พิมพ์กาญจน์ ชี้ปัญหาหลอกลวงการเงินจากหลักสูตรอ่อน-ท่องจำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗

พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ หารือปัญหาการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางการเงินและลงทุนที่ผิดกฎหมาย โดยชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องของภาครัฐ สื่อ และระบบการศึกษา ที่เน้นการท่องจำและขาดการพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ จนส่งผลให้ประชาชนขาดภูมิคุ้มกันทางการเงิน จึงเสนอให้มีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับประถม โดยเน้นทักษะการคิดขั้นสูงตามแนวคิดของเบนจามิน บลูม และส่งเสริมความรู้ทางการเงินผ่านกิจกรรมที่เข้าใจง่าย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ต้น และเรียกร้องให้กรรมาธิการพิจารณาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุด ที่กำลังรับชมการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในขณะนี้ ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ผู้แทนประชาชนจากเขตคลองสามวา อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชน ขอสไลด์ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ท่านประธานคะ การหลอกลวงประชาชนซึ่งมันเกิดขึ้นมากที่สุดในเรื่องของการเงิน ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยค่ะ ท่านประธาน เพราะว่าความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประเทศเรานี้มันผลักดันให้ผู้คน มากมายต้องพยายามแล้วพยายามอีก เพื่อที่เขาจะขยับฐานะทางการเงินของพวกเขา และทุกครั้งที่เกิดความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจ เกิดปัญหาทางการเงินเผชิญภาวะหนี้สิน รายได้ไม่เพียงพอต่าง ๆ มันยิ่งผลักดันให้พวกเขาตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงกับการลงทุนที่ฟังดู น่าเชื่อถือ แล้วก็มีบุคคลสำคัญ มีบุคคลที่ดูมีความรู้ มีบุคคลที่ประสบความสำเร็จ มีบุคคล ที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ มากมายเปึนผู้นำเสนอการลงทุนต่าง ๆ นี้ให้พวกเขา ทำให้พวกเหลงเชื่อ ในคำสัญญาว่าเมื่อลงทุนไปแล้วนี่ ค่าตอบแทนที่ได้มาจะสามารถเปึนหลักประกันอนาคตของ พวกเขา แล้วความมั่นคงทางการเงินของลูกหลานของพวกเขาได้ ที่ผ่านมาประชาชนก็เลย ตกเปึนเหยื่อของการถูกหลอกลวงแบบนี้มากมาย เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนรูปแบบที่ใช้บังหน้า ไปเรื่อย ๆ มาตั้งแต่ยุคของแม่ชม้อย แม่มณี แม่นกแก้วต่าง ๆ มีเรื่องของ Magic Skin Forex-3D แล้วก็ล่าสุดดิไอคอน ท่านประธานคะ ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ๆ ความเสียหายต่อประชาชน ยิ่งระบาดไปไกล แล้วก็สร้างความเสียหายไม่ต่างจากเชื้อไวรัสเลยค่ะท่านประธาน เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้วหลายประเด็นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเปึนรูปแบบ และขั้นตอนของการหลอกลวงประชาชนที่ทำออกมาอย่างแนบเนียน ความบกพร่อง ของหน่วยงานราชการ และการปล่อยปละละเลยของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง การใช้สื่อ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการโน้มน้าวใจประชาชนและสร้างความน่าเชื่อถือ รวมถึงการเสนอแนะ ในเรื่องของแนวทางการแก้ไขจากการแก้ไขปัญหาที่ยังไม่รัดกุมพอ

ดิฉันอยากจะขอเสนออีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งจะเปึนแนวทางที่จะฝากไปยัง กมธ. ที่จะศึกษาปัญหาเหล่านี้ว่า ยังมีเรื่องของการให้ความรู้ประชาชนที่เราต้องเร่งทำ ซึ่งสิ่งนี้จะ ปัองกันความเสียหายทางการเงินให้กับประชาชน ด้วยการเร่งพัฒนาหลักสูตรการศึกษา แบบฐานสมรรถนะที่มุ่งเน้นส่งเสริมทักษะในการคิดวิเคราะห์วิพากษ์ ท่านประธานคะ ปัญหา การหลอกลวงทางการเงินทั้งหมดไม่ว่าจะเปึนเรื่องที่อยู่ในญัตติของเรา ก็คือเรื่องของการ ฉ้อโกง เรื่องของแชร์ลูกโซ่ แก๊ง Call Center แก๊งหนี้นอกระบบ แก๊งตกทอง เรื่อยไปถึง Romance Scram ไปจนถึงการใช้ความเชื่อทางศาสนาและความเชื่อทางจิตวิญญาณในการ หลอกลวงหาผลประโยชน์จากประชาชนนี่ รากเหง้าของปัญหาที่แท้จริง ก็คือการที่รัฐไม่เคย วางแผนสร้างหลักสูตรการศึกษาที่มันส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ให้กับประชาชน ท่านประธานคะ ๑ ในวิธีที่เราจะสามารถปกปัองประชาชนได้ดีที่สุด ก็คือการที่เราจะผลักดันไปยังรัฐบาล ยืนยันว่าความจำเปึนในการจัดการการศึกษาที่สำคัญ คือการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการคิด วิเคราะห์เชิงวิพากษ์ที่เข้มแข็ง บนสไลด์นี้จะเปึนทฤษฎีของ คุณเบนจามิน บลูม (Benjamin Bloom) ท่านเปึนนักจิตวิทยาทางการศึกษาชาวอเมริกา ซึ่งท่านได้ศึกษาพฤติกรรม การเรียนรู้ของมนุษย์ไว้เปึน ๖ ระดับ

