เท่าพิภพ จี้รัฐเพิ่มงบพัฒนาสถานีดับเพลิง บรรจุอปพร.เป็นข้าราชการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายเรื่องไฟไหม้ในเขตเมืองเก่า โดยเรียกร้องให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาสถานีดับเพลิงและยกระดับระบบให้เป็นมืออาชีพ พร้อมเสนอให้บรรจุอาสาสมัครดับเพลิงเป็นข้าราชการประจำแทนการใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หารือเรื่องการนำเทคโนโลยีดับเพลิงสมัยใหม่ เช่น Predictive AI และกล้อง Thermal มาใช้ เพื่อวิเคราะห์จุดเสี่ยงและช่วยชีวิตผู้ปฏิบัติงาน โดยชี้ให้เห็นความจำเป็นในการเข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้ในต่างจังหวัด

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติด่วนที่เสนอด้วยวาจาเกี่ยวกับ เรื่องไฟไหม้ ท่านประธานครับ เขตผมก็เป็นเขตเมืองเก่าไม่แพ้กับเขตของท่านปารเมศ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผม แล้วก็มีเหตุไฟไหม้เยาวราชไปครั้งก่อน จริง ๆ ก็เรียกได้ว่าเขตคลองสาน ของผมนี่ก็เป็นเยาวราชสาขา ๒ ก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นพี่น้องไทยเชื้อสายจีนที่ล้นมาจากทาง เยาวราช แล้วก็มาตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเองครับ ในสภาพที่มา เมื่อประมาณ ๕๐-๖๐ ปีก่อนเขาสร้างตึกแถวกันเรียงราย ก็หนาแน่นพอสมควร ก็เกิดเหตุ ไฟไหม้หลายต่อหลายครั้ง ผมก็ได้เข้าไปพบปะผู้ประสบภัยอยู่มาก ก็เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เสมอ ในทุก ๆ ครั้ง หลายท่านได้พูดมาแล้วครับเรื่องอะไรต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับถังดับเพลิงเอย อะไรเอย ผมไม่ขออภิปรายซ้ำครับ แล้วผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงประเด็นใหม่ในเชิงที่อาจจะ เป็นมิติทางโครงสร้าง ท่านประธานครับ เวลาผมไปประชุมเขตรายเดือนที่เขตคลองสาน สถานีดับเพลิงเขตคลองสานก็จะอยู่ใกล้ ๆ ตรงปากคลองสานนั่นละครับ แล้วผมก็มักจะเดิน เข้าไปในสถานีดับเพลิง ไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงบ่อย ๆ พบว่าสภาพความเป็นอยู่ ก็มีแฟลตครับ แต่ก็ไม่เพียงพอตามสูตรนะครับ แล้วอุปกรณ์อะไรต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีพร้อมเพรียง ผมก็มานึกหลายครั้งครับท่านประธาน ในประเทศไทยเราก็มีอะไรที่แปลก ๆ เรามักจัด ความสำคัญเรื่องต่าง ๆ ผิดครับ ตอนนี้เรื่องของดับเพลิงมาเป็นของท้องถิ่นแล้วใช่ไหมครับ หลายที่ครับผมก็ถามเพื่อนสมาชิกที่อยู่ต่างจังหวัด ทางภาคเหนือเอง ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหมอทศพรเมื่อสักครู่ครับ ก็ไปถามว่าแล้วต่างจังหวัดเป็นอย่างไรครับ บาง อบต. ไม่มี รถดับเพลิงครับ การที่เราไม่มีกฎหมายที่บังคับให้สิ่งที่มันเป็นเรื่องพื้นฐานของชีวิตของคนเรา อย่างนี้เป็นความสำคัญลำดับต้น ๆ นี่ ผมว่าประเทศนี้มีปัญหาครับ อย่างนี้ครับทุกวันนี้ต้องขอบคุณพี่ ๆ อปพร. อาสาทุกคนครับ ผมยืนยันว่าถ้าไม่มีพี่ ๆ เขา วันนี้วันใดในประเทศนี้หรือลองดูครับ ถ้าดีดนิ้วแล้วหายไป อาสาดับเพลิงเอย หรือมูลนิธิต่าง ๆ ร่วมกตัญญูหรือป่อเต็กตึ๊ง ประเทศไทยเรียกว่าล่มสลายเลยก็ว่าได้ เราควรจะให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้มากกว่านี้ครับ อย่างการเพิ่มงบประมาณในการที่ทำให้สถานีดับเพลิงต่าง ๆ ไม่ว่าใน กทม. หรือต่างจังหวัดเองมีเทคโนโลยีที่มากขึ้น เราอาจจะต้องเพิ่มกำลังคนด้วย เพราะสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ไม่มีประเทศไหนในโลกหรอกครับที่อยู่ดี ๆ ให้ประชาชนที่เป็นอาสาสมัครเข้าไปลุยไฟ มันเป็นเรื่องอันตรายมากเลยครับ ให้นึกสภาพ ถ้าวันหนึ่งเรามีงบประมาณ เราเอาพี่ ๆ อปพร. เหล่านี้บรรจุเป็นข้าราชการประจำ ให้เขา ได้มีสวัสดิการ มีขวัญกำลังใจในการทำงานเป็นนักดับเพลิงของท้องที่นั้น ๆ ก็ได้ นี่เป็นสิ่งที่ แสดงว่ารัฐเราล้มเหลวอย่างหนัก ที่อยู่ดี ๆ เราก็ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการดับเพลิง ในการกู้ภัยจนรัฐไทยเคยตัวครับ ไม่จัดสรรงบประมาณมาเรื่องนี้ ให้นึกง่าย ๆ ว่าวันนี้ หลายคนก็มาบ่นว่า มีหลายหน่วยงาน ประสานงานไม่มีประสิทธิภาพเอย อะไรเอย ความสามารถของแต่ละคนไม่เท่ากัน ก็แน่นอนอยู่แล้วละครับ ให้นึกภาพเหมือนนโยบาย ของพรรคก้าวไกลเราครับ เหมือนว่าเราอยากยกเลิกการเกณฑ์ทหาร คนก็บอกว่า โอ้โห ประเทศชาติจะล่มจม แต่ไม่ใช่ครับ เราอยากทำให้ทหารเป็นทหารอาชีพหมด ก็เช่นกันครับ อย่างที่ผมพูดว่าอยากให้พี่ ๆ อปพร. ได้รับการบรรจุเป็นนักดับเพลิงอย่างมืออาชีพ มีการฝึก ทัดเทียมกับต่างประเทศ

