ธิษะณา ชุณหะวัณ หารือปัญหาเด็กกลุ่ม G และผู้ไร้สัญชาติที่ถูกจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งการเคลื่อนย้าย การรักษาพยาบาล การศึกษา และเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งออกนโยบายจัดระเบียบทะเบียนและให้สิทธิเท่าเทียมตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. แบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ที่ดิฉันได้ร่วมอภิปรายเรื่องเด็กกลุ่ม G ค่ะ ซึ่งก็มีปัญหาในการจำกัดสิทธิ ขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการเคลื่อนย้าย เด็กกลุ่ม G ดิฉันได้ลงพื้นที่กับอาจารย์ปารมี ไวจงเจริญ ซึ่งดิฉันก็ขอบพระคุณมากที่ทำรายงานที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ แล้วก็มีความ ตั้งใจจริงตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันนะคะ เราได้ลงพื้นที่กันเราก็ได้เห็นว่าเด็กกลุ่มนี้ นอกจากจะถูก จำกัดสิทธิแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องความหวาดกลัว ความวิตกจริต ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายไป ในที่ต่าง ๆ การจะเดินทางมาเที่ยวกรุงเทพมหานคร บางคนก็ยังไม่เคยได้มาเที่ยว ที่กรุงเทพมหานครเลยนะคะ เพราะว่าขึ้นรถก็กลัวจะเจอด่าน และเมื่อเจอด่านไม่มี บัตรประชาชน หรือว่าไม่มีเอกสารสิทธิก็กลัวจะถูกตำรวจจับ เด็กเหล่านี้ต้องอยู่อย่าง หวาดกลัว ไม่สามารถที่จะเดินทางไปไหนมาไหนได้ อีกทั้งสิทธิในการรักษาพยาบาลก็ยังเป็นปัญหา มีคนหนึ่งที่มาให้ความคิดเห็นกับดิฉัน แล้วก็ตอนที่ลงพื้นที่กับอาจารย์จวงในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ก็พบกับผู้ปกครอง ของเด็กที่เคยถูกปฏิเสธการรักษาในโรงพยาบาล ไม่สามารถที่จะรักษาได้ เพราะไม่มีตัวเลข ๑๓ หลัก การที่จะได้ตัวเลข ๑๓ หลักก็ได้มาด้วยเงื่อนไขที่ยากลำบาก จะต้องมีปริญญาตรี ต้องตรวจ DNA ต้องทำสิ่งที่คนไม่มีภาระ มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากมายแก่กลุ่มคนเหล่านี้ ทั้ง ๆ ที่กลุ่มต่างชาติตอนนี้กลุ่มที่เป็นกลุ่มทุนก็ได้โอกาสมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเช่าที่ดินได้ ยาวนานเกือบจะ ๑๐๐ ปีก็ยังทำได้นะคะ แต่ว่าเด็กกลุ่ม G ที่เกิดในประเทศเรายังไม่มีโอกาส แม้กระทั่งว่าจะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งจะมาเที่ยวกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่นอกพื้นที่ของตนเองก็มีความหวาดกลัวแล้วนะคะ จากรายงานของ สหประชาชาติคาดว่ามีผู้ไร้สัญชาติ ๔๘๐,๐๐๐ คน ที่เป็นผู้ลี้ภัยแล้วก็ขอลี้ภัย รวมถึงกลุ่มไร้ สัญชาติที่เกิดในไทยด้วยนะคะ แล้วตามดัชนีชาติทั่วโลกของสหประชาชาติ ประเทศไทย เป็นที่อยู่อาศัยของเหยื่อการค้ามนุษย์ถึง ๖๑๐,๐๐๐ ราย ที่ดิฉันพูดถึงเหยื่อการค้ามนุษย์ เพราะเด็กไร้สัญชาติและกลุ่มคนไร้สัญชาติ รวมถึงเด็กกลุ่ม G มีโอกาส และเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่ถือว่าเป็นกลุ่มเปราะบางที่อาจจะถูกหลอก หรือลักลอบค้ามนุษย์ได้ เพราะเขาไม่สามารถ ที่จะหางานทำอย่างสุจริตได้ค่ะท่าน เขาไม่มีบัตรประชาชน เขาหางานทำไม่ได้ เขาไม่มี แม้กระทั่งบัตรชมพู เขาก็เลยจำเป็นที่จะต้องไปหางานที่อาจจะสุ่มเสี่ยงต่ออันตราย สุ่มเสี่ยงต่อการถูกจับกุม มีคนหนึ่งมาบอกว่าต้องถูกบังคับไปทำงานเป็น Call Center ที่กัมพูชา เป็นมิจฉาชีพทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อยากจะทำ อยากจะหางานทำโดยสุจริตที่ประเทศไทย ประเทศเราภาคเหนือมีอยู่เยอะ กลุ่มคนเหล่านี้ที่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศ ตามชายแดน เพื่อที่จะไปประกอบอาชีพที่ไม่สุจริต ต้องการที่จะทำงานแต่เงื่อนไขก็ยาก เสียเหลือเกินกว่าคนเหล่านี้ที่จะได้สิทธิเท่าเทียมกับคนไทยส่วนมาก ตัวเลขของกลุ่มเด็ก รหัส G เพิ่มขึ้นจาก ๖.