สุรพงษ์ ปิยะโชติ หารือปัญหาการขนส่งสาธารณะในจังหวัดลพบุรีและทั่วประเทศหลังผลกระทบจากโควิด โดยเสนอให้แก้ไขกฎกระทรวงเพื่อกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นออกแบบเส้นทางและดำเนินการเป็น Operator ได้เอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความซ้ำซ้อนในการบริหารจัดการ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และท่านผู้เข้าร่วมประชุม กระผม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ในฐานะที่กำกับดูแล กรมการขนส่งทางบก ในฐานะที่เป็น Regulator จากคำถามของท่านสมาชิก ก็ถือว่า ท่านได้ทำการบ้านมาดีนะครับ คือจริง ๆ แล้วปัญหาเรื่องของหลังจากโควิดมาผลกระทบ ของระบบขนส่งก็ต้องยอมรับว่า มันมีมาทั่วประเทศไม่ได้มีเฉพาะตรงลพบุรี-วังม่วงนะครับ เรื่องนี้ถามว่ากรมการขนส่งทางบกทราบเรื่องไหม ทราบครับ ว่ามีการหยุดวิ่งมาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๔ รถนี้เริ่มมาตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๑๙ หยุดวิ่งเมื่อปี ๒๕๖๔ แต่ปัจจุบันนี้น่าจะมีรถ ของนักเรียนวิ่งอยู่ประมาณ ๒๐ คัน มีรถของ Commercial ที่วิ่งที่ไม่ใช่รถนักเรียนประมาณ ๕ คันที่หยุดไป กรมการขนส่งทางบกได้ไปสำรวจแล้วก็ไปปรับ เมื่อก่อนจะล็อกไว้เฉพาะ เป็นรถบัส วันนี้เราได้ไปปรับให้รถที่วิ่งเล็กลงได้ เป็น Mini Bus ก็ได้ เป็นรถสองแถวก็ได้ ที่วิ่งเพื่อบรรเทา เพราะว่านั่นเป็นเส้นทางรอง ไม่ได้เป็นเส้นทางหลัก ใช้รถ Bus อาจจะไม่คุ้มครับ ระหว่างนี้อยู่ระหว่างการเปิดให้ผู้มีความประสงค์จะเข้าไปประกอบการในฐานะ Operator ก็เข้าไปสมัครได้หมดเขตวันที่ ๒๖ กรกฎาคม เปิดมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน อันนี้คือสิ่งที่เรา ดำเนินการอยู่นะครับ ที่แตกต่างจากเดิมคือเมื่อก่อนล็อกเฉพาะว่าเป็นรถ Bus เพราะว่า มันข้ามจังหวัด วังม่วงอยู่จังหวัดสระบุรี พัฒนานิคมอยู่จังหวัดลพบุรี มันก็เลยต้องเป็นรถ อีกประเภทหนึ่ง แต่วันนี้เราได้ปรับเงื่อนไขของกฎกระทรวงหลาย ๆ แบบเพื่อให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ปัจจุบัน ต่อไปคือลักษณะทางภูมิศาสตร์ ชุมชนได้เคลื่อนย้ายไปตามถนน ที่ตัดใหม่ ไปตามเส้นทางคมนาคมที่ใหม่ ๆ เพราะฉะนั้นรูปแบบการเดินรถแบบเดิม มันจะไม่ Update ตามเหตุการณ์สถานการณ์จริงนะครับ จริง ๆ แล้วผมก็ได้มีคำสั่งการ ให้ไปสำรวจรูปแบบใหม่ทั่วประเทศที่ตอบสนอง เหมือนที่ทางจังหวัดลพบุรีได้เกิด แต่อันหนึ่ง ผมเคยได้ไปตอบกระทู้ที่ในสภาใหญ่แล้วอันหนึ่ง เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ผมได้มีประกาศ กฎกระทรวงซึ่งผมได้เสนอแก้กฎกระทรวงไปเมื่อปลายปีที่แล้ว แล้วก็มีผลเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ให้ท้องถิ่นสามารถประกอบการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกรณีอย่างนี้ได้ ก็คือ ให้ท้องถิ่นประชุมกับคณะกรรมการขนส่งกลางจังหวัด แล้วก็กำหนดเส้นทางที่เหมาะสม และท้องถิ่นสามารถเป็น Operator คือเป็นผู้ประกอบการได้ โดยไม่ผิดกฎหมายท้องถิ่น ซึ่งอันนี้มันจะเป็นการตอบสนอง ตอบโจทย์ได้อย่างตรงประเด็นนะครับ เพราะสุดท้าย ขนส่งประกาศหาผู้ประกอบการก็อยู่ในท้องถิ่น แต่ Process มันยาว วันนี้ผมได้แก้ไข กฎกระทรวงว่าให้ท้องถิ่นสามารถทำได้ แล้วไม่ขัดกับกฎหมายท้องถิ่นด้วยว่า ห้ามประกอบธุรกิจ แข่งขันกับเอกชน เพราะอันนี้เป็นกฎกระทรวง ถือว่าเป็นบริการสาธารณะ เพราะฉะนั้นวันนี้ ฝากข้อมูลตรงนี้ไปถึงทุกจังหวัดว่า วันนี้กฎกระทรวงที่แก้ใหม่เอื้อให้กับจังหวัดสามารถ ออกแบบการขนส่งได้เอง ขนส่งสาธารณะนะครับ ประกอบการเป็น Operator ได้ โดยผ่าน