สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗

วิรัช พิมพะนิตย์ เรียกร้องให้คืนเงิน 35 บาทที่ผู้โดยสารเสียไปในการตรวจยืนยันตัวตน พร้อมเรียกร้องการความชัดเจนเกี่ยวกับระบบการเก็บค่าธรรมเนียมผู้โดยสารที่สนามบิน และเรียกร้องให้กรมการพลเรือนการทางอากาศดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหานี้

นายวิรัช พิมพะนิตย์ กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม วิรัช พิมพะนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรค เพื่อไทย เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้สนใจในปัญหากระทู้ของกระผม โดยมอบให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ มนพร เจริญศรี มาตอบกระทู้ ท่านประธานที่เคารพครับ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าในระบบ ดิจิทัลทำให้ระบบสนามบินต้องใช้เป็น Airport Digital เพื่อพัฒนาสนามบิน เพื่ออำนวย ความสะดวก เพื่อดูแลผู้โดยสาร เพื่อความปลอดภัยและสิ่งต่าง ๆ ในสนามบิน แต่วันนี้ กระผมขอพูดถึงระบบ PVS หรือระบบตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้โดยสาร ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านเดินทางบ่อย สส. ทุกท่านเดินทางบ่อย ผมจะต้องเดินทางกลับวันศุกร์ แล้วก็มาในวันจันทร์ ใช้การโดยสารของสายการบินต่าง ๆ เป็นประจำ ท่านสังเกตไหมครับว่า วันหนึ่งเมื่อสัก ๒ ปีที่แล้วเราจะต้องเดินเข้าไปที่สนามบิน ถ้าเป็นสนามบินดอนเมือง ท่านจะต้องไปตรวจบัตรพร้อมกับตั๋วโดยสารก่อน แล้วก็เอาไปแตะในเครื่องที่ว่ายืนยันตัวตน เสร็จแล้วถึงจะเข้าไป แล้วก็ไปตรวจอุปกรณ์ของติดตามตัว เสร็จแล้วเวลาจะขึ้นเครื่องก็ต้อง ตรวจบัตรโดยสารอีกรอบหนึ่งกับตั๋วอีกรอบหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุเกิดก็คือวันนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ทอท. หรือ AOT ได้จ้างบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่ง ให้เขามาลงทุน เงินประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทถ้าจำไม่ผิดนะครับ เพราะขอสัญญาเขา ไม่เคยให้เพื่อว่าจะได้ยืนยันตัวตนของผู้โดยสาร แต่ที่จริงแล้วไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย เหตุการณ์นี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ โดยคำนวณ Terminal ต่าง ๆ ว่าจะมีผู้โดยสารทั้งประเทศเท่าไร เสร็จแล้วก็กำหนดขั้นต่ำไว้ไม่ต่ำกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผู้โดยสารไม่ครบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ตกลงกันไว้ AOT จะต้องเป็นคนจ่าย แต่ถ้าเกิน ๑๑๐ เปอร์เซ็นต์ AOT ไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ส่วนที่จ่ายที่เจ็บปวดที่สุดคือ ผู้โดยสารเองจะต้องควักเงิน ๓๕ บาทบวกด้วยค่าโดยสาร บวกด้วยค่าบัตรโดยสารจ่ายให้กับเครื่องตัวนี้ให้เอกชนรายนี้ ผมไม่ได้ติดใจ ไม่ได้มีอคติ ต่อผู้ใด ไม่ได้มีอคติต่อหน่วยงานใด ไม่ได้มีอคติต่อผู้รับจ้างใด แต่ผมเดินทางมาปี ๒ ปี ๓ ปี มาคิดถึงคำหนึ่งบอกว่า สส. คือตัวแทนของปวงชนชาวไทย วันนี้เราเจอในสภาพที่ต้องไปแตะแล้วเสียเงิน แตะชาวบ้านเสียเงินเกือบ ๒-๓ ปีแล้ว ถามว่า วันนี้มันคุ้มค่ากับที่ชาวบ้านจะต้องเสียเงิน ถ้าเสียเงินแล้วก็สามารถผ่านเข้าไปทุกที่ สะดวก ปลอดภัย รวดเร็วไม่เป็นไรครับ แต่วันนี้เสียเงิน ท่านรู้ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ AOT นี่เก็บประจำกับผู้โดยสารทุกคน คนละ ๑๐๐ บาทอยู่แล้ว ๑๐๐ บาทนี่ต้องเสียอยู่แล้ว ก็ไม่ว่านะครับ บวกในค่าโดยสาร บวกในค่าอะไรไปนี่ เพราะเราจะต้องใช้ห้องน้ำ เราต้องใช้ อุปกรณ์ความสะดวก รักษาความปลอดภัย ๑๐๐ บาทรับได้ครับ แต่เสีย ๓๕ บาทผมถามว่า วันนี้มันได้ประโยชน์อะไรกับที่ท่านเอื้อประโยชน์หรือเปล่า แล้วการที่เสีย ๓๕ บาททำไม AOT มีฐานะมั่นคงอยู่แล้ว ได้ ๑๐๐ บาทจากประชาชนอยู่แล้วทำไมไม่ลงทุนเองครับ ทำไม จะต้องไปให้คนอื่นมากินเงินของราษฎร กินเงินของประชาชน สายการบินต่าง ๆ ก็โวยวาย ปัจจุบันสายการบินจะไม่ยอมจ่าย สุดท้าย AOT ต้องแบกภาระ แล้วสัญญานี้มีกำหนด ผมทราบว่าประมาณ ๑๐ ปี แล้วไม่สามารถยกเลิกได้ด้วย ผมก็เพิ่งเห็นในโลกว่าสัญญา ยกเลิกไม่ได้ จึงถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมว่า วันนี้เราจะอยู่ในสภาพที่จะต้อง วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีขึ้นมาพูดบอกจะโปร่งใส และตรวจสอบได้ อย่างนี้โปร่งใสหรือครับ วันนี้ผมบอกว่าเงินมันต้องเอาคืนนะครับ คืนให้ราษฎร ๓๕ คูณกี่ปี คูณจำนวนกี่เดือน ต้องคืนให้ราษฎร ถ้าไม่คืนผมไม่ยอม วันนี้ มันจะต้องทำอะไรให้มันโปร่งใสและยุติธรรม ก็จะถือโอกาสถามไปก่อน

๑. สายการบินมีระบบนี้อยู่แล้ว มีระบบตรวจสอบผู้โดยสารอยู่แล้ว แล้วทำไมจะต้องทำอีกครับ

๒. AOT ทำไมไม่ลงทุนเอง ทั้ง ๆ ที่มีงบประมาณมากมายอยู่แล้ว มีจ่ายโบนัส จ่ายอะไรได้สนามบินดี ๆ อยู่แล้ว

๓. ได้แจ้งให้ผู้โดยสารทราบหรือไม่ว่า มีการเก็บเงินค่าธรรมเนียมนี้เป็นการ เพิ่มภาระให้ผู้โดยสาร

๔. เรียกเก็บค่า ๓๕ บาทผ่านอนุมัติจากหน่วยงานใด

๕. ระยะสัญญา ๑๐ ปีเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เลยจุดคุ้มทุนไปมาก เอาหลักเกณฑ์อะไรมาวัด ผมจะถามแค่นี้ก่อน แล้วจะถามต่อท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพครับ