ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ หารือญัตติด่วนเกี่ยวกับการค้าขายตรงและปัญหาแชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศ โดยวิเคราะห์กลไกการหลอกลวงและการมีส่วนร่วมของหลายฝ่าย พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโดยอ้างอิงมาตรการรัดกุมจากสิงคโปร์ และเน้นย้ำความสำคัญของการส่งเสริมวินัยทางการเงินและการรู้เท่าทันให้แก่ประชาชนเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ พรรคประชาชน วันนี้ผมก็ขอ มีส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับญัตติด่วนการขายตรงและแชร์ลูกโซ่ ในประเด็นนี้นะครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตขึ้นสไลด์นิดหนึ่งครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
คือปัญหาของประเทศไทยนี้ มีปัญหาเรื่องแชร์ลูกโซ่มานานมากแล้ว ตั้งแต่ ๓๐-๔๐ ป้ที่แล้วก็มีปัญหามาโดยตลอด แล้วก็ไม่เคยแก้ไขได้ สาเหตุเกิดจากอะไรผมก็จะทำ Diagram ให้ดูนะครับท่านประธาน ลองดูที่หน้าจอนะครับ กรณีที่มีแชร์ลูกโซ่เกิดขึ้นก็จะมีกลุ่มผู้เสียหาย กลุ่มผู้เสียหาย ก็จะมาแจ้งกับตัวแทน นายหน้า ทนาย หรือว่า Lobbyist ต่าง ๆ ซึ่งคนไทยรู้จักกันในนาม นักร้อง ตรงนี้ก็จะมีการแจ้งความกันเข้ามา เมื่อนักร้องได้รับการร้องเรียนขึ้นมานี่ทำอย่างไร ๑. ก็คืออาจจะติดต่อไปทางตำรวจ แล้วอย่างที่ ๒ ก็คือติดต่อไปยังเจ้าของบริษัทแชร์ลูกโซ่ เพื่อเจรจา ทำไมเขาถึงต้องมีนักร้องไม่คอยเจรจา เพราะว่าเมื่อมีการหลอกลวง สมมุติว่า หลอกไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทาง Boss ได้ไปแล้ว ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เกิดอะไรขึ้น มีผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งอาจจะมาร้องเรียนว่าเสียหายประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท นักร้องจะเปึน คนคอยเจรจาให้ เจรจากับ Boss ว่าจ่ายไปเถอะ ๑๐๐ ล้านบาท มันไม่เยอะหรอกเพื่อแลก กับการไม่ถูกดำเนินคดี เมื่อ Boss ได้ยินดังนั้นก็โอเคยอมจ่าย จ่ายให้ผู้เสียหายไปเส้นสีแดง ๑๐๐ ล้านบาทยอมจ่าย ยอมจ่ายแล้วอย่างไร นักร้องนี้ก็บอกว่า เพื่อให้ป่ดคดีนะครับ ขอให้จ่ายให้นักร้องด้วยอีก ๒๐ ล้านบาทอันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น แค่นั้นไม่พอ ผู้เสียหายที่ได้เงิน ก็ยังต้องให้ค่าเสียเวลากับนักร้องด้วย นักร้องบอกมีค่าดำเนินการ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ว่ากันไปนะครับ ได้ไปแล้วอีก ๑๐ ล้านบาทตรงนี้ เพราะฉะนั้นนี่มันคือธุรกิจที่ทำให้นักร้องอยู่ได้ แล้ว Boss ก็อยู่ได้ กลุ่มผู้เสียหายที่ร้องเรียน ก็อยู่ได้ แค่นั้นไม่พอยังมีตำรวจ ตำรวจก็บอกว่าถ้าจะไม่ให้ดำเนินคดีก็ขอด้วย ขอด้วยเท่าไร ก็ว่ากันไป สิ่งเหล่านี้คือปัญหาของประเทศไทย เพราะว่าถ้าเกิดกลุ่มผู้เสียหายมีน้อยมีไม่กี่คน มาแจ้งความกับตำรวจโดยตรง ตำรวจก็เกียร์ว่าง อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้ ปัญหาตรงนี้แล้วเราทำอย่างไรครับ เราก็ต้องแก้ที่ปัญหานะครับ เราต้องหาวิธีแก้ อันนี้ผมยกตัวอย่าง ขอหน้าถัดไปนะครับ ยกตัวอย่างกฎหมายของประเทศ สิงคโปร์ คือประเทศสิงคโปร์นี้แทบจะไม่มีคำว่า แชร์ลูกโซ่เลยนะครับ แทบจะไม่ได้ยินเลย จนล่าสุดเมื่อประมาณ ๒ วันที่แล้ว เกิดแชร์ลูกโซ่เกิดขึ้น เห็นไหมครับท่าน Thai Women คนไทยไป Scam อยู่ที่สิงคโปร์ได้เงินไป ๓๒ ล้านเหรียญ คนไทยอีกแล้ว ประเทศสิงคโปร์เองไม่มี