๘ หมื่นคน ตอนนี้เป็น ๗.๒ หมื่นคน ล่าสุดปีนี้มีจำนวน ๘.๒ หมื่นคน รัฐภาคีเครือข่ายต้องทำงานคู่กับภาคประชาสังคม ที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเด็กกลุ่ม G ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกับผู้ปกครองเด็ก รัฐต้องมีนโยบายในการจัดทะเบียนประวัติของทุกกลุ่ม จำแนกบุคคลตามกลุ่มต่าง ๆ ในการกำหนดเลข ๑๓ หลัก และกลุ่มเลข ๑๓ หลักที่ได้ปัจจุบันมีความแตกต่างกับสัญชาติไทย ก็อาจจะไม่จำกัดสิทธิบางอย่างที่คนไทยที่มีเลข ๑๓ หลักที่เกิดเมืองไทย และไม่ได้เป็น เด็กกลุ่ม G หรือเป็นกลุ่มเด็กไร้สัญชาติมาก่อนก็ไม่ได้มีสิทธิที่เท่าเทียม เพราะจริง ๆ แล้ว การที่จะได้เลข ๑๓ หลักก็ควรจะมีสิทธิที่เท่าเทียมหรือไม่แตกต่างกับกลุ่มคนหมู่มากนะคะ เพราะก็ถือว่าเขาเป็นคนไทย ถึงจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ก็ตาม โดยในอนุสัญญาระหว่าง ประเทศ เราก็ได้ลงนามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กไปแล้ว ในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ ซึ่งมาตรา ๑๙ ก็บัญญัติไว้ว่า รัฐภาคีต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย การบริหารสังคม การศึกษาที่เหมาะสมทั้งหมด เพื่อปกป้องเด็กจากความรุนแรงทางร่างกายหรือการบาดเจ็บ ทรมาน หรือการละเลย การปฏิบัติโดยประมาท ปฏิบัติไม่ดี หรือแสวงหาผลประโยชน์นะคะ หรือขณะที่อยู่ในความดูแลของบิดา มารดา ผู้ปกครองตามกฎหมายนะคะ หรือบุคคลอื่น ที่ดูแลเด็ก และมาตราคุ้มครองควรมีประสิทธิผลในการจัดโครงสร้างทางสังคม ให้การ สนับสนุนจำเป็นต่อผู้ดูแลเด็ก ต่อความเหมาะสม ตลอดจนรูปแบบอื่น ๆ ที่ป้องกันและ ระบุตัวตน การรายงาน การส่งต่อ การสอบสวน การบำบัด หรือติดตามกรณีการทารุณกรรม ของเด็กอย่างเหมาะสมนะคะ และรัฐไทยก็ให้สัตยาบันนี้ ซึ่งก็มีระบุว่ามาตรฐานเรื่อง การศึกษา รัฐผู้ที่ทำสัญญาต้องปฏิบัติต่อบุคคลไร้สัญชาติเช่นเดียวกันกับคนในชาติ ในส่วนที่เกี่ยวกับการศึกษาขั้นพื้นฐานนะคะ รัฐผู้ทำสัญญาต้องปฏิบัติต่อบุคคลไร้สัญชาติ เช่นเดียวกับคนที่เป็นประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ ก็ตาม ต้องไม่น้อยกว่าที่ให้ได้กับคนต่างด้าวหรือว่าข้ามชาติ โดยทั่วไปในสถานการณ์เดียวกัน เรื่องการศึกษา เรื่องอื่น ๆ ที่อาจจะมากกว่าระดับประถมศึกษา และการเข้าถึงศึกษาอย่าง ถ้วนหน้า และการเป็นที่ยอมรับและได้ใบรับรองจากโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นระดับอนุปริญญา ระดับปริญญา แล้วก็การผ่อนผันค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย และการมอบทุนการศึกษาที่ต้อง เท่าเทียม แล้วก็อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เราก็ให้สัตยาบัน ไปแล้ววันที่ ๒๙ มกราคม ในมาตรา ๒๗ ก็กล่าวเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ว่าบุคคลที่เป็น ชนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มชาติพันธุ์ หรือความแตกต่างทางศาสนา จะต้องไม่ถูกปฏิเสธสิทธิ ในชุมชน ร่วมกับสมาชิกอื่น ๆ หรือคนส่วนมากในกลุ่มของตน ที่จะสามารถเพลิดเพลินไปกับ วัฒนธรรมของตนเองเป็นที่ยอมรับ ประกอบศาสนกิจ หรือการใช้ภาษาของตนเอง รวมถึงสิทธิขั้นพื้นฐานค่ะท่าน กราบขอบพระคุณค่ะ