เศรษฐา ทวีสิน ชี้แจงร่างงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2567 วงเงินไม่เกิน 122,000 ล้านบาท เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการเร่งด่วน เช่น Digital Wallet และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้กรอบการคลังที่คำนึงถึงเสถียรภาพทางการเงิน พร้อมย้ำความสอดคล้องกับกฎหมาย แผนยุทธศาสตร์ชาติ และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยแหล่งเงินมาจากรายได้รัฐและการกู้เพื่อชดเชยขาดดุล ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจท่ามกลางความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือน ภาวะเศรษฐกิจโลก และความผันผวนของภาคส่งออกและ SMEs
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยังท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๗ เป็นจำนวนไม่เกิน ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เหตุผล รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพ ชีวิตและการดำรงชีพ สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชนและภาคธุรกิจ ควบคู่ กับการรักษาระดับการบริโภคและการลงทุนในประเทศ รวมถึงความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ อันเป็นกรณีที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน โดยไม่สามารถรองบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ได้ จึงต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมจำนวนไม่เกิน ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ จำนวน ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้
สำหรับประมาณการเงินที่พึงได้มาสำหรับจ่ายตามงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ดังนี้
๑. ภาษีและรายได้อื่น โดยเป็นแหล่งเงินจากการจัดเก็บรายได้ที่เดิมไม่ได้ กำหนดไว้ในประมาณการ จำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท
๒. เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่รัฐบาลนำเสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการส่งเสริมให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ต่าง ๆ และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตและการดำรงชีพ สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน และภาคธุรกิจ ควบคู่กับการรักษาระดับการบริโภคและการลงทุนในประเทศ รวมถึง ความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่าน Digital Wallet โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วย ความมั่นคงแห่งชาติ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ภาวะเศรษฐกิจทั่วไป
เศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๖๗ มีแนวโน้มที่จะขยายตัวในช่วงร้อยละ ๒.๐-๓.๐ (ค่ากลางร้อยละ ๒.๕) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายและการลงทุน ภาครัฐ การฟื้นตัวของภาครัฐ การท่องเที่ยวและภาคบริการที่เกี่ยวเนื่อง การขยายตัวของ อุปสงค์ภายในประเทศทั้งการอุปโภค บริโภค และการลงทุน และการกลับมาขยายตัวอย่างช้า ๆ ของการส่งออกสินค้าตามการฟื้นตัวของการค้าโลก
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงของภาระหนี้ภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลกระทบ ต่อผลผลิตภาคเกษตร ความผันผวนของระบบเศรษฐกิจการเงินโลกที่อยู่ในเกณฑ์สูง และมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ ๐.๑–๑.๑ (ค่ากลางร้อยละ ๐.๖) และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ ๑.๒ ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ นโยบายการคลังและความสัมพันธ์ระหว่างรายรับและงบประมาณรายจ่ายที่ขอตั้ง
ภายใต้สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจดังกล่าว ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ รัฐบาล จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจให้มีความต่อเนื่อง โดยประมาณการจัดเก็บรายได้จากส่วนราชการอื่น รวมสุทธิ ทั้งสิ้นจำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ประกอบกับเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็นรายรับทั้งสิ้น ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับวงเงิน งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม
การจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล จึงมีความสำคัญและจำเป็นในการกระตุ้น เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า ให้เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเม็ดเงินจำนวนมาก จะไหลจากภาครัฐไปสู่ภาคเอกชน ก่อให้เกิดการสั่งซื้อสินค้า การบริการ และหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ฐานะการคลัง
หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๗ มีจำนวน ๑๑,๕๒๓,๗๐๐.๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๓.๗๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการบริหาร หนี้สาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ ๗๐ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
ปัจจุบันฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ มีจำนวน ๓๙๔,๒๕๙.๗ ล้านบาท โดยรัฐบาลจะบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และบริหารรายรับและรายจ่ายของรัฐให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ฐานะและนโยบายการเงิน
คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ ๒.๕ ต่อปี ในการประชุมเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ โดยมีเหตุผลว่าเป็นอัตราที่สอดคล้องกับ แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งเอื้อต่อการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ การเงินในระยะยาว โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่องและ การเบิกจ่ายภาครัฐที่กลับมาเร่งขึ้นได้ในไตรมาส ๒ ของปี ๒๕๖๗ รวมถึงแรงกระตุ้นจาก นโยบายภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลัง
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามความท้าทายต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวในระดับต่ำ มีปัญหาเชิงโครงสร้างที่อาจทำให้เกิด ความสามารถในการแข่งขันลดลง และภาค SMEs จำนวนมากที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยการดำเนินการที่สอดประสานกัน ระหว่างภาคการเงินและการคลัง
ฐานะการเงินด้านต่างประเทศของไทยในปัจจุบัน มีมูลค่าเงินสำรองระหว่าง ประเทศ ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ จำนวน ๒๒๑,๐๖๙.๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น ๒.๕ เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก สาระสำคัญของงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. .... มีวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่าย เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ โดยมีรายได้รัฐบาล จำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และขาดดุลงบประมาณ จำนวน ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท จำแนก เป็นรายจ่ายประจำ จำนวน ๒๔,๔๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๐ ของวงเงิน งบประมาณและรายจ่ายลงทุน จำนวน ๙๗,๖๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๐ ของวงเงินงบประมาณ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จำแนกตามกลุ่มงบประมาณ และจำแนกตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗
งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จำแนกเป็น กลุ่มงบประมาณรายจ่ายงบกลาง วงเงินรวมทั้งสิ้น ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๑๐๐ ของวงเงินงบประมาณ และได้ดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์การจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยกำหนดไว้ในรายการ ค่าดำเนินการภาครัฐ จำนวน ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นการกระตุ้นและสร้าง ความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับเอกสารประกอบได้มีการจัดทำให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีการ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๓ ประกอบกับ พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังนี้
๑. คำแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗
๒. เอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ฉบับที่ ๑ ประกอบด้วย รายงานภาวะเศรษฐกิจ ฐานะการเงินการคลังของประเทศ ประมาณการเงินที่พึงได้มาสำหรับจ่ายตามงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ฐานะการเงินของรัฐวิสาหกิจ ภาระหนี้และการก่อหนี้ภาครัฐ ประมาณการ รายรับ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ รายละเอียดงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗
๓. เอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ฉบับที่ ๒ ประกอบด้วย บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. .... รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย และรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ พ.ศ. ....
๔. ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สรุป
งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จำนวน ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท มีที่มาจากรายได้รัฐบาล จำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และเป็นการกู้ เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อรวมกับกรอบวงเงินเดิม ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จำนวน ๓,๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จะทำให้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ มีงบประมาณรายจ่ายรวม ๓,๖๐๒,๐๐๐ ล้านบาท
แม้ว่างบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ เมื่อรวม กับกรอบวงเงินเดิมตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จะมีการขาดดุลเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนไว้ในงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จำนวน ๙๗,๖๐๐ ล้านบาท โดยเมื่อรวม กับรายจ่ายลงทุนตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จำนวน ๗๑๐,๐๘๐.๕ ล้านบาท จะทำให้มีรายจ่ายลงทุน จำนวน ๘๐๗,๖๘๐.๕ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรายจ่ายการลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ร้อยละ ๑๗.๑ และคิดเป็น สัดส่วนร้อยละ ๒๒.๔ ของวงเงินงบประมาณรวม
การบริหารงบประมาณรายจ่ายทั้งหมดนี้ จะเป็นการใช้จ่ายเพื่อดำเนินการ ตามนโยบายของรัฐบาลและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลจะดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบ วินัยการเงินการคลังของรัฐ โดยใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด กระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเม็ดเงินไหลไปสู่ประชาชน และภาคธุรกิจ สร้างการเจริญเติบโตให้กับ ประเทศ พัฒนาศักยภาพอย่างยั่งยืนและเป็นไปตามกฎหมาย ขอบคุณครับ