กลายเปึนคนไทยไปทำตรงนั้น อันนี้เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่อย่างไร ก็คือ หญิงไทยคนนี้ถูกตัดสินจำคุก ๑๔-๑๕ ป้ วิธีการก็คือว่าเธอรับ Preorder สินค้าหรู อย่างกระเปิา Brand name นาําิกา แล้วก็ในราคาที่ถูก สมมุติว่ากระเปิาใบละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท อาจจะตั้งราคาที่ ๒๕๐,๐๐๐ บาท พอรับเงินมาก่อนก็ไปซื้อกระเปิาให้ช่วงแรก ๆ แล้วเอา เงินของคนต่อ ๆ ไปมาซื้อกระเปิา ให้กับคนที่ Order ล่วงหน้า ก่อนหน้านั้นอีกทอดหนึ่ง อันนี้สิงคโปร์ถือว่าเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ เปึนการนำเงินของคนข้างหลังมาจ่ายให้คนข้างหน้า แล้วสุดท้ายวงก็แตกเนื่องจากว่าไม่มีเงินพอที่จะไปซื้อแล้ว เพราะว่าแต่ละครั้งที่ซื้อคือขาดทุน กระเปิาใบละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ขายแค่ ๒๕๐,๐๐๐ บาท อันนี้คือคนไทย แล้วก็ถูกตัดสิน แต่ว่าผู้เสียหายนี้ประมาณ ๑๘๙ คนเท่านั้น ไม่ได้เยอะ แล้วตรงนี้คือจะบอกว่า ถึงแม้ กฎหมายจะเข้มงวดอย่างไรคนก็ยังทำผิดได้ อย่างประเทศสิงคโปร์ก็มีกฎหมายเข้มงวด โทษรุนแรง กฎหมายข้อเด่นของประเทศสิงคโปร์ เดี๋ยวผมจะบอกว่ามีการบังคับใช้ที่แบบ ดำเนินคดีได้รวดเร็ว มีหน่วยงานเฉพาะสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะเลย มีมาตรการในการ ตรวจสอบธุรกิจเชิงรุก กำกับดูแลการโฆษณา มีการควบคุมการระดมทุน เฝัาระวังธุรกรรม ที่ต้องสงสัย มีระบบร้องเรียนแบบรวดเร็ว มาตรการเยียวยาให้กับผู้เสียหายด้วย ให้ข้อมูล สาธารณะ แล้วก็คุ้มครองพยาน สิ่งเหล่านี้เขาจะทำเท่าไรก็ตาม แต่ก็ยังมีเกิดเหตุการณ์ ขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราควรจะต้องปัองกันด้วยนอกจากเราปัองปรามแล้ว เราจับแล้ว เราก็ต้องมีวิธีการฉีดวัคซีนปัองกันให้กับประชาชนก็คือให้ความรู้กับประชาชน ที่บอกว่า ได้ผลตอบแทนดี ผลตอบแทนเดือนละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ป้ละ ๕ เปอร์เซ็นต์ มันเปึนไปไม่ได้ อันนี้ประชาชนต้องมีความรู้ว่าถ้าเกิดผลตอบแทนขนาดนั้นนี่มันมีโอกาสเข้าข่ายหลอกลวงแทบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ผลตอบแทนที่เกิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ นี่คือแทบจะเปึนไปไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเปึนบริษัทที่จัดการทรัพย์สินที่เก่งที่สุดในประเทศ ในโลกเลยก็ยังทำไม่ได้ ยังให้ Commitment ไม่ได้ว่าจะให้ผลตอบแทนเกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เขาไม่เคย Commitment เพราะฉะนั้นถ้าประชาชนรู้ตรงนี้ว่า ผลตอบแทนเกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อป้เปึนไปไม่ได้ ก็จะลดการถูกหลอกลวงได้ อย่างไรก็ตามนะครับ Financial Literacy อย่างที่อาจารย์จวง ได้พูดไปนั้นสำคัญมาก ๆ ควรจะสอนให้กับเด็กนักเรียนชั้นต้นเพื่อจะเปึนการฉีดวัคซีนให้กับเขา แล้วก็ไม่สามารถที่จะถูกหลอกได้ง่าย เวลามีน้อย ความจริงก็มีกฎหมายอยู่หลายตัวในสไลด์ แต่ว่าไม่ได้โชว์ ขอขอบคุณท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ ผมก็สนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อดูแลเรื่องนี้แล้วก็กำจัดแชร์ลูกโซ่ให้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นก็จะเปึนเหมือนกับ Diagram ที่ผมเขียนไปเหมือนเดิม เราพูดไปเท่าไรก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ถ้าวงจรอุบาทว์นี้ ยังมีอยู่ ขอบคุณครับ