ปรีติ เจริญศิลปี หารือกรณีบริษัทขายตรงที่ต้องสงสัยว่าฉ้อโกงประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการเพิกเฉยต่อการร้องเรียนที่มีมายาวนานตั้งแต่ปี 2561 และความล้มเหลวของหน่วยงานรัฐ เช่น สคบ. ที่ไม่ดำเนินการตาม พ.ร.บ. ขายตรงฯ ทั้งที่กิจกรรมเข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น การชักชวนเข้าเครือข่ายเพื่อรับผลตอบแทนแบบพีระมิด พร้อมเสนอให้เพิกถอนทะเบียนธุรกิจและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงกรณีการเรียกรับผลประโยชน์โดยบุคคลในตำแหน่งเลขานุการกรรมาธิการ โดยเสนอมาตรการตรวจสอบประวัติผู้ได้รับตำแหน่งและเรียกร้องให้ติดตามคดีอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการทุจริตในรัฐสภา
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ปรีติ เจริญศิลปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายญัตติด่วนการขายตรงอันเปึนการฉ้อโกงประชาชนครับ ก่อนอื่นผม ต้องขอแสดงความห่วงใยกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ด้วยครับ วันนี้ครับสังคมเราออกข่าวกันอยู่ทุกวัน ไปมุ่งเน้นเรื่องเกี่ยวกับคลิปเสียง การตบทรัพย์ คลิปเสียงการโยกย้ายข้าราชการ อยากรู้ว่าเทวดาคือใคร แต่ในความเปึนจริงแล้วผมอยากชวน ผู้แทนราษฎรมาชวนกันคิดว่าสาเหตุจริง ๆ เกิดจากอะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และเพราะอะไร ครับ เพราะวงจรนี้ทำให้คนที่เกี่ยวข้องเปึนแสนคนได้รับความเดือดร้อน
ประเด็นหลักที่ผมจะอภิปรายคือสาเหตุของเรื่องนี้ครับ เราลองมาลองคิดดูว่า ประเด็นหลักของมันที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนนี้ เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ในการหละหลวม ในการบังคับใช้กฎหมาย หรือเกิดจากสภาผู้แทนราษฎรออกกฎหมายไม่ชัดเจนกันแน่ ผมลองไปดูกฎหมายที่วันนี้มีการดำเนินคดีไปแล้ว ผู้ต้องหาอยู่ในเรือนจำไปแล้วครับ ข้อหาที่เขาแจ้งไปก็คือคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน กับผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ๒ อันนี้ มันเปึนกฎหมายทั่วไปที่ตำรวจใช้เสมอครับ แต่กฎหมายอีก ๒ ตัวครับ ที่ยังไม่ได้มีการพิจารณา จากหน่วยงานรัฐเลยนะครับ ทั้งที่มีการร้องเรียนกันมาแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๖๑ คือ พ.ร.บ. ขายตรง กับอีกอันหนึ่งครับ พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เปึนการฉ้อโกงประชาชนครับ ๒ หน่วยงานดูแล ๒ พ.ร.บ. ตัวนี้อยู่
อันแรก พ.ร.บ. ขายตรงและตลาดแบบตรง ป้ ๒๕๔๕ ใน พ.ร.บ. ผมลองไปดู ว่าหน่วยงานไหนเขารับผิดชอบ ปรากฏว่ามาตรา ๑๘ เขาก็ระบุว่า ให้สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคนี่ครับ เปึนผู้รับผิดชอบในงานธุรการของคณะกรรมการและมีหน้าที่ รับคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ติดตามสอดส่อง พฤติกรรมในการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง และปฏิบัติงานให้เปึนไปตาม พระราชบัญญัตินี้นี่คือหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้ สคบ. เขาต้องทำชัดเจนครับ หลังจากนั้น ที่ผมทราบมาว่ามีการร้องเรียนเมื่อป้ ๒๕๖๑ แต่ปรากฏว่าทาง สคบ. ก็ส่งเรื่องไปหน่วยงานอื่น แทนที่ตัวเองจะดูว่าอยู่ในความรับผิดชอบของกฎหมายที่ตัวเองได้รับมอบหมายหรือไม่ ก็ได้ส่งหนังสือไปถึงสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แต่ปรากฏว่าส่งเรื่องไปแล้วเงียบครับ สคบ. เขาไม่ได้ มีการตามเรื่อง รู้สึกมีแค่ อย. ที่ตอบกลับมาแค่นั้นเองในเรื่องเกี่ยวกับการโฆษณา ผมลองมาดู พ.ร.บ. ขายตรงครับ มาตรา ๑๙ ระบุไว้ชัดว่า ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและ ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงดำเนินกิจการในลักษณะเปึนการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเปึน เครือข่าย วรรคสุดท้ายครับ โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วม เครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น ลักษณะมันใกล้เคียง ไหมครับ สคบ. ทำอะไรอยู่ อันนี้ผมเชื่อว่า สคบ. มีดุลยพินิจเองที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่ข้อเท็จจริงที่สังคมเขารับทราบว่า มันมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมาก มันจะเรียกว่า ไต่เส้นกฎหมาย
เรื่องต่อมาครับ เรื่องอำนาจในการเพิกถอนทะเบียน สคบ. ก็มีอำนาจ ในมาตรา ๔๒ ซึ่งผมทราบข่าวว่า ทางภาครัฐกำลังดำเนินการอยู่นะครับ เขาระบุว่า เมื่อกรณี ปรากฏแก่นายทะเบียนภายหลังว่าผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง รายใด ประกอบธุรกิจไม่เปึนไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอน จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงได้และแจ้งเปึนหนังสือ พร้อมทั้ง เหตุผล ให้กับผู้ประกอบการทราบภายใน ๗ วัน นับแต่มีคำสั่งเพิกถอนครับ กรณีนี้ สคบ. ก็ยังไม่ได้ทำ แต่เวลาเกิดเรื่องขึ้นมาครับ รัฐบาลก็มีการสั่งการให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ทันที นอกจากนั้นที่ผมเห็นครับ เจ้าหน้าที่รัฐคือ สคบ. นั่นเอง ในฐานะที่ สคบ. เปึนเลขา คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงที่ตั้งตาม พ.ร.บ. ครับ ไม่ได้รายงานไปให้ คณะกรรมการทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่กลับส่งเรื่องอย่างที่บอกไปยังหน่วยงานอื่น ให้พิจารณาตามกฎหมายอื่น แล้วกฎหมายของตัวเองไม่ได้ดู ไม่ได้รายงานประธานทราบ ทั้งที่เขามีการแต่งตั้งคณะกรรมการครบถ้วนอย่างเปึนทางการไว้แล้วด้วยในอดีต ข้อนี้ครับ ผมคิดว่ามันเปึนการหละหลวมแล้วก็ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐอันหนึ่งครับ
ประเด็นข้อเสนอนี้ ผมอยากฝากรัฐบาลครับ ปัจจุบันที่ดำเนินคดีไปแค่ ๒ เรื่องเท่านั้น ยังไม่มีเรื่องของ พ.ร.บ. ขายตรงและตลาดแบบตรง และ พ.ร.ก. การกู้ยืมเงิน ที่เปึนการฉ้อโกงประชาชน ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังที่ดูแลอยู่
ข้อต่อมา เรื่องนี้เจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่อย่างหนึ่งคือ มีคลิปเสียงออกมาครับ เรื่องเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ให้ดูแลรายเดือนครับ ที่ผ่านมาในกรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็มีการสอบสวน ผู้ที่มีตำแหน่งเลขานุการกรรมาธิการ มีการ ไปหลอกลวงเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง สอบเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินคดีครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ผมอยากเสนอมาตรการเพื่อปัองกันการตบทรัพย์ รีดทรัพย์ หรือเรียกรับผลประโยชน์ของคนที่มีตำแหน่งในสภาแห่งนี้ครับ อย่างแรก คือตำแหน่งเลขานุการหรือที่ปรึกษาใด ๆ ก็ตามในกรรมาธิการ อยากฝากทางท่านประธานครับ ต้องตรวจสอบประวัติก่อนหรือให้มีการเซ็นยินยอมให้ตรวจสอบประวัติได้เพื่อให้ทางกรรมาธิการ พิจารณาก่อนที่จะรับเข้ามามีตำแหน่ง
ข้อที่ ๒ ผู้ที่กระทำผิดตรงนี้ครับ บางเรื่องเปึนความผิดฉ้อโกงที่ยอมความกันได้ ที่ผ่านมาเราส่งเรื่องให้ทางตำรวจทำ เราไม่รู้ครับว่าเขาไปยอมความกันหรือเปล่า เพราะมัน เปึนความผิดส่วนตัวเกี่ยวกับทรัพย์ครับ ผมอยากให้ทางสภาต้องติดตามคดีด้วยครับ ให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เปึนเยี่ยงอย่าง ไม่ให้คนมีตำแหน่งในสภาแห่งนี้ไปดำเนินการ ที่ผิดกฎหมาย ไปเรียกรับผลประโยชน์หรือไปรีดทรัพย์ ตบทรัพย์จากบุคคลภายนอกอีกครับ ฝากไว้เท่านี้ ขอบคุณครับ