ภคมน ชี้ปัญหาขายตรงใช้สื่อสร้างภาพ ผลักดันติดฉลากโฆษณาชัดเจน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗

ภคมน หนุนอนันต์ หารือปัญหาธุรกิจขายตรงที่ใช้สื่อและบุคคลมีชื่อเสียงในการสร้างความน่าเชื่อถือจนประชาชนหลงผิด พร้อมเสนอให้มีการติดฉลากชัดเจนเพื่อแยกแยะเนื้อหาโฆษณาหรือการประชาสัมพันธ์ที่ได้รับการสนับสนุน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ยกตัวอย่างกรณีสื่อต่างประเทศที่นำเสนอสินค้าไทยภายใต้การสนับสนุนของรัฐ เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้อย่างมีวิจารณญาณ และเรียกร้องให้มีมาตรฐานจริยธรรมร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชนในการใช้งบโฆษณา รวมถึงบทบาทของสื่อในการผลิตเนื้อหาอย่างรับผิดชอบและโปร่งใสต่อสาธารณะ

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภาค่ะ ดิฉัน ภคมน หนุนอนันต์ ผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ปัญหาธุรกิจขายตรง ซึ่งเข้าข่ายลักษณะการฉ้อโกงประชาชน มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดกันไปแล้ว ในหลากหลายมิตินะคะ แต่มิติที่ดิฉันจะพูดต่อไปนี้เปึนมิติที่สำคัญ ซึ่งเปึนกลไกทำให้เกิดการ หลงเชื่อของประชาชนในวงกว้างค่ะ ซึ่ง Model ทั่วไปสำหรับธุรกิจลักษณะนี้ที่เราคุ้นเคย กันดีนะคะ คือการใช้ดาราค่ะ การใช้บุคคลมีชื่อเสียง คนมีเครดิตในสังคมมาเปึน Presenter รับบทเปึนผู้บริหารนะคะ ซึ่งเมื่อเกิดความเสียหายเราก็อาจมองว่าเปึนความรับผิดชอบ เฉพาะบุคคลที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อกฎหมายและสาธารณะเปึนกรณี ๆ ไป แต่อีกด้านหนึ่งค่ะ ในการสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กรจนนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินเงินทองจำนวนมาก มั กเกิดจากลักษณะการโน้มน้าวให้เชื่อค่ะ และปัจจัยที่มีส่วนสำคัญในกระบวนการเหล่านี้ก็คือ สื่อ ซึ่งสื่อในที่นี้ที่ดิฉันหมายถึงไม่ใช่แค่สื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวนะคะ แต่รวมถึงสื่อโฆษณา ดารานักแสดง รายการ Variety ประเภทต่าง ๆ ซึ่งเหล่านี้ก็นับเปึนสื่อเหมือนกันทั้งสิ้นค่ะ แน่นอนค่ะว่าในด้านหนึ่งเราต้องสนับสนุนให้สื่อมีเสรีภาพ ไม่ถูกจำกัดด้วยอำนาจของรัฐ และอำนาจของทุน แต่ขณะเดียวกันค่ะเสรีภาพของสื่อมวลชนก็ต้องมาพร้อมกับ ความรับผิดชอบต่อประชาชนและสังคมด้วยค่ะ การนำเสนอเรื่องราวของสื่อผ่านเรื่องเล่า ผ่านรายการทีวี ผ่านสื่อต่าง ๆ มีการนำเสนอเรื่องราวของบุคคลที่ต่อสู้ชีวิตมา ตั้งแต่ศูนย์ จนประสบความสำเร็จ หรือ Story โน้มน้าวสร้างความหนักแน่นให้ประชาชนที่ดูรายการ หลงเชื่อนะคะว่าบุคคลที่อยู่ในหน้าข่าว บุคคลที่อยู่ในหน้าสื่อ บนรายการเหล่านั้นเปึนคนดี เปึนคนที่ประสบความสำเร็จ จนเขาเกิดความไว้วางใจและใส่เงินของพวกเขาลงไป ไม่ว่าเงินนั้นจะเปึนเงินเก็บ เงินกู้ก้อนสุดท้ายก็กล้าที่จะฝากอนาคตของเขาไว้กับคนเหล่านั้น ข้อสังเกตค่ะท่านประธาน รายการที่นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ดูเหมือนชื่อก็ดูจะเปึนรายการที่นำเสนออย่างเปึนกลาง เช่น รายการนำเสนอเรื่องราว นักธุรกิจที่อายุยังน้อยจนประสบความสำเร็จ รายการ Talk Show ที่นั่งสัมภาษณ์ประวัติคน เส้นทางความสำเร็จนะคะ แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปเราจะเห็นความพยายามบางอย่าง เปึนขบวนการ เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้ออกมาสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็รู้กันดีว่า ถ้าเราเปึนนักธุรกิจ หรือมีธุรกิจสักอย่างหนึ่งแล้วต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ ต้องการสร้าง ชื่อเสียง เราสามารถที่จะเอางบประมาณไปทำการ PR ประชาสัมพันธ์ผ่านรายการต่าง ๆ ได้ เปึนเรื่องปกติค่ะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่เห็นความรับผิดชอบจากคนที่ทำหน้าที่นำเสนอ เรื่องราวเหล่านี้ ด้วยการแปะปัายติดฉลากว่าเนื้อหานี้คือเนื้อหาโฆษณา ประชาสัมพันธ์ PR เมื่อนำเสนอแบบเนียน ๆ แบบนี้ ที่ผู้ชมเขาไม่สามารถแยกได้ว่า นี่คือ Content ที่รายการ ตั้งใจผลิตขึ้นมาเอง หรือเปึน Content ที่ถูกว่าจ้าง การไม่โปร่งใสในลักษณะนี้ดูเหมือน จะเปึนจุดเล็ก ๆ นะคะ แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายในครั้งนี้ มันเกิดจากการละเลยในมาตรฐานวิชาชีพค่ะ แล้วทางออกเรื่องนี้เปึนอย่างไร ง่ายมากค่ะ ท่านประธาน แค่เราต้องมีมาตรการแปะปัายฉลากให้ผู้ชมทราบนะคะว่าเนื้อหาที่กำลังรับชม อยู่ในขณะนี้เปึนเนื้อหาที่สื่อรายการเหล่านั้นผลิตขึ้นมาเอง หรือเนื้อหาไหนเปึนเนื้อหา ที่เกิดจากการจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเปึนด้วยภาครัฐ เอกชน บุคคล นักธุรกิจ นักการเมือง หรือพรรคการเมือง เพื่อให้ผู้ชมเขาได้ทราบอย่างตรงไปตรงมาว่า วัตถุประสงค์ในการ นำเสนอของรายการคืออะไรกันแน่ ท่านประธานคะ เวลาที่เราเลือกซื้ออาหารนี่เรายังได้อ่าน ฉลากข้างซองเลยนะคะว่าผลิตโดยใคร มีคุณค่าโภชนาการเท่าไร มี อย. หรือไม่ แล้วทำไม เวลาเราบริโภคสื่อทำไมเราทำแบบนั้นไม่ได้ อย่าให้ช่องว่างตรงนี้ใช้เปึนช่องทางให้กลุ่มคน บางพวกที่ไม่หวังดีใช้เปึนโอกาสในการฟอกขาวตัวเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการ หลอกลวงประชาชนในวงกว้าง

หลายท่านอาจตั้งคำถามว่ามาตรการที่ดิฉันนำเสนออยู่นี้ ถ้าปฏิบัติจริง มันเปึนไปได้มากน้อยแค่ไหนดิฉันอยากชวนให้ดูแนวทางปฏิบัติของสื่อสากลอย่าง CNN ครั้งหนึ่ง CNN เคยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทยผ่าน Content ข้าวเหนียวมะม่วง ค่ะ ซึ่ง Content ชิ้นนั้นมีการระบุอย่างชัดเจนว่าเขาได้รับ Sponsorship จากหน่วยงานรัฐ ในประเทศไทยทำให้ผู้อ่านรู้วัตถุประสงค์ในการนำเสนอทันที และสุดท้ายเขาจะตัดสินมา เที่ยวประเทศไทยอยากกินข้าวเหนียวมะม่วงหรือไม่ก็อยู่ที่วิจารณญาณของผู้อ่านเอง ซึ่งวิธีการขายแบบนี้ดิฉันคิดว่า Fair ดีนะคะ ทั้งกับคนซื้อและคนขาย ดีกว่ามารู้ทีหลังว่า ตนกำลังหลอกขาย ดังนั้น หากธุรกิจใดไม่มีเจตนาแอบแฝงก็ไม่มีความจำเปึนในการซ่อน เนื้อหาขายให้แนบเนียนเลยค่ะ

สุดท้ายนี้ดิฉันคิดว่านอกจากครั้งนี้จะเปึนโอกาสในการสังคายนาธุรกิจขายตรง และแชร์ลูกโซ่แล้ว ยังเปึนโอกาสที่ดีในการสร้างคุณค่าทางสังคม เรื่องความโปร่งใสในแวดวง ธุรกิจสื่อให้เกิดขึ้น ใช้โอกาสนี้ในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ทุกคนทุกภาคส่วน เห็นความสำคัญของการมีแนวปฏิบัติในการใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่โปร่งใส ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรสื่อ ก็ควรมีการทำฉันทามติร่วมกัน เพื่อกำหนด มาตรฐาน หรือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการทำงานโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่โปร่งใส และมีจริยธรรม สำหรับองค์กรสื่อก็ควรร่วมกันสร้างมาตรฐานด้วยการแปะปัายฉลากค่ะ ระบุประเภทของเนื้อหาเพื่อยืนยันในหลักความโปร่งใสอย่างเคร่งครัด ส่วนภาครัฐ และเอกชนก็ควรมีวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อกำหนดขอบเขตงานให้ชัดเจน รวมถึงการสร้าง ระบบข้อมูลแบบเป่ด หรือ Open Data เพื่อให้มีการเป่ดเผยการใช้งบประมาณโฆษณา ประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน ให้ประชาชนทั่วไปเขาสามารถเข้าตรวจสอบเข้าถึงได้ และทั้งหมดนี้ ไม่ได้มีประโยชน์แค่การตรวจสอบ แต่ยังมีประโยชน์ในการสร้างระบบนิเวศให้สังคม ทำให้สื่อที่มีคุณภาพเขาสามารถดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดได้ค่ะ และข้อเสนออย่างเปึนระบบ ทั้งหมดนี้มาจากรายงานการวิจัยค่ะ การจัดการงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ และเอกชนขององค์กรสื่อ สู่การสร้างธรรมเนียมปฏิบัติที่มีจริยธรรมที่โปร่งใส ท่านประธานคะ ถึงวันนี้ดิฉันคิดว่าเราเห็นตรงกันแล้วนะคะว่า ความเสียหายของกรณีดิไอคอน ถือเปึน บทเรียนสำคัญของสังคมไทย เราเรียกร้องความรับผิดชอบจากบริษัท จาก PR จากบรรดา Boss ต่าง ๆ ไปแล้วค่ะ ดิฉันคิดว่าอีกส่วนหนึ่งที่คุณปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เลยนะคะ นั่นก็คือสื่อที่นำเสนอเรื่องราวเหล่านี้ คุณมีส่วนสร้างให้ Boss เหล่านี้มีตัวตนขึ้นมา และดิฉันหวังว่าจะเห็นความรับผิดชอบของสื่อเหล่านี้ และอยากให้ท่านหันมากำหนด แนวทางในการผลิตงานโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่โปร่งใส ยกระดับวิชาชีพเพื่อไม่ให้สื่อ กลายเปึนส่วนหนึ่งของกระบวนการ ที่ทำให้เกิดความเสียหายมากมายขนาดนี้ในอนาคตอีก ขอบคุณค่ะ