อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ประชาชนประสบความยากลำบากเนื่องจากงบประมาณปี ๒๕๖๗ เบิกจ่ายล่าช้ากว่ากำหนด ๖ เดือน และเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการฉีดเม็ดเงินผ่านโครงการรัฐอย่างตรงเป้าหมาย รวดเร็ว และมีมาตรการรัดกุมเพื่อฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่รัฐบาลได้เสนอขอให้ สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติ วงเงินงบประมาณ ๑.๒๒ แสนล้านบาท ดังนี้ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าประเทศไทยของเรานี้มีปัญหาเรื่องระบบเศรษฐกิจ ตอนนี้พี่น้องประชาชนมีปัญหาเรื่องปากท้องเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ถ้าท่านประธาน ได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร หรือแม้กระทั่งท่านลงพื้นที่เองในพื้นที่ของท่าน ตอนนี้พี่น้อง ประชาชนก็บ่นว่ามีความยากลำบากในเรื่องปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง สาเหตุที่สำคัญ ส่วนหนึ่งมาจากการที่งบประมาณปี ๒๕๖๗ ที่มีการทำแล้วก็มีการเบิกจ่ายล่าช้า เนื่องจาก ติดเรื่องของการเลือกตั้งบ้าง และเมื่อตั้งรัฐบาลใหม่ก็มีการนำร่างงบประมาณของรัฐบาลเก่า กลับไปปรับปรุง ก็ทำให้กว่าจะได้ใช้งบประมาณในปี ๒๕๖๗ จากเดิมจะต้องเริ่มใช้ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๖ ก็ล่าช้าไปเป็นเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๗ ล่าช้ามาถึง ๖ เดือน ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณนั้นถือเป็นการใช้จ่ายการลงทุนภาครัฐที่มีความสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เป็น ๔ เครื่องยนต์กลไกหลักในการที่จะขับเคลื่อน ให้เศรษฐกิจของไทยนั้นมีความเติบโต ๑. ก็คือการลงทุนภาครัฐ นั่นก็คือตัวงบประมาณ ที่ล่าช้าไป ๖ เดือน ๒. ก็คือการลงทุนภาคเอกชน ๓. คือการบริโภคประชาชน แล้วก็ ๔. ภาคการส่งออก ในเมื่อเครื่องยนต์ตัวที่ ๑ มันดับไปก็คือการลงทุนภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นเงินที่รัฐบาลเคยอุดหนุน ให้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนในรัฐบาลชุดของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ดี หรือเงินงบประมาณที่รัฐบาลใช้จ่ายในการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานก็ดี มันไม่ได้จ่ายไปตามวงรอบที่จะต้องเกิดขึ้น ก็คือมีความล่าช้า ๖ เดือน อย่างที่ได้นำกราบเรียน ท่านประธาน มันเหมือนอะไรครับท่านประธาน เศรษฐกิจของประเทศนี้มันเหมือนต้นไม้ครับ วันนี้ต้นไม้นี่มันขาดน้ำ ขาดปุ๋ยไป ๖ เดือน มันไม่ได้ตายทันทีครับ มันค่อย ๆ เฉาลง เฉาลง เฉาลงไปเรื่อย ๆ ครับ มันเฉาลงไป ๖ เดือน เพราะต้นไม้หรือระบบเศรษฐกิจปากท้อง ของพี่น้องประชาชนคนไทยนั้นมันขาดปุ๋ย ขาดน้ำไป ๖ เดือน ฉะนั้นเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมานี้รัฐบาลได้งบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎร โดยสภาของเราแห่งนี้ได้ผ่าน เงินงบประมาณไป ๓.๔ ล้านล้านบาท ในนั้นมีเงินงบประมาณในการลงทุนอยู่จำนวนหนึ่งครับ คือ ๗.๑ แสนล้านบาท เงินงบประมาณในการลงทุนตรงนี้มันเริ่มขับเคลื่อนลงไปในระบบ เศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการลงทุนภาครัฐนะครับ แต่ท่านประธานครับ การที่เงิน งบประมาณมันลงไปปุ๊บ มันจะทำให้เศรษฐกิจมันฟื้นตัว เหมือนอย่างที่ผมเปรียบเทียบ ให้ท่านประธานฟังครับ เหมือนต้นไม้มันขาดน้ำ ขาดปุ๋ยมา ๖ เดือน เมื่อเดือนเมษายน มันได้น้ำ ได้ปุ๋ย มันไม่สามารถจะฟื้นได้เลยครับท่านประธาน มันต้องใช้เวลานะครับ ไหนภาครัฐจะต้องไปประมูล ไปหาผู้รับเหมา กว่าผู้รับเหมาจะลงมือก่อสร้าง เงินกว่าจะลง เข้าไปในระบบ ต้นไม้กว่าจะฟื้นตัว มันก็เหมือนกับเงินจากผู้รับเหมาจะลงไปร้านค้าต่าง ๆ จะหมุนไปภาคแรงงาน จะกลับไปภาคการผลิต ไปโรงงานอุตสาหกรรม กว่าจะหมุนกลับ เข้าไปในระบบเศรษฐกิจ มันใช้เวลาหลายเดือน ฉะนั้นในช่วงที่เม็ดเงินของรัฐบาลกำลัง จะลงไปนี้ พี่น้องประชาชนรอไม่ได้ครับ เศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่ง ดำเนินการแก้ไข ฉะนั้นเม็ดเงินที่สำคัญที่รัฐบาลจะต้องฉีดลงไปก็คือเงินงบประมาณ ตอนนี้ รัฐบาลได้เสนอ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมมา ๑.