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน การใช้เทคโนโลยี ถ้าเราเห็นความสำคัญ ของเรื่องนี้เป็นลำดับแรก ๆ การใช้เทคโนโลยีที่มุ่งเน้นไม่ใช่แค่ดับไฟให้เร็ว หรือช่วยเหลือ ชีวิตคนในนั้น แต่ปกป้องชีวิตของผู้ปฏิบัติงานก็เป็นส่วนหนึ่งสำคัญที่จะเป็นไปได้ ปัจจุบัน การต่อสู้กับเพลิงไหม้ของเรา ตั้งแต่มีตำรวจดับเพลิงจนมาถึงการนี้เทคโนโลยีไม่ได้ต่าง ไปเลย เรายังใช้น้ำ เรายังใช้เครื่องฉีดน้ำ มากหน่อยก็มีเพิ่มโฟมมาบ้าง ยังเหมือนเดิมครับ แต่ปัจจุบันครับในโลกใบนี้ ในประเทศที่เจริญแล้วมีการใช้แม้กระทั่ง AI ในการมาช่วย ในการดับเพลิง เขาเรียกว่า Predictive AI แล้วก็ Analyze ก็คือทั้งเมืองเขาสามารถดู Pattern ของสภาพอากาศอะไรต่าง ๆ นานา เพื่อให้รู้ว่าจุดไหนตอนนี้เป็นจุดเสี่ยงที่สุด เพื่อให้พนักงานดับเพลิงไปรอแถว ๆ นั้นได้ครับ

อันที่ ๒ การช่วยชีวิตคนครับ เดี๋ยวนี้ถ้าเรามีเครื่องมือที่ดีอย่างพวกกล้อง Thermal ที่ดู เพราะว่าการดับเพลิงเวลาเราเข้าไปประตูไหนเราเปิดไป บางทีมันมีเขาเรียกว่า ไฟที่มันพุ่งออกมา อันนี้ก็เป็นอันตราย ประเทศไทยมีไหมครับ สถานีดับเพลิงในท้องถิ่นไหน มีบ้าง ผมเชื่อว่าต่างจังหวัดนี่น่าจะยาก กรุงเทพฯ ก็น่าจะยากเหมือนกัน

อันที่ ๓ ครับท่านประธาน เรื่องของการใช้เทคโนโลยีในการที่ อย่างเช่น Drone ดับเพลิง เป็นต้น อันนี้ก็ง่าย ๆ ครับ จริง ๆ แล้วถ้ามีงบประมาณจัดซื้อได้ทันที เอา Drone ไปบินอยู่ด้านบน ดูได้ครับว่าไฟไหม้ถึงไหนแล้ว ทิศทางลมพัดไปทางไหนแล้ว อีกอันหนึ่งครับท่านประธานที่สำคัญมาก ที่จริง ๆ แล้วหลายท่านพูดถึงเรื่อง พ.ร.บ. ควบคุม อาคารอะไรต่าง ๆ นานา แล้วก็จริง ๆ ผมเห็นใจนักดับเพลิงที่ขาดกำลังคน การที่เรามี แผนผังของอาคารใหญ่ ๆ ที่ดีที่ตรง อันนี้ก็สำคัญสำหรับนักผจญเพลิงเช่นกัน ในการเขา เข้าถึงส่วนต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ในต่างประเทศครับท่านประธานไม่ใช่แค่ผัง หรือ Blueprint แล้วครับ เขาใช้เทคโนโลยี AR ครับท่านประธาน ก็คือคล้าย ๆ กับที่เราเล่น Pokemon Go คือเขาก็ใส่แว่นเลย แล้วเขาจะเห็นเลยครับผ่านม่านหมอกเข้าไปเลยว่า ตรงนี้ประตูมันจะอยู่ตรงไหน เขาก็เดินไปตรงนั้น อยากให้ท่านประธานลองหาบริษัท ที่ทำเกี่ยวกับอันนี้มาทำที่รัฐสภาเราเป็นนำร่องก่อนก็ได้ อันนี้ทำได้แน่นอน เพราะว่ารัฐสภา เราก็พูดกันตามตรง เสี่ยงต่อเพลิงไหม้อย่างแรงครับ ไม้เยอะมาก ทางหนีไฟเรายังมีไม้เลย อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทางหนีไฟนี้คือปลอดภัยจริง ๆ หรือเปล่า ก็อยากฝาก ท่านประธานเท่านี้ครับ แล้วก็เป็นกำลังใจให้อาสาสมัครดับเพลิง แล้วก็ตำรวจนักดับเพลิง ทุกท่านในทุกที่ครับ ขอบคุณครับ