รอมฎอน เปิดพื้นที่รัฐสภาถกตากใบ-เรียกร้องความยุติธรรมเพื่อสันติภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๕ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๗

รอมฎอน ปันจอร์ หารือกรณีเหตุการณ์ตากใบเมื่อ 20 ปีก่อนที่กำลังจะหมดอายุความ เรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการอย่างมีวุฒิภาวะเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในนิติธรรมและสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน พร้อมขอให้รัฐสภาเปิดพื้นที่อภิปรายเพื่อคลี่คลายปัญหาอย่างเปิดเผย พร้อมผลักดันความยุติธรรมผ่านการเปิดเผยความจริง การเยียวยา และการปฏิรูปสถาบันเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงจากรัฐเกิดขึ้นอีก

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เมื่อมี ความเห็นต่าง ก็ขออนุญาตที่ประชุมสักเล็กน้อยในการอธิบายเหตุผล ท่านประธานครับ ท่านนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปจนกระทั่งถึงเที่ยงคืนวันนี้ ก็อยู่ที่ประมาณ ๑๓.๑๕ นาฬิกา ที่อายุความของคดีอาญาร้ายแรงที่เป็นผลมาจากโศกนาฏกรรม เมื่อ ๒๐ ปีก่อนที่ทำให้มี ผู้เสียชีวิตที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง ๘๕ คน ๓๖๖ วันที่แล้ว วันนี้ของปีที่แล้วผมเองก็ใช้เวลา ๒ นาทีในช่วงปรึกษาหารือท่านประธานครับ ได้ร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์นั้นในวันที่ครบรอบ ๑๙ ปี แล้วก็วันนั้นเราเริ่มต้นนับถอยหลังอายุความที่เหลืออีก ๑ ปี ซึ่งวันนี้เดินทางมาถึง ในอีกไม่กี่ชั่วโมง และตอนนี้คดีอาญาที่มีอยู่ ๒ สำนวน สำนวนที่ประชาชนฟ้องเองในศาล นราธิวาสที่มีจำเลย ๗ คน ก็ยังไม่ได้พบตัว ไม่สามารถนำจำเลยมาที่ศาลได้ อีกคดีหนึ่ง ที่อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาก็ยังไม่ได้ถูกจับกุม ไม่มีการมอบตัว ทั้ง ๑๔ คน ยังไม่ปรากฏตัวต่อศาล และนี่คือปมปัญหาในวินาทีนี้ครับ แต่ผมต้องขอเรียนครับว่า เหตุผลในการตั้งญัตตินี้ เหตุการณ์ตากใบเป็นหนึ่งในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ตลอด ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา มีคนเสียชีวิตไปมากกว่า ๗,๐๐๐ กว่าคน เหตุการณ์ตากใบ อยู่ในนั้นครับ แต่เหตุการณ์ตากใบเป็นปมสำคัญเป็นจุดเปลี่ยน เป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนผ่าน ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นความทรงจำ บาดแผล เป็นประวัติศาสตร์บาดแผล ที่ต้องชำระสะสางอย่างมีวุฒิภาวะครับท่านประธาน เพื่อที่เราจะสามารถเดินหน้าต่อไปในการสร้างสันติภาพหาข้อยุติจากความขัดแย้งนี้ได้ เราต้องการทางออกทางการเมืองครับท่านประธาน เรื่องนี้เรื่องใหญ่เป็นเรื่องของรัฐเป็นเรื่อง ความมั่นคงของรัฐ เป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นเรื่องหลักการสำคัญที่ยึดโยง ให้รัฐเราเป็นรัฐเรา คือ หลักนิติธรรมครับ และเราต้องการเหตุ ต้องการผล ในการใช้วุฒิภาวะ ในการรับมือกับปัญหานี้ ที่ผมต้องเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ตอนนี้นอกเหนือจากที่ว่าอายุ ความกำลังจะหมดแล้ว จำเลยและผู้ต้องหาไม่มาที่ศาลแล้ว ตอนนี้เราพบว่ากระบวนการ ยุติธรรมภายในประเทศกำลังถูกท้าทายและกำลังถึงภาวะตีบตันครับ หลายเดือนมานี้ทั้งฝ่าย นิติบัญญัติอย่างที่หลายท่านได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า กลไกกรรมาธิการ กลไกของพวกเราที่ พยายามจะเปิดเผยความจริง ในขณะทีเรื่องเข้าไปสู่ศาล ฝ่ายตุลาการก็พยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะทำให้ความจริงและความยุติธรรมบังเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันก็เกิดคำถามขึ้นในแวดวง ระหว่างประเทศในเวลานี้ครับท่านประธานว่า ตกลงประเทศเรายังปกครองอยู่ภายใต้หลัก นิติธรรมหรือไม่ หลายเรื่องที่เคยเกิดขึ้น วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดที่ยังคงมีอยู่ ความรับผิดชอบที่ควรต้องมีจากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่กระทำต่อประชาชนนั้น จะเกิดขึ้นหรือไม่ แน่นอนครับ เราคงต้องพูดถึงสถานการณ์ความไม่สงบและความรุนแรงที่น่ากังวลใจในช่วงนี้ เมื่อคืนก่อนนะครับ และระยะในช่วงสัปดาห์ ๒ สัปดาห์นี้ หรือว่า ๑ เดือนก่อนหน้านี้ และคาดการณ์กันด้วยนะครับว่า หลังจากนี้อาจจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น กระบวนการพูดคุยและการเจรจาในเวลานี้ก็ยังไม่มีความแน่นอนชัดเจน แม้ว่าจะมี ความพยายามริเริ่ม เริ่มต้นกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพใหม่ แต่คงยาก ถ้าเกิดว่าเหตุการณ์ ตากใบคลี่คลายและผูกปมใหม่อย่างที่เกิดขึ้นนี่นะครับ ที่สำคัญมากกว่านั้น ตอนนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางและมีข้อเสนอ ต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างทั่วไปเลย ทั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในแวดวงต่าง ๆ และเราเห็นว่าคดีตากใบกลายเป็นประเด็น สำคัญของประเทศนี้ไปแล้ว แต่ที่สำคัญมากกว่าทั้งหมดเลยนะครับ คือความเชื่อมั่นไว้วางใจต่ออำนาจรัฐที่กำลังถดถอย เรากำลังเผชิญกับข้อพิสูจน์ที่ว่า รัฐไทยไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้จริง หรือไม่ นี่คือคำถามใหญ่เลยครับ ที่เราต้องระดมพลัง พละกำลัง สมองต่าง ๆ เพื่อที่จะแสวงหา ทางออกกับภาวะเสื่อมถอยนี้ สุดท้ายที่จริง ๆ แล้วเป็นภาวะที่เร่งด่วนมาก ๆ ท่านประธาน คือเราจะโอบอุ้มความรู้สึกของญาติผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ที่กำลังรอคอยความจริง และความยุติธรรมนี้ได้อย่างไร นี่เป็นหน้าที่ของเรา เป็นหน้าที่ของพื้นที่การเมือง สถาบัน ทางการเมืองฝ่ายนิติบัญญัติของเราที่จะนำเรื่องยาก ๆ แบบนี้ เรื่องที่ท้าทายแบบนี้ เรื่องที่ เป็นปัญหาหลักของรัฐแบบนี้มาคุยกันในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มาคุยกันในฐานะผู้แทน ของปวงชนชาวไทยหาทางออกร่วมกันครับ ผมยืนยันอีกครั้งท่านประธานครับว่าปัญหานี้ เป็นปัญหาความขัดแย้งที่เราเจอเป็นปัญหาทางการเมือง แต่ไม่ใช่เป็นการเมืองระหว่าง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล พรรคนั่นกับพรรคนี่ นักการเมืองคนนั้น นักการเมืองคนนี้ ไม่นะครับเรื่อง นั้นเล็กไป เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่กว่านั้น เป็นปัญหาระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ กับประชาชนที่ไม่ลงรอย การที่ไม่ลงตัวอยู่ภายใต้ความสัมพันธภาพที่เปราะบาง เราจึงควร อย่างยิ่งที่จะใช้พื้นที่ของสภาแห่งนี้ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในหนทางที่ประเทศนี้จะสามารถใช้ได้ เพื่อรองรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด เราจำเป็นที่ต้องใช้ปากของเราพูด เราต้อง ใช้หูของเราในการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง แทนที่จะปล่อยให้เสียงปืนเสียงระเบิด เสียงของความรุนแรงผูกขาดความจริง ผูกขาดคำอธิบายต่าง ๆ และแทนที่จะใช้ความเงียบ หลบหนีปัญหา เราต้องเผชิญหน้ามันอย่างมีวุฒิภาวะครับท่านประธาน