๒๒ แสนล้านบาท อย่างที่ได้ นำเรียนท่านประธานไปนะครับ เป็นเงินประมาณที่มีความสำคัญในการแก้ไขวิกฤติปากท้อง ของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ มันแก้ไขอย่างไรครับท่านประธาน เมื่อมีเงินประมาณมันฉีดลงไป ต้นไม้มันจะค่อย ๆ ฟื้นขึ้น แต่มันฟื้นช้าครับ ตอนนี้พี่น้องรอไม่ได้ สิ่งที่สำคัญคือทำอย่างไร ที่รัฐบาลจะนำเม็ดเงินตรงนี้ไปถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างตรง แม่นยำ แล้วก็รวดเร็ว เพื่อให้การแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต้องผ่านโครงการของรัฐ ฉะนั้นเงินงบประมาณตรงนี้ถือว่ามีความสำคัญมากครับ ท่านประธาน ที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผมจึงอยากจะเรียนครับว่า โครงการที่รัฐบาล จะต้องทำขึ้นเพื่อนำเงินงบประมาณตรงนี้ไปให้พี่น้องประชาชนให้ถูกต้อง รวดเร็ว แม่นยำ ควรจะต้องผ่านโครงการที่เป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชน จะต้องเป็นโครงการที่เหมาะสม มีมาตรการที่รัดกุมนะครับ อยากให้รัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนำฐานข้อมูลพี่น้อง ประชาชนที่มีความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ดี หรือที่เรียกว่าบัตรคนจน หรือโครงการประกันรายได้ ซึ่งมีฐานข้อมูล เป็นพี่น้องเกษตรกรที่ได้การประกันราคาสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์ม ทั้ง ๕ กลุ่มนี้มาเป็นฐานข้อมูล หรือโครงการคนละครึ่ง ที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กินเงินเดือน เช่นพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ได้นำฐานข้อมูลตรงนี้ มาบูรณาการร่วมกัน แล้วก็นำไปกำหนดเป็นนโยบาย เป็นฐานข้อมูลในการยิงเงิน หรือจ่ายเงินไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและโปร่งใส ผมไม่อยากเห็น การจ่ายเงิน หรือการแจกเงิน หรือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแบบปูพรม หรือที่สื่อมวลชน หรือเพื่อนสมาชิกในนี้บอกว่าเป็นการช่วยแบบหว่านแห เพราะอะไรครับท่านประธาน ถ้าเราเอาเงินไปให้กับคนที่มีรายได้ดีอยู่แล้ว เงินที่รัฐบาลเตรียมไว้นี้มันไม่ได้หมุนเข้าระบบ เศรษฐกิจครับ คนที่มีเงินเขาได้เขาก็ไปเก็บ เมื่อเขาไปเก็บมันก็ไม่สามารถจะมากระตุ้น เศรษฐกิจได้ตามที่รัฐบาลต้องการ ฉะนั้นรัฐบาลจะต้องได้เงินตรงนี้ไป รัฐบาลจะต้องเอาไป ใช้จ่ายให้กับกลุ่มคนที่มีความต้องการ เพื่อเอาเงินตรงนั้นมาเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ไปซื้อของ ไปใช้จ่าย เพื่อให้เงินตรงนั้นหมุนไปภาคร้านค้า ค้าขาย ไปโรงงาน ไปภาคการผลิต ไปถึงตลาดแรงงาน หมุนไปเศรษฐกิจมันก็จะกลับมา ต้นไม้ที่มันเคยเฉาไป ๖ เดือน มันจะฟื้นตัว ได้อย่างรวดเร็ว ก็ขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับว่า โครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาล จะต้องทำโดยนำเงินตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินงบกลางปี ๒๕๖๘ ก็ดี เงินงบประมาณปี ๒๕๖๗ ก็ดี หรือเงินตาม พ.ร.บ. ที่ท่านเสนอเข้ามา งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมก็ดี อยากให้รัฐบาล นำไปใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ผ่านโครงการที่ผมได้นำกราบเรียนท่านประธานครับว่า เป็นโครงการที่เป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชน เป็นโครงการที่มีประสิทธิภาพ มีความเหมาะสม รัดกุม และที่สำคัญโปร่งใส ปราศจาก การทุจริตคอร์รัปชัน และผมคิดว่าเงินงบประมาณตรงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ของประเทศ แล้วก็จะทำให้รัฐบาลนั้นเป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชน แล้วเราเองในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตรงนี้เป็นผู้อนุมัติเงินงบประมาณก้อนนี้ ก็สามารถที่จะให้ รัฐบาลไปได้อย่างสบายใจ ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ขอสนับสนุน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี ๒๕๖๗ ที่รัฐบาลได้เสนอเข้ามาในครั้งนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