ท่านประธานครับ ท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย เพื่อนสมาชิกจากจังหวัด สมุทรสงคราม ท่านตั้งประเด็นและข้อสังเกตของท่านในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด น่าสนใจครับ จริง ๆ แล้วข้อเสนอหนึ่งของท่านก็คือเรื่องของครู D.A.R.E. หรือตำรวจ ที่ทำหน้าที่ในเชิงเข้าไปให้ความรู้ในโรงเรียนต่าง ๆ หรือในชุมชนต่าง ๆ ครับ ตำรวจ ครู D.A.R.E. เองนี้นะครับ เป็นหนึ่งในคำถามที่เพื่อนสมาชิกกรรมาธิการหลายท่าน ถามตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ พบว่าเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญยิ่ง แต่ด้วย งบประมาณ ด้วยข้อจำกัดนะครับ หลายท่านเองเกษียณอายุราชการ จำเป็นต้องอบรมใหม่ เพิ่มเติม อันนี้เราเห็นตรงกันครับว่าเป็นคนที่มีความสำคัญยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามปัญหา ยาเสพติดนั้น เราเองยังก้าวไปหรือศึกษาไม่ทันครับ ๑๐-๒๐ ปีที่แล้วที่กรรมาธิการศึกษานั้น เป็นประเด็นเรื่องของยาเสพติดในรูปแบบเดิม ๆ นะครับ สี่คูณร้อย อะไรต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งมันไม่ทันต่อสถานการณ์หรือความเปลี่ยนแปลงครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่ในรายงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อที่เสนอต่อนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีว่า ประเด็นยาเสพติดเป็นประเด็นใหญ่ครับ และจำเป็นต้องทำงาน ซึ่งท่านอานุภาพเอง ท่านก็เสนอตรงกันว่าต้องทำงานเชิงป้องกัน เชิงระมัดระวัง เชิงแก้ไข เชิงจัดการกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเครือข่ายต่อการกระทำความผิดเรื่องยาเสพติด แต่อย่างอะไรก็ตามก็อย่าลืมว่าประเด็นเรื่องของการดำเนินคดีนั้นไปเชื่อมโยงกับแหล่งผลิต ยาเสพติด หรือเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งมีลักษณะทั้งภายในและข้ามประเทศ อันนี้เป็นประเด็น ที่กรรมาธิการยอมรับครับว่ายังไม่ได้มีการศึกษาถึง แล้วก็คงเป็นประเด็นหนึ่งที่พวกเรา หยิบยกขึ้นมาศึกษาต่อในอนาคตครับ

ท่านประธานครับ กรณีของท่านละออง ติยะไพรัช ท่านสมาชิกจากจังหวัดเชียงราย อันนี้ท่านทำงานเรื่องเด็กมานานครับ ผมทราบดีครับ อย่างไรก็ตามมี ๒-๓ ประเด็นครับ ที่ท่านตั้งไว้แล้วผมคิดว่าจำเป็นและเป็นสิ่งที่ดียิ่งนะครับ เช่น ประเด็นเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องที่กรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาครับ แล้วกรรมาธิการเห็นว่าในปัจจุบันนั้น สภาของเรามีกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาประเด็นเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้าโดยตรงครับ ก็ไม่อยากให้การศึกษานั้นทับซ้อนหรือปะปนกัน แล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่งครับว่า วันที่กรณีของ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาประเด็นบุหรี่ไฟฟ้าทำรายงานกลับเข้ามาในสภาแห่งนี้ ทางผมเองในกรรมาธิการเด็ก เยาวชน สตรีนะครับ ท่านประธาน ท่านรองประธานเอง ก็เตรียมการที่จะมีการอภิปราย แล้วพูดถึงปัญหาของเด็ก เยาวชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นกรณีนักสูบหน้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกรณีนักสูบหรือผู้ได้รับผลกระทบทางอ้อม หรือกรณีที่ไปเกี่ยวข้องกับความถูกผิดกฎหมายต่าง ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตามมีประเด็น ส่วนตัวนิดหนึ่งครับ ที่ท่านละอองพูดถึงกรณีของการขายนมเปรี้ยวตามสี่แยกต่าง ๆ ก็ต้องนำเรียนต่อท่านละอองนะครับ ผมเองมีความห่วงใยเป็นพิเศษ อันนี้นอกเหนือ จากสิ่งที่กรรมาธิการศึกษานะครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามประเด็นนี้ต่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และท่านเคยมาตอบกระทู้ถาม ในประเด็นนี้ ก็ต้องขอบพระคุณท่าน เราใจตรงกันครับว่ากรณีของการขายของนั้น อาจจะ ไม่ใช่ปัญหาในทุกรายนะครับ หลายครั้งมีความจำเป็นอย่างยิ่งจริง ๆ แต่ระบบของรัฐ ในการดูแลจำเป็นที่ต้องมีดีกว่านี้ครับ ซึ่งตรงกับที่ท่านสหัสวัต คุ้มคง ท่านพูดถึงเป็น ท่านที่ ๕ นะครับ ท่านสหัสวัต คุ้มคง เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดชลบุรี ท่านเน้นย้ำว่าเวลาที่ เราพูดถึงประเด็นเรื่องของการคุ้มครองเด็กจะดูมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ ครอบครัว การศึกษา อย่างเดียวไม่ได้ ท่านพูดถึงประเด็นมิติทางเศรษฐกิจนะครับ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับระบบ สนับสนุนครอบครัวเข้ามามีส่วนในการดูแลเด็กด้วย ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่สำคัญยิ่ง แน่นอนว่าบางส่วนยังไม่ได้อยู่ในรายงานการศึกษาทางกรรมาธิการก็อาจจำเป็นที่จะต้องรับ ไปศึกษา เพราะอย่าลืมนะครับว่า กรรมาธิการชุดนี้ไม่ใช่กรรมาธิการวิสามัญครับ เป็นกรรมาธิการสามัญ เรื่องใดที่ไม่อยู่ในการศึกษาในวันนี้เราเองก็สามารถหยิบยกขึ้นมา อภิปรายหรือเพิ่มเติมต่อได้ครับ แล้วเราเห็นด้วยครับว่า ระบบนิเวศหรือการดูแลเด็กนั้น ไม่สามารถพูดถึงแค่ตัวเด็กได้ จำเป็นต้องพูดถึงครอบครัว จำเป็นต้องพูดถึงสังคม จำเป็นต้อง พูดถึงสภาพแวดล้อม ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นอยู่ในร่างแผนแม่บทว่าด้วยการคุ้มครองเด็กนะครับ แล้วก็มีหนึ่งในข้อที่กรรมาธิการถามกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่า แผนแม่บทเรื่องของการคุ้มครองเด็ก แผนนี้เป็นร่างปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ บัดนี้ปี ๒๕๖๗ ร่างนี้ยังไม่แล้วเสร็จ เราก็ถามกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็เร่งรัดว่า ให้กระทรวงเป็นผู้ดำเนินการในประเด็นนี้ครับ