เริ่มจากด้านล่างเลย ก็จะเห็นว่าขั้นต้นที่สุดพฤติกรรมของการเรียนรู้ ของมนุษย์ขั้นต้นที่สุดจะเปึนเรื่องของการจดจำ ใช้ความจำเพื่อค้นหานิยามข้อเท็จจริง ทบทวนข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา สามารถที่จะบอกข้อมูลจดจำ บอกสัญลักษณ์ต่าง ๆ ได้

ถัดไปเปึนขั้นที่ ๒ ใช่ไหมคะก็คือเรื่องของการทำความเข้าใจเมื่อจดจำได้แล้ว ก็ต้องมีความเข้าใจในความสำคัญของมัน สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสิ่งที่เรียนไปได้

ถัดไปอีก เปึนเรื่องของการประยุกต์ใช้ จดจำแล้ว เข้าใจแล้วก็สามารถที่จะนำ เนื้อหาที่เราเรียนมาประยุกต์ใช้ ดำเนินการศึกษาค้นคว้าข้อมูลในเชิงลึกในรูปแบบใหม่ ๆ ได้ นำความรู้ที่ได้มาไปแก้ไขปัญหาได้จริง ๆ

ถัดไปอีก เปึนเรื่องของการวิเคราะห์ คือนำเนื้อหา นำแนวคิดแบ่งเปึนส่วน ต่าง ๆ ระบุความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้ มองเห็นทั้งภาพรวมแล้วก็รายละเอียด จากนั้น ก็สามารถที่จะแยกแยะหาความสัมพันธ์และเชื่อมโยงเหตุผลกันได้

ขั้นที่ ๕ จะเปึนเรื่องของการประเมิน คือสามารถที่จะใช้กฎเกณฑ์ สามารถ เลือกข้อมูลที่มีเหตุมีผลในการสนับสนุนการตัดสินใจของตัวเองได้ และ

ขั้นสุด ที่เราควรจะมุ่งหวังให้เด็ก ๆ ของเรามี ก็คือเรื่องของการสร้างสรรค์ สามารถที่จะรวบรวมองค์ประกอบความรู้ทั้งหมดตั้งแต่ขั้นต้น มาสร้างเปึนองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ พัฒนาสิ่งใหม่ ๆ และนี่คือสิ่งที่ทำให้โลกของเราก้าวหน้ามาถึงทุกวันนี้ค่ะท่านประธาน

ดิฉันขอตั้งคำถามในสภาแห่งนี้ว่า ลองนึกย้อนไปถึงระบบการศึกษาที่พวกเรา เรียนกันมาท่านประธาน ว่าการศึกษาที่พวกเราเรียนกันมามันนำพวกเรามาถึงได้ขั้นไหน ซึ่งคำตอบก็คือนำมาได้ถึงแค่ขั้นต้น ก็คือในเรื่องของการจดจำและเรื่องของการทำความ เข้าใจเท่านั้นเอง ระบบการศึกษาของเรายังติดกับดักที่จะมุ่งเน้นการผลิตนักเรียน เน้นให้ เรียนดี เน้นให้ท่องจำ เน้นให้เรียนหนัก แต่ขาดความคิดวิเคราะห์ค่ะท่านประธาน ขาดการ สนับสนุนให้เด็กมีความกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ และตัดสินใจด้วยตนเองอย่างรอบคอบ มีวิจารณญาณและมีหลักฐานมารองรับ ทำให้ระบบการศึกษาของพวกเรามีปัญหามาถึงทุกวันนี้ ทำให้นักเรียนและผู้เรียนของพวกเราไม่เคยเข้าใจความหมายของกระบวนการเรียนรู้ เมื่อเขา ไม่เข้าใจความหมายของกระบวนการเรียนรู้ มองไม่เห็นเปัาหมายของการเรียนรู้ ไม่มี ความสุขกับระบบการศึกษา ในที่สุดเขาก็จะมองไม่เห็นค่ะท่านประธาน ว่าเขาจะใช้สิ่งเหล่านี้ ในชีวิตได้อย่างไร ท่านประธานคะ เมื่อเด็กที่หมดกำลังใจจะใฝ์ฝันมาเจอกับคุณครูที่เขาแม้จะ เป้ืยมความหวังดีแค่ไหนก็ตาม แต่ภาระในชีวิตครูก็ล้นมือ และคุณครูเองก็อยู่ในระบบ การศึกษา ที่ก็ทำให้ตัวเองเปึนหนี้เปึนสิน มีการตัดสินใจทางการเงินที่ไม่ได้รอบคอบเสมอไป เหมือนกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้แสงของความหวังที่เราจะเปลี่ยนประเทศนี้ด้วยระบบการศึกษา แม้ว่ามันจะถูกเชิดชูมาทุกยุคทุกสมัย มันก็วูบไหวและพร้อมจะดับอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ยิ่งมาพูด กันตามตรงว่าคนไทยขาดความรู้ทางการเงิน เพราะว่าระบบการศึกษาของเราไม่ได้คิด การคิดวิเคราะห์ ก็ยังให้ความรู้ด้านการเงินและการลงทุนที่น้อยมาก

ขอสไลด์หน้าถัดไป ดิฉันขอสนับสนุนการอภิปรายของ สส. ปารมีว่า การให้ความรู้ทางการเงินกับเด็ก ๆ ของเราเปึนเรื่องจำเปึนมาก และไม่จำเปึนที่จะต้องทำ ในรูปแบบที่ยากเลย บนสไลด์จะเปึนรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้บอร์ดเกมมานำเสนอการเรียนรู้ เรื่องการเงินให้กับเด็กตั้งแต่ชั้นเรียนประถมเลย ซึ่งในวัยประถมเราก็อาจจะสอนเขา เรื่องความสำคัญของการออมเงิน ความสำคัญของการที่เขาจะวางแผนทางการเงิน ให้เขาเรียนรู้ผ่านการเล่น คุณครูและผู้เรียนสามารถเรียนรู้ไปด้วยกันอย่างสนุกสนานได้ และเมื่อเขาโตขึ้นมาเราก็ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินที่ลึกขึ้น พูดถึงการวางแผนภาษีส่วนบุคคล การวางแผนปลดหนี้ รู้จักการบริหารทางการเงินในยุคดิจิทัลต่าง ๆ การเข้าถึงสินเชื่อ การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน รู้ภัยทางการเงิน แล้วก็สามารถที่จะวางแผนการเกษียณ อย่างมีคุณภาพได้ ซึ่งถ้าเราสอนกันตั้งแต่ในระบบการศึกษาก็จะปัองกันปัญหาระยะยาว ได้อย่างดีที่สุด ดิฉันต้องฝากไปยังท่านกรรมาธิการที่จะทำหน้าที่พิจารณาศึกษาปัญหานี้ว่า ขอให้คิดอย่างรอบคอบ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว บังคับใช้กฎหมายให้ครอบคลุม แก้ไขกฎหมายให้รัดกุมแล้ว มีการตั้งกองทุนเพื่อลดความเสียหายให้ประชาชนแล้ว อำนวยความสะดวกให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนอย่างละเอียดแล้ว ก็อย่าลืมเลือกที่จะมอบภูมิคุ้มกันจากความไม่รู้ให้กับประชาชนตั้งแต่ต้นมือค่ะ ในโลกที่มัน ท่วมท้นด้วยข้อมูลข่าวสาร การแสดงความคิดเห็นที่จริงบ้าง ลวงบ้าง เสมือนจริงบ้าง ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์วิพากษ์เปึนสิ่งสำคัญ ดิฉันจึงขอฝากประเด็นนี้ไว้ในสภาแห่งนี้ และขอส่งกำลังใจให้กับประชาชนที่กำลังประสบภัยทางการเงินอยู่ในขณะนี้ ขอให้ทุกท่าน ได้รับความเปึนธรรมโดยไว และดิฉันขอส่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ขอให้พวกท่าน ทุกท่านทำงานเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่ประชาชนผู้เปึนเจ้านายของพวกเราอย่างเต็มที่ด้วย ขอบคุณมากค่ะ