อนุชา เสนอแก้ปัญหาเพลิงไหม้ ทั้งอปพร. หัวจ่ายน้ำ และรถดับเพลิง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

อนุชา บูรพชัยศรี หารือเหตุเพลิงไหม้ชุมชนตรอกโพธิ์ในกรุงเทพมหานครที่ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก พร้อมเสนอให้เร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนและวางแนวทางป้องกันอัคคีภัยในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยกย่องความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และมูลนิธิต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ ที่พักพิง อาหาร สิ่งของจำเป็น และเงินเยียวยา พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องในการดับเพลิง ทั้งการขาดแคลนหัวแดงดับเพลิง รถดับเพลิงสำหรับตึกสูง และประสิทธิภาพของ อปพร. กว่า 60,000 คน ด้วยการปรับโครงสร้างการบริหาร จัดกลุ่มตามทักษะและอายุ พิจารณาให้ขึ้นตรงกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเสนอให้มีการจัดตั้ง อปพร. กลางภายใต้ระบบคำสั่งเดียวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระงับเหตุ รวมถึงการใช้งบกลางติดตั้งหัวแดงดับเพลิงเพิ่มเติมและให้การประปาดูแลแทน กทม. เพื่อความรวดเร็ว พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดซื้อรถดับเพลิงและซ่อมแซมอุปกรณ์อย่างโปร่งใส รวมถึงการจัดอบรมและซ้อมแผนอพยพในชุมชนแออัด เพื่อเสริมความปลอดภัยให้ประชาชน ก่อนขอให้สภาส

นายอนุชา บูรพชัยศรี แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ จากกรุงเทพมหานครครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้ญัตติของผมที่ได้เสนอตั้งแต่เมื่อวานนี้เป็นลายลักษณ์อักษร ตามที่ท่านสมาชิกได้รับแจกจากเจ้าหน้าที่มาบรรจุเป็นญัตติด่วนในวันนี้ต่อเนื่องมานะครับ

ก่อนอื่นผมก็อยากจะขออนุญาตที่จะกล่าวถึงญัตตินี้ก่อนว่า ญัตตินี้ก็คือ ญัตติที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาศึกษาการเร่งให้ความช่วยเหลือ แล้วก็เยียวยา ผู้ประสบภัย แล้วก็แนวทางการป้องกันการเกิดอัคคีภัยในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเรื่องนี้เกิดจาก การที่มีเหตุเพลิงไหม้เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ในช่วงค่ำประมาณ ๒๐ นาฬิกา ๔๐ นาที ซึ่งก็ได้เกิดอัคคีภัยในชุมชนตรอกโพธิ์ ถนนทรงสวัสดิ์ แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งทุกท่านทราบดีว่าตรงนั้นที่เราเรียกกันว่า เป็นเยาวราช เป็นชุมชน ที่แออัด แล้วก็มีลักษณะเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลังคาเรือน แล้วก็ล้อมรอบด้วยอาคารสูง แล้วก็มีต้นเพลิงเกิดขึ้นจากภายในชุมชนดังกล่าว แล้วจากรายงาน ณ ปัจจุบันก็มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวนทั้งสิ้น ๕ ราย แล้วก็สร้างความเสียหายให้กับชุมชนทั้งสิ้นจำนวน ๓๗ ครัวเรือน มีบ้านจำนวน ๖๖ หลังคาเรือน เพลิงยังได้อีกลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียงอีกมากมายด้วย รวมทั้งสิ้นแล้วพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากรายงานอยู่ที่ประมาณ ๑ ไร่เศษ และในเบื้องต้น มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ แล้วก็มีเหตุทำให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นจำนวนมาก แล้วก็เป็นกรณี ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการเยียวยา แล้วก็ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้ง ควรจะต้องมีการดำเนินการแนวทางการป้องกัน ซึ่งผมจะได้มีการอภิปรายต่อไป เพื่อไม่ให้ เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นอีก ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีการเร่งให้การช่วยเหลือเยียวยา แล้วก็มีการ วางแนวทางในการป้องกันในเรื่องอัคคีภัยดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น แน่นอนครับ ย่อมส่งผลให้ประชาชนที่ได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนมีความสบายใจ และมีกำลังใจมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่น แล้วก็ช่วยฟื้นฟูให้สภาพเศรษฐกิจ ของประเทศกลับมาดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย จึงควรมีการพิจารณาศึกษาแนวทาง ดังที่ผมได้เสนอญัตติในวันนี้ นอกจากนั้นก็ขอเสนอให้มีการพูดคุยกันเพื่อที่จะนำ การอภิปรายของสมาชิกในวันนี้เสนอให้กับทางรัฐบาลเพื่อดำเนินการต่อไป ก่อนอื่นผมต้อง ขอกล่าวถึงความช่วยเหลือของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ก่อนที่จะนำเสนอในเรื่องของแนวทางที่ผมจะนำเสนอในเรื่องที่จะให้รัฐบาลดำเนินการ ณ ปัจจุบันมีผู้มายื่นคำร้องแล้ว ๓ วันที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้นประมาณ ๓๖๙ ราย เป็นคนไทย ๑๘๐ ราย แล้วก็เป็นคนต่างด้าว ๑๘๗ ราย มีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นมากมาย เลยครับ ขออนุญาตกล่าวคร่าว ๆ ก็คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีการรับลงทะเบียนเพื่อที่จะช่วยเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง มีการลงทะเบียน เพื่อที่จะช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก มีการช่วยเหลือจากเงินกองทุน คุ้มครองเด็กและเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน แล้วก็มีการลงทะเบียนเพื่อช่วยเหลือ เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการด้วย

หน่วยงานที่ ๒ เป็นหน่วยงานจากกรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ก็มีหน่วยปฐมพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุขที่ ๑๓ ไมตรีวานิช ให้บริการด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นให้ความช่วยเหลือด้านยารักษาโรค หรือว่าผู้ที่ต้องการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น จากเหตุไฟไหม้นี้นะครับ มีการตรวจสุขภาพเรื่องของกรองเชื้อโควิด มีคัดกรองสุขภาพจิต มีช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงด้วยไปยังศูนย์พักพิงสัตว์ ประเวศ จากสำนักป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย กทม. เองก็มีการสนับสนุนเตียง จำนวน ๑๐๐ เตียง มีการลงทะเบียน ผู้ประสบภัยเพื่อรับถุงยังชีพและพิจารณารับเงินเยียวยาด้วย ทางสถานีตำรวจก็ดำเนินการ อย่างดี ทางสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย ๒ แล้วก็สถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ ก็ได้ดำเนินการอำนวยความสะดวกในการรับแจ้งความในเรื่องของเหตุอัคคีภัยด้วย มูลนิธิอื่น ๆ ทางด้านองค์กรเอกชนก็เข้ามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีการรับลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยา มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ อย่างที่ผมเรียนไป ในเบื้องต้นเพื่อรับถุงยังชีพพระราชทาน ปัจจุบันก็จะมีเรื่องของครัวพระราชทานด้วยนะครับ บริการอาหารให้กับผู้ประสบภัย แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ กทม. เช่นเดียวกันครับ สำนักสิ่งแวดล้อม มีการสนับสนุนเรื่องของรถสุขา กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ก็มีการรับคำร้องเพื่อพิจารณาเงินเยียวยาค่าซ่อมแซมบ้าน ซึ่งก็จะมีการดำเนินการหลังจากนี้ อปพร. สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ก็มีการสนับสนุน เรื่องของการอำนวยการ กองทัพเรือก็มาช่วยเรื่องของถุงยังชีพ สมาคมแม่บ้านสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ก็มามอบถุงยังชีพหรือเงินช่วยเหลือแล้ว ในส่วนของมูลนิธิร่วมกตัญญู ให้ความช่วยเหลือด้านเครื่องอุปโภค บริโภค แล้วก็สมาคมแม่บ้านทหารเรือ ก็มีการมอบเครื่องนุ่งห่ม แล้วก็ชุดชั้นในหญิงและชาย แล้วก็ผ้าอ้อมให้กับทางด้านผู้สูงอายุด้วย ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ เพื่ออยากที่จะให้เราได้เห็นว่า เมื่อคนไทยเราเกิดปัญหาหรือว่าต้องการความช่วยเหลือ ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของหน่วยงานของภาครัฐอย่างเดียว หน่วยงานภาคเอกชน มูลนิธิต่าง ๆ ก็พร้อมที่จะเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการมา อย่างต่อเนื่อง ก็ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทุกองค์กรที่ได้ดำเนินการ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ด้วยครับ

ต่อไปครับก็คือ อยากที่จะนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของข้อเสนอแนะที่ผม อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการ แล้วก็หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้นำไปพิจารณา ผมมี ๕ เรื่องสำคัญ ๆ เรื่องแรกเป็นเรื่องที่เป็นประเด็นอยู่บ่อยครั้ง ทุกครั้งที่มีการดับเพลิง แล้วก็มีการพูดถึงก็คือ เรื่องของหัวแดงดับเพลิง ซึ่งท่านประธานครับ เราคงจะทราบกันอยู่ว่า มีการพูดเสมออยู่ตลอดเวลาว่า หัวแดงดับเพลิงนั้นมีจำนวนเพียงพอหรือไม่ และกระจาย ไปในจุดที่เหมาะสมหรือเปล่า อย่างไรก็ตามครับประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า หัวแดงดับเพลิง เหล่านี้เป็นทรัพย์สินของการประปาครับ ดังนั้นการจะทำเรื่องติดตั้งหัวแดงดับเพลิงต่าง ๆ ในแต่ละจุดในกรุงเทพมหานคร ก็จะต้องขออนุมัติกับทางการประปา แล้วก็ต้องเป็นไปตาม หลักเกณฑ์ของการประปาด้วย เพราะฉะนั้นส่วนของงบประมาณในการติดตั้งเป็นของ กทม. เพราะฉะนั้นในพื้นที่ กทม. ทั้งหมดจะต้องใช้เงินอุดหนุนของทาง กทม. เพราะฉะนั้นคราวนี้ เรามาดูจำนวนหัวแดงดับเพลิงกันบ้างในปัจจุบัน หัวแดงดับเพลิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตอนนี้มีทั้งหมด ๒๔,๖๙๓ หัว ถามว่าจำนวนเท่านี้เพียงพอหรือไม่ ก็ต้องเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่าทาง กทม. ได้ร่วมกับทางการประปาทำการสำรวจพื้นที่ในกรุงเทพมหานครแล้ว ปรากฏว่ามีความจำเป็นต้องติดตั้งหัวแดงดับเพลิงเพิ่มอีกทั้งสิ้น จำนวนประมาณ ๒๕๘ หัว อย่างไรก็ตามครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ นี้ ทางกรุงเทพมหานครได้เตรียมงบประมาณ ในการที่จะติดตั้งหัวแดงดับเพลิงไว้เพิ่มอีกเพียงแค่ ๔๐ จุดเท่านั้น ยังขาดอีก ๒๑๘ จุด ซึ่ง ณ วันนี้คงไม่อยากที่จะลงรายละเอียดว่า ๒๑๘ จุด เป็นจุดไหนบ้าง เพราะไม่อยากให้ ประชาชนเกิดความตระหนก แต่อย่างไรก็ตามผมอยากที่จะเสนอแบบนี้ครับท่านประธาน คือแทนที่เราจะใช้งบประมาณในการติดตั้งหัวแดงดับเพลิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากงบอุดหนุนของ กทม. อยากจะเสนอให้ใช้งบประมาณจากงบกลางของรัฐบาล มอบภาระ ติดตั้งหัวแดงดับเพลิงที่เหลือทั้งหมด ๒๕๘ หัว ต่อจากนี้ไปให้เป็นหน้าที่ของการประปาไปเลย ได้หรือไม่ แล้วก็ดำเนินการติดตั้งหัวแดงทั้งหมดที่ไป Survey กันมาแล้ว ทั้งในส่วนของ กทม. และการประปาไปในคราวเดียวกันด้วยความเร่งด่วนเลย เอาให้เสร็จภายในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ นี้เลย นี่คือการให้ความสำคัญเร่งด่วนเป็นลำดับต้น ๆ ของการแก้ไขปัญหาการดับเพลิง ในพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเมืองหลวง โดยในปัจจุบันสามารถ ดำเนินการได้ทันทีถ้าเราใช้ในส่วนของงบกลางที่พิจารณาไปดำเนินการได้ทันที นอกจากนี้ ผมได้รับข้อมูลมาว่ามีประชาชนบางส่วนก็มีการลักลอบการใช้น้ำจากหัวแดงที่ไว้สำหรับ จ่ายดับเพลิง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาอาจจะนำไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์บ้างในเทศกาล บางราย ก็นำไปจำหน่ายบ้างก็มี ทั้งนี้ โดยทั่วไปการเปิดจ่ายอุปกรณ์หัวดับเพลิงดังกล่าวนี่จะต้องมี อุปกรณ์เฉพาะ แต่ว่าปรากฏว่ามีประชาชนบางกลุ่มก็ยังสามารถเปิดได้ ก็อยากที่จะเรียนว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นอยากให้ทาง กทม. สั่งการไปยัง ทางด้านเจ้าหน้าที่เทศกิจ แล้วก็ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยออกตรวจพื้นที่ ด้วยว่าหัวแดงดับเพลิงต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งาน แล้วก็สามารถดำเนินการ ที่จะทำให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ทั้งหมดเลยทั้ง ๒๐,๐๐๐ กว่าหัว นอกจากนี้ก็ขออนุญาต ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนด้วย บางครั้งเราเอารถของเราไปจอดกีดขวางหัวจ่ายดับเพลิง ในที่สาธารณะ ซึ่งแน่นอนครับก็อาจจะต้องโดนใบสั่ง แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้นถ้าเกิดเหตุการณ์ อย่างเช่นที่เยาวราชขึ้นมา มันทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถดำเนินการในส่วนของการ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาประชาชนให้ความร่วมมือตรงนี้ด้วย

เรื่องที่ ๒ ต่อมาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณอีกเช่นกันครับ ท่านประธาน คือเรื่องของการที่จะต้องเตรียมงบประมาณในการจัดซื้อรถดับเพลิงเพิ่มเติม ซึ่งแน่นอนครับว่ารถคันหนึ่งมีราคาสูง เพราะมันเป็น Specialized Vehicles มันเป็นรถ ที่เรียกว่าไม่ใช่รถปกติที่จะประกอบขึ้นมาได้ มันเป็นรถพิเศษ เพราะฉะนั้นคงจะต้องมี ความจำเป็นในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แล้วก็เร่งด่วนจากนี้ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถดับเพลิงที่ต้องใช้กับตึกสูง ตรงนี้ก็บอกว่าทาง กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต้องบอกว่ามีความขาดแคลนอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบัน กทม. มีตึกสูงอยู่มากมาย ทั้งในส่วนของ CBD หรือว่าส่วนของใจกลางกรุงเทพมหานคร และตอนนี้ก็มีไปบริเวณรอบ ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นการที่เราจะต้องจัดซื้อจัดหารถดับเพลิง สำหรับใช้ในการที่จะบรรเทา สาธารณภัยต่าง ๆ สำหรับตึกสูงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยก็คงต้องคำนึง แน่นอนเรื่องของ การใช้งบประมาณที่เหมาะสม คุ้มค่า แล้วก็โปร่งใส นอกจากนี้ยังมีเรื่องของงบค่าซ่อม รถดับเพลิงด้วย แล้วก็อุปกรณ์ดับเพลิงที่เคยจัดซื้อมาแล้ว แต่ทราบว่ายังมีหลายส่วน ที่ยังไม่สามารถดำเนินการนำมาใช้ปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งก็เป็นความล่าช้าในเรื่องของการจัดซื้อ จัดหา เนื่องจากรถดับเพลิงอย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าไม่ใช่รถทั่วไป แล้วก็เป็นยี่ห้อเฉพาะ ๆ เพราะฉะนั้นการสั่งซื้อ แล้วก็รออะไหล่ส่วนใหญ่จะมาจากต่างประเทศ ก็ต้องใช้เวลานาน แล้วก็มีราคาแพง ทำให้ไม่สามารถซ่อมบำรุงได้ทันต่อการใช้งานในปัจจุบัน ก็ขอให้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับทางด้านบุคลากร ในปัจจุบันในส่วนของ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า อปพร. มีทั้งสิ้นตอนนี้ ในกรุงเทพมหานครประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน แต่ว่าไม่แน่ใจว่าทั้ง ๖๐,๐๐๐ คน สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้จริงกี่คน และใครสามารถที่จะมีความรู้ในการที่จะเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ได้ ตามที่ได้มีการอบรม หรือการที่ได้มีการเข้าพื้นที่แล้วสามารถจะทราบข้อเท็จจริงว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ก็ขอเสนอให้ทางกรุงเทพมหานคร ทำการสำรวจอย่างจริงจังว่า บุคลากรในส่วนของ อปพร. ทั้งหมดจะต้องมีการจัดอบรมอย่างไรบ้าง แล้วก็มีการดำเนินการเพื่อที่จะให้พร้อม ทำงาน ถ้าเรามี อปพร. เกือบ ๖๐,๐๐๐ คนแล้วสามารถที่จะช่วยบรรเทาสาธารณภัย หรือว่าเหตุการณ์อื่น ๆ ในกรุงเทพมหานครได้ทันท่วงทีอย่างแน่นอน นอกจากนี้ก็อยากที่จะ ขอเสนอให้มีการจัดกลุ่ม อปพร. ใหม่ โดยอาจจะจัดตามกลุ่มอายุ แล้วก็จัดตามทักษะ โดยอาจจะแบ่งเป็นกลุ่มปฏิบัติการที่อาจจะมีความคล่องแคล่ว และมีทักษะในการลงพื้นที่ ดับเพลิงจริง แล้วก็กลุ่มที่เรียกว่าเป็นผู้สูงวัยขึ้นมานิดหนึ่งก็อาจจะเป็นผู้ที่จะสนับสนุน สำหรับคอยช่วยเหลือแล้วก็อำนวยการ อันนี้ก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระเบียบ รูปธรรมได้มากขึ้น แล้วก็อาจจะต้องมีการพูดคุยในเรื่องของการที่แนวคิด ความเหมาะสม ในการที่จะให้ อปพร. ขึ้นตรงกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือไม่ จากเดิม ที่ในปัจจุบันขึ้นตรงอยู่กับทางด้านผู้อำนวยการเขตอยู่

เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องเกี่ยวกับทางด้านกฎหมาย สืบเนื่องจากปัญหาด้าน บุคลากร เหตุไฟไหม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีทางองค์กรเอกชน มีมูลนิธิและสมาคมต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือในการดับเพลิงด้วยนะครับ อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาในเรื่องของการ ประสานงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสั่งการหน้างานว่า ใครคือผู้รับผิดชอบสูงสุด ใครควรจะต้องรับฟังคำสั่งจากใคร ดังนั้นจึงขอเสนอให้ทาง กทม. ได้เร่งทำความเข้าใจ ที่ถูกต้องกับองค์กรต่าง ๆ อย่างชัดเจน เพื่อให้การระงับเหตุมีประสิทธิภาพสูงสุด แล้วก็ อยากจะเสนอแนวทางแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยขอให้ตั้ง อปพร. กลางขึ้นมา แล้วก็มีมูลนิธิและสมาคมเข้ามาร่วมด้วย แต่ให้อยู่ภายใต้การสั่งการ ของกรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะได้ให้มีการยอมรับในเรื่องของการที่จะมีระบบคำสั่งเดียว หรือว่า Single Command เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยให้การดับเพลิงสามารถเป็นไป ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็ช่วยในเรื่องของการปรับปรุงเรื่องของการ ประสานงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในการเข้าพื้นที่ไฟไหม้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ในการดับเพลิงอีกด้วย

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ขอเสนอให้ กทม. ให้ความสำคัญกับเรื่อง ของการอบรม แล้วก็ซ้อมแผนอพยพกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งทราบอยู่ว่าตอนนี้กำลัง ดำเนินการอยู่ แต่อาจจะต้องมีความจำเป็นในการที่จะต้องเพิ่มในส่วนของจำนวน ที่จะดำเนินการในแต่ละปี ๆ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร มีความมั่นใจ แล้วก็มีการเข้าใจที่ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุอัคคีภัยเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ทราบว่ายังมีสมาชิกอีกหลายท่าน แสดงความจำนงที่จะอภิปรายข้อเสนอแนะอีกมากมาย ที่เป็นประโยชน์ ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าการเสนอญัตติด่วนในการประชุม สภาผู้แทนราษฎรของผมในวันนี้ เพื่อพิจารณาดำเนินการเร่งให้การช่วยเหลือเยียวยา และเยียวยาผู้ประสบภัย และเสนอแนะแนวทางการป้องกันการเกิดอัคคีภัย แล้วก็ การดำเนินการดับเพลิงโดยเฉพาะชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครนั้น หลังจากการอภิปราย ของผมแล้ว รวมถึงท่านสมาชิกอื่น ๆ ด้วยทางสภาผู้แทนราษฎรจะได้นำข้อเสนอแนะนี้ ส่งให้กับทางด้านรัฐบาลรับไปดำเนินการต่อไปครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน