จาตุรนต์ ชี้แจงเหตุการณ์ตากใบ ย้ำนายกฯ-แม่ทัพไม่รู้เหตุขนผู้ต้องหา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗

จาตุรนต์ ฉายแสง ชี้แจงเหตุการณ์ตากใบ เน้นย้ำความผิดพลาดในการขนย้ายผู้ต้องสงสัยที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลในอดีตเคยขอโทษและมีการดำเนินการแก้ไข ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเริ่มต้นด้วยการขอโทษและอยู่ระหว่างการปรับยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนใต้อย่างเป็นระบบ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปราย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาเกินเล็กน้อยนะครับ เพราะว่า พรรคเพื่อไทยก็พูดคนละเล็กคนละน้อย รวมแล้วก็ ๒ คน ผมพูดทั้งในฐานะที่เป็น สส. คนหนึ่ง แล้วก็เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริม กระบวนการสร้างสันติภาพ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย แต่ว่าก่อนจะไปถึงตรงนั้น ผมขออนุญาตพูด จะเรียกว่าชี้แจงแทนก็ไม่เชิง แต่ว่าให้ข้อเท็จจริง ที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อเรื่องที่ท่าน สส. รังสิมันต์ โรม เพิ่งพูดไป ท่านคงยืนฟังผมตรงนี้ อีกนิดหนึ่งก็ได้นะครับ คือเรื่องที่ผมเตรียมจะพูดในส่วนที่สำคัญก็พูดถึงที่ท่านรังสิมันต์ โรม เพิ่งพูด ซึ่งจำเป็นที่ผมจะต้องพูดชี้แจง ก็คือว่าท่านบอกว่าตอนเกิดเหตุการณ์ตากใบ มีการขนคนกัน เป็นเวลานานหลายชั่วโมง นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นไม่รู้เลยหรือ ไม่รู้สึก อะไรเลยหรือ อันนี้จากข้อเท็จจริงย้อนหลังนะครับ ในระหว่างที่มีการขนคน ทั้งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และแม้แต่แม่ทัพภาคที่ ๔ ในขณะนั้น ซึ่งบัญชาการการกำกับ ควบคุมฝูงชนอยู่ก่อน และต่อมาก็ต้องออกไปนอกพื้นที่ ส่วนนายกรัฐมนตรีก็ไม่ทราบจนกระทั่งมาถึงเวลาการขนนั้น ได้ผ่านไปแล้ว อันนี้ถ้าไปดูย้อนหลังก็จะพบว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คือท่าน ทักษิณ ชินวัตร ได้พูดขอโทษถึง ๒ ครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นการพูดขอโทษที่เป็นการสั่งการให้ใช้ กำลังในการจัดการกับฝูงชนที่อาจจะแรงเกินไป แต่ครั้งที่ ๒ ก็คือว่าได้พูดถึงการขนคนที่ท่าน ไม่ทราบเลยนั้นว่าเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง และท่านขอโทษต่อประชาชนไปแล้ว ซึ่งท่านรังสิมันต์ โรม ถามถึงว่าแล้วรัฐบาลนี้จะเป็นอย่างไร จะปล่อยให้เป็นอย่างเดิมหรือไม่ อย่างหนึ่งที่จะเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ได้กล่าว ขอโทษต่อพี่น้องประชาชนที่สูญเสียในเหตุการณ์ตากใบไปเมื่อ ๒ วันก่อน ความจริงก็เป็นเรื่อง ที่คณะกรรมาธิการเราอยากเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ขอโทษ แต่ว่าบังเอิญท่านเดินทาง ไปต่างประเทศก็ยังไม่ทันได้ทำหนังสือกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่ท่านก็ขอโทษ ท่านเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องดีต่อการเริ่มต้นที่จะแก้ปัญหา ลดความรู้สึกผิดหวัง รู้สึกไม่สบายใจของ พี่น้องประชาชนลงไปได้บ้าง ส่วนที่พูดว่าผมไม่ต้องการมาชี้แจงแทนรัฐบาลเลยนะครับ บังเอิญว่าเป็นประธานคณะกรรมาธิการก็เลยรู้เรื่องนี้ แล้วก็บังเอิญมีเรื่องเกี่ยวข้องโดยตรงที่ ถามว่า แล้วรัฐบาลนี้จะทำอะไร มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงแตกต่างหรือไม่ อันนี้ผมตอบแทน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แต่เมื่อวานนี้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการที่ผมเป็นประธาน คือเรื่อง จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เชิญเลขาธิการ สมช. มา แล้วก็แม่ทัพภาค ๔ ซึ่งเป็น ผอ. กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้ามาชี้แจง ซึ่งเลขาธิการ สมช. ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ได้รับคำสั่งจาก รองนายกรัฐมนตรีที่คุมฝ่ายความมั่นคง ให้ทำนโยบายมาตรการเสนอ และขณะนี้ทาง สมช. ก็ร่างเสร็จแล้ว แล้วก็กำลังจะเสนอนะครับ ในส่วนของคณะกรรมาธิการก็กำลังหารือ กับท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าจะมีการนัดไปพบกัน เพราะคณะกรรมาธิการเราก็พบกับอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไป ๒ ครั้ง ก็คงจะมีการได้พูดกัน แล้วก็เชื่อว่าเรื่องของ นโยบายสำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้คงจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอีกมาก และในส่วนที่คณะกรรมาธิการจะเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ นโยบายในการ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่น่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแตกต่างจากที่ทำกันมา อย่างมาก ส่วนจะเป็นที่ยอมรับแค่ไหน อย่างไรก็คงต้องดูกันต่อไปนะครับ ท่านประธานครับ ขอเข้ามาที่เรื่องที่มีการเสนอญัตตินี้ก็คือว่า ท่านสมาชิกก็ได้พูดแล้วถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นได้มันเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สะเทือนใจ ประชาชนอย่างมาก ไม่เฉพาะประชาชนที่สูญเสีย ในครอบครัวสูญเสียโดยตรง แต่ยัง ผู้เกี่ยวข้อง ผู้พบเห็นและประชาชนทั่วไป การเสียชีวิตถึง ๗๘ คน ในรถในขณะขนส่ง เป็นเรื่องที่ไม่อาจคิดได้เลยว่า จะทำกันไปอย่างนั้นได้อย่างไร ขนคนเมื่อ ๖ ตุลาคม คนเสียชีวิตในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๔๐-๕๐ คน ตามสถิติที่เป็นทางการ ขนคน ๓,๐๐๐ กว่าคน ใส่รถไปส่งตามโรงพักตามค่ายทหาร ไม่มีเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว แต่ทำไมขนคนที่นี่ ๓๐๐ คน หรือกว่า ๓๐๐ คน แต่ไปเสียชีวิตมากถึง ๗๘ คน นอกจากนั้นยังมี ๗ คนถูกทำให้เสียชีวิตก่อน และ ๕ คนถูกยิงที่ศีรษะถึง ๕ คน มันยังเป็น เรื่องใหญ่มาก เรื่องใหญ่มากที่ต่อมาจึงต้องมีการขอโทษ มีการเยียวยากันอย่างจริงจัง แน่นอนครับ การเยียวยาด้วยเงินทองด้วยทรัพย์สิน ด้วยการดูแลอาชีพ ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะมันเป็นบาดแผลที่ใจ แต่เหตุการณ์ก็ผ่านไป นายกรัฐมนตรีทั้งท่านสุรยุทธ์ ท่านทักษิณ ขอโทษไปแล้วที่ผมได้กล่าวไปแล้วรวมถึงท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารนี่ แต่ว่าเรื่องมันเงียบ ไประยะหนึ่ง เนื่องจากว่ามีเรื่องไปสู่ศาลแล้วศาลวินิจฉัยว่า ผู้ที่เสียชีวิต เสียชีวิตจากการขาด อากาศหายใจ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไปตามหน้าที่ ผมเคยเกี่ยวข้องกับเรื่องทางจังหวัด ชายแดนภาคใต้มาหลายโอกาสตั้งแต่สมัยนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหตุการณ์ ตากใบโดยตรง แต่ก็เกี่ยวข้องในหลายสถานะ ติดตามสถานการณ์อยู่บ้างก็รู้สึกสลดใจว่า ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะจบไป โดยไม่มีทางเอาผิดใครได้เลย แล้วเรื่องมันก็เงียบไปนานมาก ถามว่าทำไมเพิ่งมาเป็นเรื่องกันตอนนี้ ก็เพราะว่ามันมีการมารื้อคดีเมื่อปี ๒๕๖๖ ตำรวจภาค ๙ ทำคดีเสนอฟ้องเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ๘ คน อัยการสั่งฟ้องเมื่อ ๑๒ กันยายนนี้เอง และญาติ ผู้เสียชีวิตก็ได้ไปฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐอีก ๗ คนเป็นจำเลย ศาลรับฟ้องเมื่อ ๒๓ สิงหาคม เรื่องมันมา ฉุกละหุกกะทันหันในช่วงนี้ แต่ว่าเมื่อมันเกิดการฟ้องร้องอย่างนี้ ศาลรับฟ้องอย่างนี้ก็เป็น ความหวังของประชาชนอีกครั้งหนึ่งครับว่า จะได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรม ที่เขาเป็นบาดแผลมานาน ระทมขมขื่นมานานหรือบางคนอาจจะโกรธแค้นมานาน หวังว่าจะ ได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรม ก็ปรากฏว่าคดีจะหมดอายุความในวันนี้โดยจะ ไม่มีใครขึ้นสู่ศาลเลยแม้แต่คนเดียว มันก็เป็นความผิดหวังอย่างร้ายแรง แล้วก็อาจจะนำไปสู่ ความรู้สึกโกรธ ความรู้สึกแค้นเคือง ความรู้สึกอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง เนื่องจากว่าไม่สามารถ พึ่งกระบวนการยุติธรรมได้ ที่สำคัญก็คือความรู้สึกว่าไม่มีความเชื่อถือความไว้วางใจ ต่อกระบวนการยุติธรรม มันก็จะหมดไปอีก อันนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องนี้คณะกรรมาธิการ ผมเชิญ สมช. มาชี้แจง เขาจะเตรียมมาตรการนะครับ เขาก็รู้อยู่ว่าเหตุการณ์อาจจะลุกลาม บานปลายขึ้นได้ เพราะประชาชนมีความรู้สึกโกรธแค้น มีการเฝ้าระวังพื้นที่เข้มข้นมากขึ้น กำชับห้ามซ้อมทรมานผู้ต้องหามีการหาทางเยียวยาให้มากกว่าที่ทำมาก่อน และเดินหน้า กระบวนการพูดคุยสันติภาพ อันนี้ สมช. มาชี้แจง แต่ว่าแค่นั้นมันก็ยังไม่พอหรอกครับ ก็คงจะต้องมีการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์บาดแผลทุกเหตุการณ์สร้างความ เป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่าย แล้วกรรมาธิการเรายังได้กำชับแม่ทัพภาคที่ ๔ ว่าอย่าให้ใครไปคุกคาม ประชาชนที่ฟ้องคดีตากใบเพราะได้ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่บางคนไปเยี่ยมไปพบ อ้างว่าไปเยี่ยม ไปพบโจทก์ที่ฟ้องคดีตากใบ ซึ่งมันดูจะกลายเป็นการคุกคามเสียมากกว่า แล้วก็มีการเยียวยา เพิ่มเติม รวมทั้งกรรมาธิการเราก็เสนอให้ทุกฝ่ายละเว้นความรุนแรง แต่ว่านอกจากเรื่องตาก ใบและผลกระทบที่จะตามมาที่จะต้องช่วยกันรับมือนะครับ สิ่งที่สำคัญ ก็คือตากใบเป็นคดีที่ ร้ายแรงเป็นกรณีที่ร้ายแรงเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีอีก มากกว่านั้นอีกมากด้วย ดังนั้นผมก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกหลายท่านที่อภิปรายกันไปในวันนี้ ว่าจะต้องมีการพิจารณาแก้ไขปัญหาหลายอย่าง ก็คือแก้ปัญหาที่เป็นพื้นฐานความขัดแย้ง ทั้งหลาย ต้องลดเงื่อนไขความขัดแย้งทั้งหลายลงไปให้ได้มากที่สุด แล้วก็ต้องหาทางที่จะทำ ให้ แก้ปัญหาหลัก ๆ ให้ได้ ปัญหาหลัก ๆ ที่ว่าองค์กรที่ดูแลเป็นองค์กรระดับชาติทั้งหมด มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีถึง ๓ องค์กรอยู่ที่นั่นครับ การปกครองที่นี่พิเศษจริง ๆ ไม่เหมือนที่ไหนเลย มีกฎหมายความมั่นคงพิเศษถึง ๓ ฉบับ รวมทั้งกฎอัยการศึก ซึ่งเป็น กฎหมายที่ส่วนใหญ่แล้วจะมีไว้ใช้กับศึกสงคราม และเป็นกฎหมายที่ใช้เมื่อไรจะไม่คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้อยู่ต่อไปก็ไม่มีทางที่จะเกิดสันติสุขสันติภาพ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต้องให้พื้นที่แสดงออกทางการเมือง ต้องส่งเสริมการพูดคุยสันติภาพ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริง ๆ ส่วนร่วมจริง ๆ ก็คือ สมช. มาบอกเมื่อวานนี้ว่าการพูดคุยสันติภาพ แม้แต่นายอำเภอยังไม่ค่อยรู้เลยว่าคืออะไร ก็ต้องมาส่งเสริมจริง ๆ การเคารพอัตลักษณ์ อย่างจริง ๆ อย่างจริงจัง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ในการรับมือ ในการ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องให้ประชาชนในทุกพื้นที่จากทุกภาคส่วน ทุกเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม เข้ามามีส่วนร่วม ร่วมกันเป็นเจ้าของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และร่วมกันเป็นเจ้าของประเทศไทย กำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองของเขาเอง และกำหนด ความเป็นไปของประเทศไทยนี้ร่วมกัน ถ้าหากว่าเราทำให้ได้ถึงขั้นนั้น ประชาชนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ทุกเชื้อชาติ ศาสนา จะร่วมกัน ช่วยกันพัฒนาจังหวัดของเขา พื้นที่ของเขา เพื่อที่ประโยชน์ของเขาเอง และของลูกหลาน ประชาชนเหล่านี้จะช่วยกันป้องกันความ ไม่สงบ จะช่วยกันสร้างให้สันติสุขสันติภาพเกิดขึ้น อันนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะศึกษาจาก บทเรียนกรณีตากใบ นำไปสู่การศึกษาปัญหาที่กว้างกว่านั้น ที่มากกว่านั้น ที่ซับซ้อนกว่านั้น และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข เปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ นโยบายในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง เราควรจะมาร่วมกันทำ ในยุคนี้ สมัยนี้ และต้องหวังว่าในเวลาอีกไม่นานนัก จะเกิดสันติภาพสันติสุขอย่างยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน