ธนา กิจไพบูลย์ชัย หารือเกี่ยวกับร่างงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2567 โดยเน้นสนับสนุนนโยบายสังคมไร้เงินสดและโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล พร้อมเสนอให้ปรับปรุงการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ให้ทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือผู้ด้อยโอกาส และเรียกร้องให้ลดอุปสรรคสำหรับร้านค้าเล็กในการเข้าร่วมโครงการ ทั้งด้านขั้นตอนการลงทะเบียน ความกังวลเรื่องภาษี และข้อจำกัดพื้นที่ใช้จ่าย รวมถึงเสนอให้ใช้แอปเป๋าตังเป็นช่องทางหลักเพียงช่องทางเดียวพร้อมระบบแจ้งเตือนผ่านข้อความ เพื่อลดความสับสน ป้องกันการหลอกลวง และเพิ่มความสะดวกปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเปราะบาง พร้อมผลักดันให้การใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเน้นฐานรากอย่างร้านค้าเล็กและผู้ค้าในตลาดนัดอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ก่อนอื่นผมและพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยว่าปัจจุบันประเทศไทยของเรา มีปัญหาด้านเศรษฐกิจครับ ผมและพรรคภูมิใจไทยจึงขอสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ และขออนุญาตชื่นชมความกล้าหาญของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่กำลังจะผลักดันประเทศไทยของเราไปสู่ Cashless Society หรือยุคสังคมไร้เงินสด อย่างเต็มรูปแบบครับ ผมเห็นด้วยครับว่าการแจกเงิน Digital Wallet เป็นการกระตุ้น เศรษฐกิจที่ดี เป็นหลักการที่สากลทั่วโลกใช้กัน แต่วันนี้สิ่งที่ผมอยากจะเสนอแนะ เป็นข้อสังเกตให้ทางรัฐบาลได้รับฟัง เพื่อปรับใช้ให้การแจกเงิน Digital Wallet ในครั้งนี้ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลได้วางไว้ เพิ่มเงินหมุนเวียน ในระบบให้มากขึ้น ตรงตามเป้าหมาย เพิ่มศักยภาพให้ประชาชนมีกำลังซื้อที่มากขึ้น และเพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้าขนาดเล็กและร้านค้าตามชุมชน ในวันนี้ผมจึงขอเสนอแนะ ฝากท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวนี้ทั้งหมด ๔ ประเด็น ดังนี้
ประเด็นแรกครับท่านประธาน คือการรับสิทธิและการเข้าถึงสิทธิของ ประชาชน เราจะทำอย่างไรครับ ให้การแจกเงิน Digital Wallet ในครั้งนี้ ประชาชน ที่ควรจะได้รับสิทธิหรือร้านค้าที่เขามีความประสงค์ที่จะขายในโครงการนี้ ไม่ตกหล่น ในการได้รับสิทธินี้ครับ สำหรับคนที่ไม่มี Smartphone หรือโทรศัพท์ทางรัฐบาล จะมีการดำเนินการอย่างไรเพื่อช่วยเหลือในการลงทะเบียนหรือยืนยันตนให้ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย ผู้พิการทางสายตา อื่น ๆ อีกมากมายครับ ที่เขาไม่มี Smartphone หรือไม่มีโทรศัพท์ ผมกลัวว่าบุคคลเหล่านี้จะเสียสิทธิในการลงทะเบียนในครั้งนี้ครับ
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องร้านค้าที่จะสามารถขายสินค้าในโครงการนี้ ร้านค้า ที่จะเข้าร่วมทางรัฐบาลจะมีแนวทางลดความยุ่งยากในการลงทะเบียนอย่างไร เขาจะได้รับ สิทธิประโยชน์อะไรจากรัฐบาลในการช่วยเหลือในการลงทะเบียนในรอบนี้ครับ เพราะการกระตุ้น เศรษฐกิจตามความคาดหวังของพวกเราในรอบนี้คือการกระตุ้นให้ร้านค้าขนาดเล็ก แม่ค้าตามตลาดนัด แม่ค้าร้านสะดวกซื้อในชุมชนเป็นผู้มีสิทธิในการขายมากกว่าครับ ร้านค้าแผงลอยก็คืออีกหนึ่งเหตุผลครับ ที่เขาอาจจะไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมในโครงการนี้ เนื่องจากไม่ได้ยื่นจดภาษี และการที่เงินไม่สามารถถอนออกได้ในทันที ทำให้ผู้ประกอบการ รายย่อยที่สายป่านสั้นและไม่มีเงินทุนสำรองไม่สามารถเข้าร่วมได้ครับท่านประธาน ประเด็นที่ร้านค้าขนาดเล็ก และร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก เขากลัวครับท่านประธาน คือเรื่องภาษีครับ เขาไม่อยากเข้าสู่ระบบทางภาษี ทางรัฐบาล จะจัดการอย่างไร จะมีนโยบายลดหย่อนภาษีให้เขาหรือไม่ ผมขออนุญาตเสนอแนะว่า เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ร้านค้ามาลงทะเบียนกับรัฐบาลในโครงการนี้ให้มากขึ้น รัฐบาลควรจะงดเก็บ ภาษีสำหรับร้านค้าที่ลงทะเบียนในรอบนี้ ๓-๕ ปี ไปเลยครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๓ การกำหนดพื้นที่ในการใช้เงิน Digital Wallet ในรอบนี้ ประเด็นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ เวลาผมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ผม จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พี่น้องถามกันมาเยอะว่าทำไมถึงจำกัด Area หรือระยะทาง ในการซื้อ ผมว่าเราไม่ควรจำกัดครับ แต่เป็นใช้ได้กับร้านค้าขนาดเล็กทั่วประเทศไทย ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง จังหวัดศรีสะเกษของผม มีประชากรอยู่ในพื้นที่ก็จริงครับ มีชื่อในพื้นที่ แต่เขาทำงานอยู่ต่างจังหวัด ถ้าสมมุติเราไม่กำหนดระยะทางเขาสามารถ ใช้ในพื้นที่ที่เขาสามารถทำงานอยู่ได้เลยครับท่านประธาน เขาจะได้ไม่ต้องเดินทางกลับมาใช้ ในภูมิลำเนาของเขาครับ
ประเด็นที่ ๔ คือ เรื่อง Application กับความสับสนในเรื่องข่าวสาร ประเด็นนี้ เป็นประเด็นสุดท้ายครับ ที่ผมอยากให้รัฐบาลอาศัยโอกาสนี้ทำให้ประเทศไทยของเรา มี Application ทางการเหลือเพียง Application เดียว เราควรพัฒนา Application นี้ ให้มี SMS Alert เพื่อธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ในอนาคต เพราะประเทศไทยของเรา มี Application ทางการของรัฐบาลที่เยอะจนเกินไป ทำให้ประชาชนโดนหลอกง่ายและ โดนหลอกบ่อยครับ ดังนั้นผมมีความเห็นว่าเราควรใช้ Application เป๋าตัง เพราะอาจจะ สร้างแรงจูงใจ เนื่องจากผู้ประกอบการรายย่อยและลูกค้าเคยใช้ Application นี้ เขามีความรู้ ความเข้าใจและไม่ต้องเรียนรู้วิธีใหม่ แต่ถ้าโครงการนี้มีการใช้ Application ใหม่ นอกจาก รัฐจะต้องใช้งบประมาณในการทำ Application หรือแพลตฟอร์มเพิ่ม ขั้นตอน และความยุ่งยากจะเพิ่มขึ้นให้แก่ร้านค้า แล้วก็ประชาชนที่ใช้ครับ การให้ข้อมูลข่าวสาร ความชัดเจนในการให้ข้อมูลข่าวสารจะลงทะเบียนในวันที่ ๑ สิงหาคมนี้แล้ว แต่คราวนี้ ทางรัฐบาลมีการเตรียมความพร้อมในด้านการให้ข้อมูลข่าวสารที่แน่นอนกับประชาชน ในกลุ่มแรก ๑๖.๕ ล้านคนอย่างไร กลุ่มแรกที่จะใช้เงินที่ Digital Wallet คือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งก็คือผู้สูงวัย ผู้พิการ เป็นกลุ่มที่โดนหลอกจาก Scammer มากที่สุดในประเทศครับตอนนี้ เราควรจะมี Official Account ในการให้ข้อมูลข่าวสารเพียงช่องทางเดียว เพื่อป้องกัน ความสับสนและป้องกันประชาชนโดนหลอก เพราะผมมั่นใจครับว่า ถ้าสมมุติเราไม่ใช้ ช่องทางเดียว ประชาชนก็จะต้องโดนส่ง Link ปลอมมา โดนดูดเงิน สูญเสียมูลค่ามากกว่า ที่ประชาชนจะได้รับครับท่านประธาน
สุดท้ายนี้ผมอยากให้เงินก้อนนี้เป็นเงินที่กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทย อย่างแท้จริง และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก และร้านค้าขนาดเล็ก พ่อค้า ตามตลาดนัด ร้านค้าในชุมชนได้รับประโยชน์ โดยที่ไม่มีผู้รับเงินรายใด หรือร้านค้ารายใด เสียสิทธิที่เขาควรจะได้รับ ทุกคนที่มีสิทธิเข้าถึงสิทธิกันทุกคน สำหรับผู้ขายก็ควรจะเป็น ร้านค้าขนาดเล็กจริง ๆ ครับ ผมอยากเน้นย้ำว่ารัฐบาลควรจะอาศัยจังหวะและโอกาสนี้ พัฒนา Application ทางการของรัฐบาลให้เหลือเพียงแค่ Application เดียว และมีการทำ SMS Alert ใน Application นี้เลย ผมอยากให้โครงการนี้เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ครับ แต่เราควรจะมี ความระมัดระวังและมีการเตรียมการที่ดีก่อนใช้งานจริงครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน