ธิษะณา ชี้ปัญหาไฟไหม้ชุมชนแออัด ร้องติดตั้งสัญญาณเตือน-ปรับระบบดับเพลิง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ธิษะณา ชุณหะวัณ หารือปัญหาความปลอดภัยจากไฟไหม้ในชุมชนแออัด โดยเฉพาะเหตุเพลิงไหม้ย่านเยาวราช พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตั้งและบำรุงรักษาระบบสัญญาณเตือนภัย ทางหนีไฟ และอุปกรณ์ดับเพลิงให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงแอปพลิเคชัน BKK Risk Map ให้รองรับการแจ้งเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบตอบสนองต่อเหตุเพลิงไหม้ให้ทันสมัย พร้อมสนับสนุนการฝึกอบรมอาสาสมัครดับเพลิงอย่างเหมาะสมและจัดสรรงบประมาณเพียงพอ เพื่อป้องกันความสูญเสียชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเช่นผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ พรรคก้าวไกล จากรณีเพลิงไหม้ เยาวราช ดิฉันมาอภิปรายสนับสนุนร่างญัตติของเพื่อนสมาชิกเกี่ยวกับเพลิงไหม้ที่เยาวราช ขอตั้งข้อสังเกตถึงทางออกหนีไฟของชุมชนแออัดที่ไม่มีทั้งสัญญาณเตือนไฟไหม้ หรือ Sprinkler ที่สำหรับดับไฟเมื่อมีสัญญาณเตือนภัยก็จะมีน้ำพุ่งออกมานะคะ ซึ่งในชุมชน ทั้งแฟลตการเคหะ และชุมชนแออัดก็ไม่มี แม้กระทั่งสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ และเมื่อ สอบถามชาวบ้านก็ทราบว่าสัญญาณเตือนไฟไหม้ ยังไม่ทราบว่าใช้ได้อยู่หรือไม่ เพราะว่า ติดตั้งมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วค่ะ และประชาชนในชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ต้องทุบกำแพง เพื่อจะหนีอัคคีภัยนะคะ ดิฉันขออนุญาตขึ้นวิดีโอที่ดิฉันส่งไปให้ฝ่ายสื่อค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

นี่นะคะ เป็นภาพเหตุการณ์จริง ท่านจะเห็นนะคะ คนผมสั้น ๆ คือดิฉันเอง เจ้าหน้าที่ต้องทุบกำแพงเพื่อที่จะเข้าไปดับเพลิง เพราะว่าสายดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปถึงจุดตรงที่เพลิงไหม้ได้ อีกทั้งยังต้องหลบหนีเพลิง ผ่านการทุบกำแพงออกมา เพราะว่าไม่มีทางออกหนีไฟ ถ้าจะออกหนีไฟก็ต้องเดินไกล มากกว่าจะได้ออก ก็อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ร่างกาย อนามัยและทรัพย์สินได้ค่ะ ดิฉันขอยกตัวอย่างอีกกรณี เมื่อไฟไหม้ลุกลามในการเคหะบ่อนไก่เกือบ ๒๕๐ กว่าครัวเรือน บ้านในชุมชนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ ๒ ชั้น ปลูกสร้างติดกัน และเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ทำให้เกิดไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว และรถดับเพลิงจะเข้าทางถนนใหญ่ คือ ถนนพระราม ๔ ซึ่งต้องเข้าไปอีก ๑๐๐ เมตรจึงจะถึงซอยกลางซึ่งเป็นจุดกำเนิดเพลิง แต่พบว่าลักษณะ ทางกายภาพ เช่น แคร่ เพิงที่ดิฉันโชว์ในวิดีโอเมื่อสักครู่นี้ ร้านค้าที่ยื่นออกมาทำให้รถสัญจร ได้แค่เลนเดียวเป็นอุปสรรคในการดับไฟที่ล่าช้า และอีกข้อจำกัดคือเมื่อเจ้าหน้าที่พยายาม สูบน้ำจากท่อระบายน้ำขึ้นมาช่วยดับเพลิงด้วยการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า ตัวหนอนลงไปสูบน้ำ ขึ้นมาแต่น้ำแห้ง จึงต้องต่อสายยางเชื่อมหัวฉีดถ่ายน้ำจากรถน้ำที่อยู่จากถนนใหญ่เข้ามาค่ะ ทำให้เกิดเหตุล่าช้า ไหม้ไปกว่า ๒๐๐ ครัวเรือน และเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย ยังสะท้อนว่า ชุมชนเมืองไม่มีพื้นที่สำหรับกางขาหยั่งให้กับรถดับเพลิง หรือกระเช้าดับเพลิง ในที่สูงอีกด้วยค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากเรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบพื้นที่ชุมชนแออัดทั่วประเทศว่า มีความพร้อมทางออกหนีไฟ Sprinkler และ อุปกรณ์ดับเพลิงครบหรือไม่กับประชาชนที่เกิดเหตุเช่นนี้ค่ะ

ขอสไลด์ที่ ๒ ปัญหาที่ ๒ ทางกรุงเทพมหานครได้พัฒนา Application ขึ้นมา ชื่อ BKK Risk Map หรือว่า One Map แต่อีกปัญหาที่ดิฉันเห็นสำคัญมาก ๆ สำหรับ One Map ที่ทำมาเพื่อแก้ไขเรื่องไฟไหม้โดยที่มีเขตของดิฉันเป็นตัวนำร่องนะคะ ก็คือ หลังเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อนไก่ครั้งใหญ่ก็ได้มีการพัฒนา App อันนี้ขึ้นมา แต่ยังไม่ตอบโจทย์ ในขณะที่เกิดเพลิงไหม้ซึ่งเกิดกับตัวดิฉันเอง เมื่อสักครู่ท่าน สส. กัณตภณ ที่อยู่เขตพญาไท ก็ได้อภิปรายไปแล้ว ขณะที่เกิดเหตุไม่มีใครหรอกที่จะเข้าไปใน Application โทรศัพท์ ไม่มีใครมีสติขนาดนั้น ทุกคนพยายามที่จะช่วยกันโทรหารถดับเพลิง หรือว่าหาอุปกรณ์ ดับเพลิงมาดับเพลิง แล้วก็ไม่มีเวลามากด Application ตอบ Line หรือว่าอะไรอย่างนี้ ไม่มีใครเขามีเวลา ขนาดรับโทรศัพท์มือถือดิฉันยังไม่รับเป็น ๑๐๐ สายเลยนะคะ หรือจะกดหา App ในสถานีดับเพลิงว่าสถานีที่ใกล้ที่สุด หรือถังดับเพลิงที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน รัฐควรทำให้ Application ใช้งานง่าย อีกทั้งยังไม่มีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง ดิฉันยังไม่ทราบถึง Application นี้ตอนที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านของตัวเองเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว และยังไม่ทราบว่า ใช้งานอย่างไร ซึ่งควรจะต้องพัฒนาให้เป็นสายด่วนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการทำเป็น Application และรวดเร็วในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ความเดือดร้อนของประชาชน มากกว่านี้ โดยเฉพาะในชุมชนที่สิ่งปลูกสร้างเป็นวัตถุไวไฟ อย่างเช่น ในชุมชนแออัด โครงสร้างเป็นไม้ เป็นสังกะสี ชุมชนยากที่จะเข้าถึง เพื่อนสมาชิกหลายคนอภิปรายไปแล้วว่า ทางเข้าแคบมาก เข้าได้แค่ทางเดินเท้ากับรถมอเตอร์ไซค์เท่านั้น จึงไม่สามารถทำให้ รถดับเพลิงขนาดใหญ่สามารถเข้าถึงได้ค่ะ รัฐเองก็ต้องทำให้ง่ายและสะดวกต่อประชาชน มากที่สุดในการแจ้งเหตุค่ะ

ดิฉันขออนุญาตสไลด์ที่ ๓ เรื่องที่ ๓ อุปกรณ์ดับเพลิงไม่เพียงพอ ปัญหา การขาดแคลนวัสดุ ในเรื่องของอุปกรณ์ดับเพลิงที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ เพียงแค่เพราะถังดับเพลิงไม่สามารถยุติไฟไหม้ครั้งใหญ่ได้ค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในชุมชนแออัด อย่างเช่น เหตุเยาวราช เหตุของเพื่อนสมาชิกคุณปารเมศที่ได้อภิปราย ไปก่อนหน้านี้ เป็นเหตุการณ์ไฟไหม้คล้ายกับชุมชนบ่อนไก่ ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตปทุมวัน ของดิฉันเอง ซึ่งสิ่งที่ดิฉันได้เห็นในทั้ง ๒ พื้นที่ มีหัวแดงแต่ไม่สามารถใช้งานได้ หรือที่แย่ กว่านั้นในบางพื้นที่ก็ไม่มีเลยค่ะ อย่างเช่น ในกรณีที่บ้านของดิฉันเองไม่มีหัวแดงแถวนั้นเลย ท่านประธานทราบไหมคะว่า ปัญหาจากกรณีการจัดซื้อรถดับเพลิงในอดีตยังส่งปัญหา ในปัจจุบันในทุก ๆ เขตของกรุงเทพมหานคร ทุกสถานีดับเพลิงมีปัญหาการขาดแคลน รถดับเพลิงค่ะท่านประธาน รวมไปถึงเครื่องช่วยชีวิตที่มีอยู่ก็ยังไม่ทันสมัย และไม่เพียงพอ ในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่และของเหยื่ออัคคีภัยด้วย เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างทันท่วงที เราเห็นตัวอย่างมานับแล้วนับเล่านะคะ ครั้งล่าสุดหลังจากมีการพัฒนา Application One Map ก็ยังไม่สามารถที่จะ Safe ชุมชน ในเยาวราชได้ ยังเกิดเหตุไฟไหม้ใหญ่ และไม่สามารถที่จะประสานงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพอย่างที่โฆษณาไว้ เป็นภัยที่เกิดขึ้นได้ทุกวันค่ะ ตัวอย่างเช่น ถ้าไม่ใช่ในเหตุ ที่เกิดขึ้นในเยาวราชหรือในบ้านดิฉัน อย่างเช่น ไฟไหม้รถ EV ไฟไหม้ตึกคอนโดมิเนียม อาคารสูง ซึ่งเราไม่สามารถใช้วิธีการดับเพลิงแบบปกติได้ จึงจำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์ แบบพิเศษที่เกิดขึ้น นั่นหมายถึงการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนค่ะ

ขอสไลด์ที่ ๔ ค่ะ การตรวจสอบชุมชนแออัดที่มีโครงสร้างที่เสี่ยงต่อการ เกิดเพลิงไหม้ เช่น สถานที่ที่เป็นไม้และสังกะสี การติดตั้งสัญญาณเตือนไฟไหม้ที่เชื่อมต่อ ไปยังสถานีดับเพลิง หมายความว่าเมื่อได้เห็นสัญญาณไฟไหม้ขึ้นปุ๊บ สถานีดับเพลิงต้องทราบปั๊บ ว่ามีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้น ณ จุดไหน ต้องมีการติดสัญญาณที่ดักควันไฟในแต่ละชุมชน เมื่อควันไฟเกิดขึ้นสถานีดับเพลิงต้องทราบเลย ไม่ใช่ว่าท่านไปกด One Map One App อะไรของท่าน ไม่มีใครมากดทัน คนเฒ่า คนแก่เขาไม่มี Application เขาใช้ไม่เป็นหรอกค่ะ ส่วนมากคนที่อยู่ในชุมชนและเสียชีวิตก็จะเป็นผู้ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือเป็นผู้สูงอายุ อย่างชุมชนบ่อนไก่ เป็นผู้สูงอายุ อายุ ๙๑ ปี อยู่มาตั้งแต่เกิดแล้วก็ตายในชุมชน เพราะว่า หนีออกมาไม่ทันนะคะ

อีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การฝึกอบรมอาสาสมัครดับเพลิงค่ะ เพราะเรื่องนี้ดิฉันเห็นกับตาตัวเองในตอนเกิดไฟไหม้ของบ้านตัวเอง มีเด็กอายุประมาณ ๗-๘ ขวบตัวเท่านี้นะคะ ถึงจะมีอุปกรณ์ดับเพลิงที่ครบ คือมีหมวกดับเพลิงและชุดกันเพลิง แต่ว่าเด็กขนาดนั้นท่านเอามาทำงานได้อย่างไรคะ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องอันตรายและเป็นเรื่อง ความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน อันนี้อาจจะผิดกฎหมายด้วยซ้ำ อันนี้อาจจะเป็นการใช้ แรงงานเด็กหรือหรือไม่ และอีกกรณีหนึ่งที่เยาวชนมาปฏิบัติหน้าที่และเสียชีวิตคือ น้องพอสค่ะ ตัวอย่าง โรงงานหมิงตี้เคมีคอล จำกัด อายุ ๑๗ ปี ต้องเสียชีวิตเพราะดับเพลิง และไม่เคยอบรมมาก่อน มีใจที่อยากจะช่วยจิตสาธารณะค่ะท่าน แต่ว่าไม่มีองค์ความรู้ ไปประกอบ อายุ ๑๗ ปีต้องมาเสียชีวิต เพราะต้นเหตุของเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นมีจาก หลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร ปัญหาที่เกิดจาก ความผิดพลาดของบุคคล การขาดความรู้ ความชำนาญของคนทั่วไปในการฝึกอบรม การดับเพลิงขั้นต้นค่ะ การดับเพลิงแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน เราต้องมีการอบรมให้กับผู้คน ในชุมชนที่เสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ ในการดับเพลิงแต่ละชนิดที่ไม่เหมือนกัน เช่น เพลิงที่เกิดจากสารเคมีก็ดับต่างกันกับเพลิงที่เกิดจากเพลิงไหม้ ไฟไหม้ป่าค่ะท่าน และใช้อุปกรณ์ ดับเพลิงที่ไม่เหมือนกัน น้ำไม่สามารถดับเพลิงได้ทุกชนิด จากปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ดิฉัน มองว่าผู้คนที่จะเข้ามาช่วยเหลือในการดับเพลิง ต้องเป็นผู้ที่เข้าช่วยเหลือปกป้องชีวิต และทรัพย์สิน และควรมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจ มีการอบรมอย่างรอบคอบ ประเมิน สถานการณ์ได้ และด้วยเหตุนี้ในการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องถึงต้นเหตุของปัญหา รับมือกับการเกิดเหตุอย่างถูกต้องและมีแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกันค่ะ เพราะฉะนั้น ควรจะมีงบประมาณของอาสาสมัครที่เพิ่มขึ้น เพราะว่านักดับเพลิงที่มาถึงบ้านของดิฉัน คนแรกคืออาสาสมัครดับเพลิงค่ะ แต่อาสาสมัครดับเพลิงนั้นไม่มีน้ำดับเพลิง ต้องไปสูบน้ำ ดับเพลิงจากแหล่งน้ำที่หน้าบ้าน เพราะฉะนั้นรัฐนะคะ สำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยควรจะจัดสรรงบประมาณให้กับอาสาสมัครดับเพลิงเหล่านี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ขออภัยที่เกินเวลาค่ะท่านประธาน