สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗

ภัณฑิล น่วมเจิม เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือของประเทศไทย โดยเน้นความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาท่าเรือกรุงเทพฯ ที่มีสภาพเสื่อมโทรมและไม่สอดคล้องกับผังเมืองกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังพิจารณาปัญหาการบริหารจัดการที่ดิน การจัดเก็บรายได้ และปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ และเสนอแนวคิดพัฒนาใช้ประโยชน์สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ และที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เขตคลองเตย และเขต วัฒนา ก็ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา หาแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือของประเทศไทยนะครับ ในปัจจุบันการส่งออก เป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่าเรือหลักในเมืองไทยก็จะมีอยู่ ๒ ท่า ท่าเรือกรุงเทพฯ ซึ่งมีมานานกว่า ๖๐-๗๐ ปี ซึ่งเดิมทีเป็นท่าเรือหลัก แต่ตอนหลังก็มีท่าเรือ แหลมฉบัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของประเทศในตอนนี้ แต่เนื่องจากระบบ โครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือกรุงเทพฯ ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว มีสภาพเสื่อมโทรม ไม่สอดคล้อง กับผังเมืองกรุงเทพฯ แล้วการท่าเรือแห่งประเทศไทยก็ยังมีปัญหาไม่มีระบบบริหารจัดการ เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สูญเสียโอกาสในการ จัดเก็บรายได้ รวมถึงก็มีปัญหาอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น เรื่องโรงกลั่นน้ำมันบางจาก คลังน้ำมัน ทั้งเขตคลองเตยและเขตยานนาวา ความเสี่ยงในการบริหารจัดการสาธารณภัย การป้องกัน การกัดเซาะตลิ่ง ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีการเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ำทะเล ก็คิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องตั้งญัตตินี้ เพื่อหาทางออกในการที่จะแก้ปัญหา เราสามารถ ที่จะเรียนรู้จากปัญหาท่าเรือในอดีต แล้วก็วางแผนที่จะป้องกันไม่ให้การพัฒนาโครงการ ขนาดใหญ่ที่เป็นท่าเรือในอนาคตมีผลที่เหมือนเดิม ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ปัญหาทั่วไปเมื่อมีท่าเรืออยู่ใน เขตเมือง แน่นอนเรื่องจราจร ความแออัดของจราจร ประมาณ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์เลย ของจราจรในแต่ละวัน เรื่องเศรษฐกิจ มีการจ้างงาน การจะย้ายออก หรือย้ายออกบางส่วน ก็จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วย พื้นที่ในใจกลางเมืองมันมีราคาแพง ตารางวาละ ๑ ล้านบาท ไร่ละ ๔๐๐ ล้านบาท ที่ท่าเรือในกรุงเทพฯ มี ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ลองคิดเป็นมูลค่า ก็เป็นหลายแสนล้านบาท ถ้าเผื่อเอาตรงนี้ไปทำประโยชน์ทางเศรษฐกิจตรงอื่น อาจจะได้ มากกว่า อันนี้ก็จะเป็นมิติที่ควรจะได้รับการพิจารณา ก็มีข่าวมาเรื่อย ตั้งแต่ผู้ว่าชัชชาติ เข้ามารับตำแหน่ง ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเศรษฐามาแถลงร่วม เป็นประเด็นว่าจะต้องหารือว่าจะย้ายหรือไม่ จะย้ายบางส่วน เพราะปัจจุบันนี้เมืองมันพัฒนาไปไกลแล้ว แล้วท่าเรือยังอยู่ใจกลางเมือง มันก็มีปัญหาค่อนข้างเยอะ แต่ว่าก็ต้องศึกษาให้ดีในหลายมิติ

ถัดไปก็จะพูดถึงมิติของปัญหาท่าเรือในเขตเมือง หรือว่าอยู่ที่อื่นก็จะมีปัญหา ใกล้เคียงกัน เรื่องคมนาคมโลจิสติกส์ จราจร อุบัติเหตุ ต้นทุนขนส่ง พอมีท่าเรือปั๊บ ก็จะมีแรงงาน ก็ต้องมีที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยก็จะมีปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิต เรื่องผังเมือง เรื่องการดูแลสาธารณูปโภค ท่าเรือเป็นประตูเข้าออก นำเข้า ส่งออก ก็จะเป็นเรื่องของ การจัดเก็บรายได้ แล้วก็การที่ท่าเรือเองจะไปแสวงหาผลประโยชน์จากการทำพาณิชยกรรม ต่อเนื่อง เช่น ตลาด เป็นต้น มิติด้านสิ่งแวดล้อม ขยะ น้ำเสีย การป้องกันบรรเทาสาธารณภัย หลายครั้งพอมีท่าเรือก็จะมีไม่ใช่แค่สินค้าตู้ Container อย่างเดียว มีสินค้าประเภทอื่น ๆ ด้วย ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น คลังน้ำมัน โรงกลั่น แล้วก็ปัญหาน้ำท่วม ก็มีข่าวเรื่อย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา ตั้งแต่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว คนก็ยังมี ความกังวลว่าสุดท้ายแล้วท่าเรือจะเอาที่ไปทำอะไร ตรงกับจุดประสงค์ของ พ.ร.บ. ท่าเรือ ที่จะทำให้การขนส่งคมนาคมโลจิสติกส์ทันสมัยหรือไม่ ก็ต้องการที่จะเพิ่มปริมาณตู้สินค้า ที่จะรองรับได้ แล้วก็จะทำ Port Free zone หลายครั้งก็มีข่าวออกมาว่าจะทำ Cruise Terminal ก็คือขายฝัน พยายามจะปั้นโครงการต่าง ๆ นานาขึ้นมาแล้วก็เขียน แต่สุดท้าย แล้วประชาชนมีส่วนร่วมหรือเปล่า คนที่ได้ยินข่าวเขาจะถามผมตลอดในฐานะ สส. พื้นที่ แล้วจะย้ายไปแหลมฉบังทำได้หรือไม่

หน้าต่อไป เล่าถึงประวัติความเป็นมานิดหนึ่ง เคยมีสารเคมีระเบิดเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีที่แล้ว ก็ส่งผลกระทบเยอะ เนื่องจากมันมีคลังน้ำมันอยู่ มีสารเคมี มีคนเสียชีวิต บาดเจ็บ แล้วมีผลกระทบจนถึงทุกวันนี้ ผู้ป่วย ผู้สูงอายุติดเตียงที่มีอยู่ในชุมชนก็เยอะ เป็นหลายร้อยราย อันนี้ก็จะเป็นอีกปัญหาหนึ่งเชิงสังคมที่เวลามีชุมชนที่แออัด แล้วก็อยู่ใน บริเวณท่าเรือ อันนี้เป็นเรื่องของผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนที่อยู่โดยรอบท่าเรือ ซึ่งมีเป็น หมื่นครัวเรือนเวลามีแรงงานก็จะมีชุมชนตามเข้ามา

หน้าถัดไป อุบัติเหตุปีหนึ่งมีเป็นร้อยคดี มีทั้งบาดเจ็บสาหัส มีทั้งสูญเสียชีวิต จากงบการเงิน ก็พบว่าการท่าเรือก็มีปัญหาในการที่จะบริหารทรัพย์สินตัวเอง ที่มูลค่าตั้ง เยอะขนาดนี้ ปรากฏมีรายได้ค่าเช่ารอเรียกเก็บเป็นหมื่นล้านบาท เก็บค่าเช่าจริง ๆ ได้ ๑,๗๐๐ ล้านบาท โดยเฉพาะท่าเรือกรุงเทพฯ มีที่ดินนอกเขตศุลกากร ๖๐๐-๗๐๐ ไร่เลย แต่มีการปล่อยให้คนเข้ามาอยู่อาศัยโดยไม่ได้เก็บค่าเช่าจำนวนมาก เขาเก็บกันเอง แต่ว่าท่าเรือไม่ได้เก็บค่าเช่าเขา

หน้าต่อไป ก็แจกแจงมาเป็นรายละเอียด ก็จะมีตลาดคลองเตย ๑๐ กว่าไร่ เก็บได้ ๘๐ ล้านบาท มี ปตท. อยู่ มีอาคารพาณิชย์ มีแฟลตเคหะ มีที่ดินเปล่าด้วย สาธารณูปการก็ให้ราชการใช้ฟรี อันนี้ก็เป็นการหาผลประโยชน์ของท่าเรือกรุงเทพฯ ซึ่งหาได้ ๓๐๐ ล้านบาทต่อปีเอง เทียบกับมูลค่าสินทรัพย์ของเขาที่มีเป็นแสนล้านบาท ผมว่าอันนี้เรา คงต้องตั้งคำถามแล้วว่าท่าเรือภารกิจหลักควรจะทำการคมนาคมขนส่งให้ทันสมัย แต่กลับ อยากจะไปหารายได้เชิงพาณิชย์ แต่ก็หามาได้แค่นี้ ๓๐๐ ล้านบาท ข้อเสนอแนะควรจะทำ อย่างไร ก็ต้องศึกษากัน แน่นอนจะต้องเร่งพิสูจน์สิทธิ ทำสัญญาเช่ากับผู้อยู่อาศัยในชุมชน แออัดทั้งหมด เพื่อจัดเก็บรายได้เข้าสู่รัฐ อาจจะไม่ได้เก็บแพง แต่ว่าก็เป็นหลักประกันเรื่อง ที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยว่าเขาจะได้รับการชดเชยเมื่อมีการไล่รื้อ

อีกปัญหาหนึ่งครับ ตลาดคลองเตย ทุกคนคงได้ยิน พูดถึงตลาดคลองเตย นึกถึงอะไร แหล่งรวมของผู้มีอิทธิพลเถื่อน มีการปล่อยเช่ากันเอง เป็นรัฐซ้อนรัฐ บ้านป่า เมืองเถื่อน ขนของกันตอนกลางคืน ขายไก่ เลี้ยงทำอะไรกัน มีแรงงานพม่าอยู่กันเยอะ ไม่รู้ถูกต้องมากน้อยแค่ไหน คือมันควบคุมไม่ได้ครับ พอปล่อยให้มีการทำสัญญากับ การท่าเรือ กับภาครัฐ แล้วก็เอาไปปล่อยเช่าต่อ อันนี้มันใช่ภารกิจหรือเปล่าครับ ของการท่าเรือในการจะไปปล่อยเช่าแล้วก่อให้เกิดปัญหาเยอะแยะขนาดนี้

หน้าถัดไปครับ สิ่งแวดล้อมก็เละครับ น้ำเสียปล่อยมา นี่ผมคงต้องพูดมาก เผื่อท่านขับไปถนนพระรามสี่ สี่แยกคลองเตยท่านก็ได้กลิ่นอยู่แล้ว แต่แน่นอนครับ ตลาดเมื่อเราพิจารณาว่ามันเกี่ยวข้องกับภารกิจของท่าเรือไหม มันเกี่ยวกับการจ้างงาน แล้วก็ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม แล้วก็เป็นเรื่องอาหารของคนทั้งกรุงเทพฯ ด้วย ถ้าเผื่อท่านไปดู อาหารตรงนั้น อาจจะไม่กล้ากินเลย เพราะว่าชำแหละไก่กันตรงกลางถนนเลยที่ของท่าเรือ แล้วก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ครับ เรื่องที่อยู่อาศัยคนอยู่กันเป็น ๑๐,๐๐๐ ครัวเรือน เมื่อจะมีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ก็จะต้องศึกษาให้ดี อย่างมีโครงการที่จะเชื่อมต่อทางด่วนลงมา Smart Community จะสร้างตึก ๓๐-๔๐ ชั้น เป็นสิบ ๆ แท่งอย่างนั้น แล้วประชาชนเขาจะไหวหรือไม่ เขาจะขึ้น ไปอยู่ได้หรือไม่ ค่าสาธารณูปโภค ค่าส่วนกลาง ปัจจุบันเขาอยู่ตารางวาละ ๕ บาท ๑๐ บาท แล้วขึ้นไปอยู่อย่างนี้เป็นพันบาท เขาจะจ่ายไหวหรือไม่ อันนี้ก็ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่คิดเองเออเอง แล้วก็ออกแบบ แล้วก็เอามาขายฝันให้กับประชาชน โดยที่ไม่ได้คำนึงถึง ผลกระทบที่จะตามมา เวลามีข่าวออกมาผมก็จะถูกถามตลอดว่าจะสร้างเมื่อไร จะอย่างไร จะชดเชยอย่างไร เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะคณะกรรมาธิการชุดนี้ ถ้าเผื่อตั้งขึ้นมา ก็ควรจะต้องมาหาแนวทางที่จะหาทางออกร่วมกันกับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ โดยเรียก หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามามีส่วนในการชี้แจงเพื่อจะเยียวยา ดูแลผลกระทบจากการพัฒนา โครงการขนาดใหญ่ของท่าเรือ เมื่อสักครู่ผมพูดไปแล้วความคิดเห็นต่อการพัฒนาที่ท่าเรือ จริง ๆ ก็ต้องให้มันมีหลายมิติ มีทั้งเรื่องคมนาคม ทางด่วน จะทำอาคารจอดรถบรรทุกขนาด ใหญ่ จะทำท่าเรือขนสินค้าแบบ Semi Automation ทำศูนย์กระจายสินค้าเป็น Ship Fulfillment Center เพื่อจะกระจายให้กับการกระจายสินค้าในเมือง ซึ่งไม่จำเป็นต้อง เอารถบรรทุกเข้ามา อันนี้มันก็จะมีข้อดี ข้อเสีย ที่เราจะต้องพิจารณาให้รอบคอบของ การย้ายออก หรือว่าจะย้ายออกบางส่วน

หน้าถัดไป ก็จะพูดถึงเรื่องการยืนยันในหลักการว่าไม่ควรเอาที่ของท่าเรือ ที่เป็นที่สาธารณูปการเอามาพัฒนาเชิงพาณิชย์ ทำห้าง ทำโรงแรม หรือในข่าวล่าสุดคือไปทำ บ่อนกาสิโน มันใช่เรืองหรือไม่ครับ ตั้งใจจะมาหารายได้ แต่ปรากฏเอาไปประเคนให้นายทุน หมด อันนี้ต้องระวังมากนะครับ จริง ๆ ข้อเสนอควรจะเอามาทำเพื่อสาธารณประโยชน์ อย่างเช่น สวนสาธารณะ Reskill Upskill Center ไหน ๆ เรามีที่ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง สวยขนาดนี้ จะเอาไปทำห้างอีกแล้วหรือครับ การท่าเรือภารกิจคือจะปล่อยเช่าที่ทำห้าง หรือครับ ก็มีวาดฝันมาตั้งหลายอย่างนะครับ จริง ๆ มันก็ไม่ได้ยากอะไร ถ้าเผื่อเรามาพัฒนา ร่วมกัน แล้วก็ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เราคงได้ที่สวย ๆ ริมน้ำขนาดใหญ่ ตัวอย่างมีมากมายครับ จริง ๆ เราไม่ต้องไปคิดใหม่ ทำใหม่ Yokohama เขาเคยผ่านทุกอย่างมาเหมือนเรา เขาก็เคย ผ่านความแออัดมา ปัญหาที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม เคยเจอมาก่อนแล้วครับ แล้วสุดท้าย เขาก็เปลี่ยนให้มันทันสมัย โดยมีการพัฒนาที่อยู่อาศัย มีพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติม อันนี้เราสามารถไปดู Model จากต่างประเทศได้ โดยคำนึงถึงเรื่องการหารายได้เข้ารัฐด้วย การจ้างงานก็จะอยู่ในหน้าถัด ๆ ไป ขอข้ามไปได้เลย อันนี้คงไม่เสียเวลามาก เพราะเดี๋ยวคงมี เพื่อนสมาชิกมาร่วมอภิปรายกัน หน้า Timeline งงมากเลยครับ ตั้งแต่ปีที่แล้วเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา จะสร้างกาสิโน จะย้ายออกบางส่วน จะทำ Smart Port จะสร้างที่อยู่อาศัย ข่าวมันเปลี่ยนตลอดเลยครับ ผมก็เลยคิดว่าเราไม่ถามคนที่อยู่ตรงนั้นหน่อยหรือครับ สหภาพ ท่าเรือ คนที่เขาทำงานอยู่ตรงนั้น ผู้อยู่อาศัยในชุมชน เวลาจะทำโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมครับ ไม่เช่นนั้นสุดท้ายก็เป็นการคิดเอง เออเองจากฝ่ายบริหาร แล้วก็จบไม่ลงอยู่ดี มีปัญหา สำคัญมาก ๆ ครับ ก็ไปถามคน แน่นอนคนที่เขาไม่รู้เรื่องอะไร คนที่เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น เขาก็อาจจะมีความเห็นว่าย้ายไปเถอะ ท่าเรือคลองเตยมันแออัดมาก แต่ถ้าเกิดไปถามคนตรงนั้นเขาอาจจะพูดอีกแบบหนึ่งว่า แล้วจะให้เขาย้ายไปอยู่ตรงไหน ปัจจุบันเขาทำงานอยู่ตรงนั้น ถ้าเผื่อให้เขาย้ายออกไปอยู่ไกล ๆ เขาต้องเข้ามาทำงานในเมือง เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำงานเป็นแม่บ้าน รปภ. ทำงานในท่าเรือ แล้วให้เขาไปอยู่ไกล ๆ ค่าเดินทางไปกลับวันละ ๓๐๐ บาท เราอาจจะต้องมาคิดเรื่องการทำ Affordable Housing หรือทำที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในใจกลางเมือง

หน้าถัดไปครับ อันนี้ก็พูดถึงเรื่องบ่อนกาสิโนแล้วนะครับ พอพูดถึงเรื่องนี้ ก็อดพูดถึงเรื่องการจะทำ Entertainment Complex ใจกลางเมืองไม่ได้ ซึ่งคลองเตย ก็ตกเป็นเป้าที่สวยใจกลางเมือง ตรงข้ามเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ คือบางกระเจ้า ก็เดี๋ยวมี เพื่อนสมาชิกมาอภิปรายเพิ่ม ตรงนี้คงไม่พูดเยอะ

หน้าสุดท้ายครับ ชุมชนเยอะอยากให้เขามีส่วนร่วม ไม่ใช่สร้าง ๖,๐๐๐ Unit ขึ้นมาแล้วไม่ได้ถามเขา มันมีสาธารณูปการอย่างอื่นที่เราควรจะใส่เข้าไปในนั้น เช่น สถานบริการสาธารณสุข โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก พื้นที่สีเขียว ก็อยากจะวิงวอนการพิจารณา ครั้งนี้ต้องคำนึงถึงหลากหลายมิติ มันกระทบคนเยอะมาก ๆ ไม่ใช่คิดมาแล้วก็อยากจะมาหา ผลประโยชน์อย่างเดียว ประเคนให้นายทุนเอกชน ทุนต่างชาติขนาดใหญ่ และยิ่งทำให้ ค่าที่อยู่อาศัย ค่าที่ดินในเมืองแพงขึ้น ก็คงประมาณนี้นะครับ แล้วเดี๋ยวให้เพื่อนสมาชิก อภิปราย เดี๋ยวผมมาสรุปอีกทีหนึ่ง ขอบคุณมากครับ