ศุภโชค ศรีสุขจร หารือเรื่องเหตุเพลิงไหม้ในชุมชนแออัดและเรียกร้องการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุเพลิงไหม้ พร้อมขอเสนอให้หน่วยงานภาครัฐบูรณาการร่วมกันป้องกันและระงับเหตุเพลิงไหม้
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ลำดับแรกผมต้องขอแสดงความเสียใจกับ ผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในชุมชนตรอกโพธิ์ เยาวราช ซึ่งถือเป็นพื้นที่ ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครของเรา ซึ่งในไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีเหตุเพลิงไหม้ในลักษณะ เดียวกันในพื้นที่จังหวัดนครปฐมในเขตเทศบาลสามพราน ก็เพิ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้ในลักษณะ คล้าย ๆ กัน ซึ่งเป็นชุมชนแออัด บ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ ซึ่งง่ายต่อการติดไฟ และไม่มีพื้นที่ สำหรับรถดับเพลิงขนาดใหญ่สามารถเข้าไประงับและดับเพลิงได้ครับ เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดความเสียหายต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยกัน ๒๔ ครัวเรือน มีผู้ประสบภัย ทั้งสิ้น ๔๖ ชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีความโชคดี ในความโชคร้ายนะครับ ที่ทุกภาคส่วนในจังหวัดนครปฐมมีการประสานงาน มีการร่วมด้วย ช่วยกันในการยับยั้งดับเพลิงไม่ให้ลุกลามไปในวงกว้าง และยังมีการระดมทุกสรรพกำลังในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นทาง หน่วยงาน อปท. อย่างเช่น อบจ. หรือเทศบาลสามพรานก็ดี ท่านนายกจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ท่านนายกธรรมศักดิ์ นายกเทศบาลเมืองสามพราน ขออนุญาตเอ่ยนามทั้ง ๒ ท่านนะครับ ท่านได้ลงพื้นที่นำถุงยังชีพและทำโรงครัวชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยจากอัคคีภัยในครั้งที่ผ่านมาทันทีหลังจากเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังมีเรียกประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอัคคีภัย และเตรียมความพร้อมรับมือ กับเหตุอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นซ้ำได้ในเขตชุมชนสามพรานนะครับ ซึ่งบ้านเรือนส่วนใหญ่นั้น เป็นบ้านเรือนที่เป็นชุมชนแออัด และเป็นบ้านเรือนที่ติดริมแม่น้ำ จึงมีการวางแผนที่จะจัดซื้อ เรือดับเพลิงเพื่อใช้ในกรณีเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งต่อไปนะครับ นอกจากนี้แล้วต้อง ขอขอบคุณทุกหน่วยงานในจังหวัดนครปฐม ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่าน ปภ. จังหวัด ท่าน พมจ. สภากาชาด และอีกหลากหลายหน่วยงานที่ผมอาจจะไม่ได้เอ่ยถึงครับ ที่เรียกว่าร่วมด้วยช่วยกันเยียวยาพี่น้องผู้ประสบภัย อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ การเยียวยาไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาเหตุอัคคีภัยที่เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่าหัวข้อญัตติด่วนที่ท่านปารเมศได้เสนอในวันนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลด ผลกระทบการสูญเสียทรัพย์สินและชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในอนาคต และเป็นการ เตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุอัคคีภัย ทั้งนี้ ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้น ที่เยาวราชไม่ใช่เหตุการณ์ไฟไหม้รุนแรงครั้งแรกและจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากเราไม่มี การศึกษาถึงต้นเหตุต้นตอของปัญหา และหาแนวทางป้องกันร่วมกัน จากสถิติของสำนักงาน บรรเทาและป้องกันสาธารณภัยในปี ๒๕๖๗ อัคคีภัยมีสัดส่วนถึง ๕๒.๔ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนสาธารณภัยทั้งหมด และพื้นที่ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดนั่นก็คือกรุงเทพมหานครนะครับ โดยในครึ่งปีแรกมีเหตุอัคคีภัยใหญ่เกิดขึ้นไปแล้วถึง ๓๑ ครั้ง เมื่อดูจากข้อมูลจะพบว่า เหตุเพลิงไหม้ในกรุงเทพมหานครนั้นมักจะเกิดขึ้นในพื้นที่แออัด และอาคารที่มีสายไฟชำรุด ทรุดโทรม ไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง เหตุการณ์ไฟไหม้ที่เยาวราชถือเป็น Case Study ที่สำคัญที่ทุกหน่วยงานในภาครัฐควรศึกษาและเตรียมแผนรองรับ โดยสาเหตุหลัก ๆ เหมือน เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวไปแล้วคือ เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้แล้ว ชุมชนแออัดมักจะเกิดผลกระทบร้ายแรงกว่าพื้นที่อื่น ๆ เนื่องจากตัวอาคารส่วนใหญ่สร้างขึ้น จากไม้และพื้นที่ของครัวเรือนมักจะมีช่วงที่ติดกัน ทำให้เวลาไฟลุกลามสามารถลุกลามได้ ในวงกว้างและยากต่อการยับยั้งครับ
แต่อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญ คือความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่ที่เกิดเหตุ ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รถดับเพลิง กรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ชุมชนตรอกโพธิ์ และมีตรอก ซอกซอยที่แคบ ทำให้เจ้าหน้าที่และรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไประงับยับยั้งเหตุได้ ผมจึงอยากขอเสนอให้ทุกหน่วยงานในภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งมี หน้าที่ในการดูแลวางผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ซึ่งมีหน้าที่ ในการระงับเหตุอัคคีภัย ควรมีการบูรณาการร่วมกันว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุ เพลิงไหม้ และหากเกิดแล้วสามารถหาแนวทางป้องกันยับยั้งได้อย่างไรให้ทันท่วงที หรืออาจทำเป็น Command Center แบบที่ ท่าน สส. ปารเมศ ได้เสนอไปนะครับ ให้มีการประสานงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ในการช่วยกันสอดส่องดูแล ระงับเหตุและป้องกันเหตุไม่ให้เกิดขึ้นครับ ขอบคุณครับ