ท่านประธานครับกรณีของท่านสิริลภัส กองตระการ เพื่อนสมาชิก จากเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ท่านพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องในเรื่องจิตเวชนะครับ ต้องขอบพระคุณท่านครับว่า หลายเรื่องที่ท่านยกตัวอย่างนั้นเป็นความเศร้าใจบนพื้นฐาน ที่ถ้าทำงานในเชิงคัดกรอง หรือเชิงป้องกันตั้งแต่ต้นมันจะไม่เกิดกรณีแบบนี้ครับ กรรมาธิการ ได้เชิญนะครับ แล้วก็ให้ความสำคัญในการเชิญกรมสุขภาพจิตครับ โดยเฉพาะผู้อำนวยการ โรงพยาบาลศูนย์สุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น เข้ามาเป็นผู้ชี้แจง แล้วก็ท่านให้ประเด็น ในเชิงรายละเอียดว่า วันนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของทั้งตัวบุคลากรที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ในการคัดกรองนะครับ ทั้งเรื่องของผู้ดูแล ผู้รักษาในกรณีของจิตเวชเด็กที่มีไม่เพียงพอครับ ตลอดจนระบบของกฎหมาย เช่น พ.ร.บ. สุขภาพจิต ยังเป็นประเด็นเรื่องของการตีความว่า อำนาจในการรับรักษานั้นนี่ทำได้แค่ไหน อย่างไรครับ แต่อย่างไรก็ตามประเด็นที่ท่าน ตั้งประเด็นหลายข้อนั้น ผมคิดว่าท่านกับเราใจตรงกันว่า หลายครั้งรอกรมสุขภาพจิตไม่ได้ ฉะนั้นระบบท่านขั้นเลยครับ การเตือนภัยหรือการให้คำปรึกษาเบื้องต้นจะทำอย่างไรให้เป็นสายด่วนที่เขาเรียก อะไรนะครับ สายด่วนที่เป็นมิตรต่อการให้คำปรึกษา ซึ่งวันนี้สายด่วนของรัฐบาลเอง ในนามของ ๑๓๒๓ ของกรมสุขภาพจิต ถ้าผมเอ่ยหมายเลขผิด ต้องขอประทานอภัยนะครับ แต่ว่ายังไม่ตอบสนองต่อโจทย์ดังกล่าว อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ท่านสิริลภัสท่านตั้งไว้ แล้วผมคิดว่ายังมีรายละเอียดบางประการที่ทั้งอยู่ในรายงานฉบับนี้ และจำเป็นที่จะต้อง ไปดูต่อครับ

ท่านประธานครับ คุณเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล เพื่อนสมาชิกจากจังหวัด แม่ฮ่องสอน ท่านตั้งประเด็นเรื่องของการศึกษาและการเรียนรู้ กรรมาธิการให้ความสำคัญว่า ๑ ใน ๔ ของประเด็นที่เรามีการพูดคุยหรือตอบคำถามนั้น นอกเหนือจากครอบครัว นอกเหนือจากเรื่องของชุมชน นอกเหนือจากเรื่องของกฎหมาย นอกเหนือจากเรื่อง ของการศึกษา นอกเหนือจากเรื่องของระบบของกฎหมายแล้ว นอกเหนือจากเรื่องของสื่อ ยังมีเรื่องของการศึกษา ก็ต้องนำเรียนว่ากรรมาธิการเห็นตรงครับ และผู้ชี้แจงจาก กระทรวงศึกษาธิการก็พูดชัดเจนว่า พ.ร.บ. การศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นยังไม่ตอบโจทย์ ต่อการเรียนรู้ ยังไม่ตอบโจทย์ต่อระบบการศึกษา แม้กระทั่งทางเลือก แม้กระทั่งศูนย์ การเรียนรู้ต่าง ๆ นะครับ ท่านไม่ได้พูดถึงแต่กรรมาธิการก็มีการสอบถามว่า ระบบ Montessori One Drop หรือการศึกษาทางเลือกอื่น ๆ นั้น อยู่จำกัดอยู่ในเขตพื้นที่ใด พื้นที่หนึ่งหรือศักยภาพที่ทำได้ แต่กรณีของพื้นที่ต่างจังหวัดที่สมควรที่ต้องมีการศึกษา อย่างหลากหลายและตอบสนองต่อผู้ที่เข้าเรียนอย่างเหมาะสมนั้นยังไม่เพียงพอครับ อันนี้ ก็เป็นหนึ่งในหัวข้อที่อยู่ในรายงาน แล้วเราก็ให้ความสำคัญต่อประเด็นที่ท่านตั้งมา เช่นเดียวกันครับ

ท่านประธานครับ ท่านที่ ๘ คุณศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เพื่อนมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจากเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร คุณแม่ลูก ๒ ที่เคารพของพวกเรานะครับ ผมคิดว่าประเด็นของท่านกับเราตั้งตรงกันครับว่า วันนี้เราไม่สามารถพูดถึงเมื่อเด็กเกิดขึ้นแล้ว รายงานฉบับนี้มีหลายหน้า มีหลายจุดนะครับ ที่พูดถึงว่าการดูแลเด็กต้องเริ่มตั้งแต่ การวางแผนครอบครัวด้วยซ้ำ ต้องเริ่มตั้งแต่คนอย่างพวกเราที่ต้องเข้าระบบการเรียนรู้ โรงเรียน พ่อแม่ด้วยซ้ำ หรือแม้กระทั่งกรณีของการตั้งครรภ์ ถึงแม้รายงานจะค้นพบนะครับ ว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จำนวนถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ที่เข้าสู่ระบบการฝากครรภ์แต่มันไม่มี ระบบการเตรียมความพร้อมในการที่จะเป็นผู้ดูแลเด็ก ซึ่งไม่สามารถที่จะบอกว่าเป็นความผิด ของครอบครัวทั้งหมดนะครับ เป็นเรื่องของรัฐที่ต้องลงทุนต่อระบบการเตรียมความพร้อม ในเรื่องการดูแลเด็กครับ เราตระหนักดีครับ มีรายงานในหน้าหนึ่งที่พูดถึงกรณีของ ๐-๓ ปี ว่าการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ดูแลกับเด็ก ๐-๓ ปีที่เรียกว่า Bonding Attachment นั้น ส่งผลกระทบต่อสถานะหรือความมั่นคงของเด็กในระยะยาว พูดกันง่าย ๆ เปรียบเทียบ ให้เห็นภาพก็คือว่า เด็กที่ขาด Bonding Attachment นั้น มีโอกาสที่จะกลายเป็นเด็กเร่ร่อน เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด หรือแม้เป็นกรณีของการกระทำความผิดในคดีความ รุนแรงที่สูงขึ้นในอนาคตนะครับ ฉะนั้นการลงทุนในเด็กต้องลงทุนทั้งระบบ และไม่ใช่เริ่ม ในช่วงอายุใดอายุหนึ่งครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมอยากนำเรียนท่านประธานครับ ผมคิดว่า ประเด็นของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๘ ท่านนั้นนี่ มีทั้งประเด็นที่ตั้งข้อสังเกต มีทั้งประเด็น ที่ตั้งข้อเสนอแนะนะครับ ข้อสังเกตข้อเสนอแนะบางประการนั้นอยู่ในรายงานฉบับนี้ครับ แล้วเราคิดว่ารายงานฉบับนี้เมื่อส่งไปในคณะรัฐมนตรีนั้น จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา บางประการได้ แต่ว่าข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะบางประการที่ยังไม่อยู่ในรายงานฉบับนี้นั้น ทางกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความ หลากหลายทางเพศ ยินดีที่จะเป็นตัวแทนของทุกท่านที่จะรับเรื่องเหล่านี้ไปดำเนินการต่อ

ผมสรุปสั้น ๆ นะครับว่า สิ่งที่เราพูดถึงการทำงาน เรื่องการคุ้มครองเด็ก ทั้งหมดในรายงานที่เรียกว่า การศึกษาการแก้ไขปัญหาการดูแลเด็กเยาวชน และความมั่นคง ของสถาบันครอบครัว ไม่ได้พูดถึงแต่เพียงเด็กและครอบครัวครับ แต่พูดถึงองคาพยพ ทั้งหมดครับ ทั้งของส่วนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือแม้กระทั่งเราคนใด คนหนึ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะว่าเด็กมิใช่สมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เด็กเป็นประธาน แห่งสิทธิ หรือเป็นเจ้าของสิทธิของตนเองที่เรามีหน้าที่ช่วยกันดูแล ทำให้เขาได้รับ การพัฒนา การเติบโตไปตามศักยภาพที่ควรจะเป็น ก็ขออนุญาตชี้แจงในนามของ คณะกรรมาธิการครับท่านประธาน