คณะกรรมการขนส่งจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แล้วมีท้องถิ่นเป็นกรรมการ มีขนส่งจังหวัดเป็นเลขานุการ อันไหนถ้าไม่ข้ามจังหวัดก็ทำได้เลย อันไหนถ้าข้ามจังหวัด ก็เข้ามาขนส่งกลางก็อนุมัติให้ไม่เกิน ๓๐ วัน เขาประชุมเดือนละ ๑ ครั้งนะครับ อันนี้จะเป็นการ คล่องตัว เราเอาผ้าเป็นม้วนไปให้ท่าน ท่านไป Design ตัดเองตามความเหมาะสม ของพื้นที่นั้น ๆ อย่างวังม่วงเคยข้ามจังหวัด วันนี้กลับไปยังทันนะครับ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ถ้าเราจะมีกลุ่มจังหวัด คือ อบจ. หรือเทศบาลที่สามารถ Support ตรงนี้ได้ ถ้าไม่มี งบประมาณ ก็สามารถมาลงทะเบียนเป็น Operator ได้ ก็หารถร่วมมาวิ่งได้ แต่ Control โดยจังหวัดนะครับ ไม่ต้องเข้ามาที่ส่วนกลาง วันนี้เราพยายามจะให้คล่องตัวที่สุด ให้จังหวัด ดูแลตัวเอง เราผ่อนปรนเรื่องของกฎจากส่วนกลางลงไป ซึ่งจริง ๆ แล้วคือผมมาจากท้องถิ่น ผมเข้าใจปัญหา ผมเห็นจุดไหนที่มันกระจายอำนาจได้แล้วมันคล่องตัว ผมพยายามจะแก้ไข ให้ตลอด อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้มีตรงจุดเดียวมีหลาย ๆ จุดทั่วประเทศไทย ผมก็ได้ใช้วิธีการนี้ เมื่อสักครู่เรียนท่านว่า ให้ออกหนังสือเป็นทางการให้บูรณาการร่วมกันว่า ให้ไป Design Route เส้นทางการขนส่งสาธารณะสำหรับพี่น้องประชาชนที่เข้าไม่ถึงบริการ สาธารณะ ก็เรียนไปยังท่านประธานนะครับว่าวันนี้กระทรวงคมนาคมเอง โดยเฉพาะ กรมการขนส่งทางบกก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราพยายามศึกษาตลอด เราพยายามติดตามตลอด ถึงมีการแก้กฎกระทรวง ถึงมีการไปดู ลงไปตรวจพื้นที่ หลาย ๆ ครั้งผมก็จะไปแวะขนส่ง ทุกครั้ง แล้วก็จะสอบถามปัญหาตัวนี้ทุกครั้ง เพราะประชาชนที่อยู่ตามชนบทจะเข้าไม่ถึง บริการสาธารณะ แล้วก็จะเสียค่าใช้จ่ายในการเหมารถออกมามันแพง เข้าใจเลยครับ เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่สามารถ Support ตรงนี้ได้ก็คือท้องถิ่นเป็นหลัก เหมือนกันครับ ถ้าไปผ่านให้ขนส่งมา Approve มาให้เป็น Operator ก็ใช้ค่าใช้จ่ายเดียวกัน เพราะฉะนั้น เราเลยโยนไปให้ที่ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ อันนี้เป็นการที่คล่องตัวที่สุด แล้วตัดอำนาจ จากส่วนกลางไปอยู่ที่ท้องถิ่น ซึ่งสามารถจัดการเองได้โดยอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธาน ขนส่งเป็นเลขา Support ในเรื่องของกฎให้ อย่างตรงนี้ที่คำถามเมื่อสักครู่ ทราบไหม ทราบครับ แล้วก็แก้ไขอย่างไร ก็ให้ไปสำรวจเปลี่ยนรูปแบบใหม่จากเมื่อก่อน กำหนดเฉพาะเป็นรถบัส ๕ คัน วันนี้สามารถเป็นได้ทั้งรถสองแถว เป็นได้ทั้ง Mini Bus เป็นได้ทั้งรถบัส เดี๋ยวพยายามจะให้เป็นรถตู้ เดี๋ยวไปปรับอีกหน่อยหนึ่ง ไปแก้ไขกฎ คณะกรรมการกลางอีกอันหนึ่ง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวระดับระยะใกล้ไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตรเพื่อความปลอดภัย อันนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับท่านประธาน ฝากท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกนะครับ ก็ได้ดำเนินการ อยู่ระหว่างการดำเนินการดีกว่า แล้วมันเป็นช่วงรอยต่อของการจัดการระหว่างรัฐบาลที่แล้วกับรัฐบาลนี้ พอรัฐบาลนี้ มาจากการเลือกตั้งก็อย่างนี้ละครับ ดีเลยครับก็ขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณ ที่ช่วยชี้แนะ แล้วก็ชี้เป้าหมายให้กับทางกระทรวงคมนาคม บางทีกระทรวงเองก็มีหน่วยงาน แต่เสียงสะท้อนที่ดีที่สุด คือเสียงสะท้อนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งใกล้ชิดกับประชาชน มากที่สุด อันนี้ก็ได้เรียนให้กับท่านสมาชิกผ่านไปทางท่านประธานนะครับ ขอบคุณครับ