ในอดีตท่านนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเคยใช้สภา เคยใช้รัฐสภาในการเปิดเวทีภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ วันที่ ๓๐ กับวันที่ ๓๑ มีนาคม ในปี ๒๕๔๘ หรือประมาณ ๔-๕ เดือนหลังเหตุการณ์ตากใบ ท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้ทั้งสองสภาได้ร่วมอภิปรายปัญหาใหญ่ระดับชาตินี้ และผมคาดหวังว่า ๒๐ ปีผ่านมา เรามีมรดกตกค้างที่ต้องคลี่คลายสะสาง ผมจึงอยากจะเรียกร้องท่านประธานและเพื่อน สมาชิกครับ ปัญหาใหญ่ระดับนี้เราควรต้องใช้พื้นที่แห่งนี้ในการร่วมหาทางออก ความยุติธรรมที่เราต้องการอาจจะไม่ใช่แค่การดำเนินคดีในชั้นศาลได้เท่านั้น แต่อาจจะ หมายถึงการเปิดเผยความจริง การเยียวยาฟื้นฟู และแน่นอนคือการปฏิรูปเชิงสถาบันต่าง ๆ เพื่อที่จะไม่ให้เหตุการณ์ที่มีคนใช้อำนาจรัฐฆ่าประชาชนจะไม่เกิดขึ้นอีก ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