กันต์พงษ์ ชี้ปัญหาดับเพลิง หนุนปรับกฎหมาย-เพิ่มคุณภาพชีวิตเจ้าหน้าที่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ หารือปัญหาเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นบ่อยในบ้านเรือนและชุมชน พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและระงับเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการตรวจสอบมาตรฐานวัสดุอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบป้องกันอัคคีภัย รวมถึงแก้ไขข้อบกพร่องของระบบดับเพลิงที่ขาดแคลนบุคลากรและค่าตอบแทนต่ำ พร้อมเสนอแนวทางยกระดับคุณภาพชีวิตเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง พรรคก้าวไกล วันนี้ขอร่วมอภิปรายเรื่องไฟไหม้นะครับ ก่อนอื่นก็เช่นเดียวกันครับ ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ประสบภัยครับ ทีนี้คำว่า ไฟไหม้ ภาษาอังกฤษก็คือ FIRE วันนี้ ขออนุญาตใช้ Model FIRE เข้ามาร่วมอภิปรายนะครับ

F ตัวแรก ก็คือคำว่า Fact แปลว่า ความเป็นจริงกับเรื่องไฟไหม้ ก็คือก่อนเลย เราจะป้องกันได้ โดยทำให้มันมีระบบในการจัดการเรื่องเกี่ยวกับไฟไหม้เลยครับ ต้องแก้เรื่องของ กฎหมายเพื่อน ๆ อ.เอท พูดไปหลายท่านแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. บรรเทาสาธารณภัย ปี ๒๕๕๐ แล้วก็เรื่อง พ.ร.บ. บริหารของ กทม. ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูแลอาคาร ซึ่งตรงนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้ที่มีอำนาจหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้ว่า ปลัด หรือผู้อำนวยการ แต่จริง ๆ เมื่อเกิดไฟไหม้คนที่ดูแลจริง ๆ ก็คือ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยซึ่งเขาแทบจะไม่มี อำนาจ ตรงนี้จะทำอย่างไรให้เขามีอำนาจเบ็ดเสร็จ ถ้าเทียบกับต่างประเทศเขาจะมีอำนาจ เบ็ดเสร็จ Fire Department เขาจริงจังมากนะครับ เพราะฉะนั้นเราเหมือนอำนาจ ยังคานกันไปคานกันมาอยู่ นี่คือประเด็นแรกที่ อ.เอท อยากจะสื่อสารว่า ความเป็นจริงแล้ว อำนาจเป็นของใครกันแน่ เราควรจะแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ นั่นก็คือเรื่องของ พ.ร.บ. หรือกฎหมาย

อันที่ ๒ ครับ คือตัว I คือคำว่า Incident ครับ Incident แปลว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เวิลด์เทรด ไฟไหม้บ้านเรานะครับ เวิลด์เทรด เมเจอร์ปิ่นเกล้า HBC หรือซานติก้าผับ ก็เป็นที่ที่พวกเราหลาย ๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินก็คือ ไฟไหม้ สิ่งเหล่านี้ แล้วมาล่าสุดเลยครับที่เยาวราชนะครับ เขามีการทำสถิติว่า ส่วนมากแล้วที่ที่เป็นไฟไหม้ หรือ Incident หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะเป็นบ้านคนถึงประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ บ้านคนนะครับ หรือเป็นชุมชน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์จะเป็นอาคารพาณิชย์ ที่มีความหนาแน่น นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉะนั้นเราจะต้องมีการดูแลว่าในเรื่องของอาคาร ที่ สส. แบงค์ หรือเพื่อน ๆ หลาย ๆ ท่านพูดไปนะครับ มันมีการดูแลอย่างจริงหรือเปล่า ฉะนั้นเราควรจะให้อำนาจ เรื่องของเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าไป ตรวจสอบตึกให้ได้มากกว่านี้ ป้องกันก่อนที่จะเกิด นี่คือสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดนะครับ และนั่นคือตัว I

ต่อมาครับคือตัว R ในทีนี้ก็คือ Risen เมื่อสักครู่เพื่อนหลาย ๆ ท่านพูดแล้ว ปัญหาของการเกิดไฟไหม้ อ.เอท ขออนุญาตนะครับ หลัก ๆ เลยคืออาจจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจร หรือจะเป็นสายไฟ แต่อุปกรณ์ก็สำคัญครับ อุปกรณ์ที่เราเสียบปลั๊กนะครับ เพราะฉะนั้น บางครั้งเราไปซื้อของออนไลน์บ้างถูกไหมครับ ก็ไปเจอของมันไม่ได้มาตรฐาน ฉะนั้น ฝาก มอก. หรือฝากกระทรวงอุตสาหกรรม อันนี้สำคัญเลยครับท่านต้อง Check แล้ว พัดลม อ.เอท ก็เคยซื้อครับ พัดลมตัวละ ๑๕๐ บาท ท่านว่ามันจะไหวครับ พัดลมตัวละ ๑๕๐ บาท คือบางคนเขาก็นะ มันผ่านการตรวจสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือเปล่า อันนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยนะครับ ไม่เช่นนั้นเราก็คงจะมีไฟไหม้กันตลอดไป อันนี้ยังไม่ได้พูดถึง อุปกรณ์ที่เพื่อน ๆ พูด ประปาหัวแดงเอยอะไรต่ออะไรที่มันเป็นตัวที่เสริม หรือไม่ก็อุปกรณ์ รถยนต์ รถดับเพลิงที่ยังขาดเรื่องของประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันนี้ก็ยังไม่พูด แต่ว่า ทุกท่านคงจะรู้หมดแล้ว อ.เอท ไม่ขอเสียเวลาตรงนั้นนะครับ

ต่อมาตัวสำคัญเลยครับ ตัวสุดท้ายครับ FIRE ตัว E ในที่นี้ อ.เอท ขอเน้น คำว่า Employee ครับ Employee คืออะไรครับ Employee คือบุคลากรครับ เมื่อสักครู่นี้ พูดถึงอาสานะครับ เรามาดูกันครับว่าประเทศไทยเรามีบุคลากรที่เป็นผู้ดับเพลิงประมาณ ๒,๐๐๐ ท่าน ในกรุงเทพฯ เรามีสถานีดับเพลิงอยู่ประมาณ ๔๗ ที่ ถ้าเปรียบเทียบกับ ที่ญี่ปุ่นเมือง ๆ เดียวเขามีอยู่ประมาณ ๒๙๐ ที่ ที่สิงคโปร์มีอยู่ ๑๐๙ ที่ แม้กระทั่งที่ Korea หรือที่เกาหลี หรือที่เมืองเขาประมาณสัก ๔๙ ที่ คือเขามีมากกว่าเราทุกที่เลยนะครับ ต่อประชากรต่อแสนคนครับ ของเราประมาณสัก ๓๐ กว่า ๔๐ กว่าต่อแสนคน ที่ญี่ปุ่น คือถ้าพูดเปรียบเทียบกับทุกที่เขามีเป็นร้อยหมดเลยครับ เปรียบเทียบกับร้อยคน ที่เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน เห็นไหมครับว่าเรายังขาดตรงนี้ แล้วก็ถ้าเผื่อพูดถึงอาชีพเหล่านี้ ถ้าเป็นที่อเมริกาเขาเดือนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาทครับ ที่ญี่ปุ่น เดือนละเกือบ ๆ ๒๐๐,๐๐๐ บาทครับ ที่สิงคโปร์ก็เป็น ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท บ้านเรา ๑๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน อ.เอท ก็ไม่ได้หมายความว่าให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น แต่อย่างน้อย ก็ควรที่จะเหมาะสม เป็นการทำให้เขามีกำลังใจในการที่จะช่วยดับเพลิงนะครับ ฉะนั้นนี่ก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญครับว่า ทำไมเราต้องมาร่วมกันทำให้เรื่องของผู้ที่ทำอาชีพ ที่เสี่ยงเหล่านี้เขาต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แล้วก็มาถึงการสรุปว่าสุดท้ายนี้ อ.เอท อยากเห็นคำว่า FIRE ถ้าเราพูดว่า I’m on FIRE แปลว่าฉันเท่ห์มาก แต่ถ้าเกิดว่าบ้านท่านไฟไหม้ มันคือความเสียหายที่หาที่สุด ไม่ได้ อย่างไรก็ฝากให้พวกเราช่วยกันแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังครับ ขอบพระคุณครับ