ภูมิธรรม ชี้ปมเปลี่ยนสนามบินเป็นสวนสาธารณะ ต้องพิจารณาความปลอดภัยก่อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๗

ภูมิธรรม เวชยชัย ชี้ประเด็นความไม่เหมาะสมในการเปลี่ยนพื้นที่สนามบินทหารที่เคยใช้สำหรับการกระโดดร่มมาเป็นสวนสาธารณะ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการบินจากการดึงดูดนกด้วยต้นไม้และอาหาร จึงเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาทุกมิติอย่างรอบคอบโดยยึดข้อมูลและข้อเท็จจริง ไม่ตัดสินใจจากอารมณ์หรือเสียงเพียงด้านเดียว โดยเน้นย้ำความจำเป็นของความร่วมมือระหว่างฝ่ายต่าง ๆ การตรวจสอบด้วยเหตุผล และกระบวนการที่โปร่งใส โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ความปลอดภัยของเครื่องบินพาณิชย์ และผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ราชการ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมเตรียมใจ มาแล้วว่าจะมาคุยอย่างหารือกัน แต่ว่าเสียงท่านสมาชิก โอ้โฮ บาดใจเหลือเกิน ใช้ซุ่มเสียง ที่เหมือนกับจะทะเลาะกัน หรือโกรธกันมาไม่รู้กี่สิบปี เรียนอย่างนี้ครับ ผมว่าสิ่งที่ท่านพูดมา ทั้งหมด ท่านเป็นการหยิบเอาเฉพาะเรื่อง เฉพาะส่วนมาอธิบายภาพทั้งหมด ท่านพยายามที่ จะหยิบตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งมันไม่สามารถตอบโจทย์ของภาพใหญ่ได้ อยากให้ท่าน รอบคอบแล้วมองทุกมิติ การที่จะสามารถเข้าใจภาพรวมทั้งหมดจะได้ไม่ต้องรู้สึกอารมณ์ บูดขึ้น ก้าวร้าว เสียงต่าง ๆ แบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น

เรื่องเป็นพื้นที่กระโดดร่ม ผมเรียนท่านว่าพื้นที่กระโดดร่มมันเป็นพื้นที่ในอดีต ขณะนี้ในเมื่อมันเป็นสนามบินพาณิชย์ พื้นที่กระโดดร่มทำไม่ได้อีกแล้ว ไม่ได้ทำ ไม่ใช่เรา ไม่ทราบ เราทราบส่วนที่บอกว่าอยากจะเป็นสวนสาธารณะ เป็นต้นไม้ ถ้าเป็นสวนสาธารณะ กับสนามกอล์ฟมันต่างกันแน่นอนครับ เป็นสวนสาธารณะคือต้นไม้มันเต็มไปหมด ถ้าเป็น สนามกอล์ฟมันเป็นที่โล่ง มีต้นไม้บ้างประปราย ที่สำคัญอย่างนี้ในแง่การบิน ถ้าเป็นพื้นที่ที่มี ต้นไม้ มีอาหารอุดมสมบูรณ์ มันเป็นพื้นที่ที่สามารถก่อให้เกิดนกกาต่าง ๆ จำนวนมากได้ ในระดับพื้นที่การร่อนระหว่างที่ลงมา ถ้านกมันบินมันเข้าไปในเครื่องหรือเข้าไปเป็นอุปสรรค ต่อการบินมันทำเครื่องบินตกได้ อันนี้ต่างหากซึ่งเป็นความรู้ความเข้าใจที่ควรจะต้อง ทำความเข้าใจ

เรื่องการปลดอาวุธ อันนี้ก็เป็นการพูดอดีตมากยาวไปเลย จนไม่ได้เข้าใจ ความเป็นจริงว่า วันนี้ไม่ได้มาใช้เรื่องนี้เรื่องปลดอาวุธแล้ว ตอนมันใช้เป็นสนามบินพาณิชย์ กับสนามบินของกองทัพที่ใช้ไปปฏิบัติภารกิจ ไม่ได้มีเรื่องอาวุธอะไรนะครับ อยากเรียนท่าน อย่างนี้ว่าจริง ๆ ท่านพูดถึงนายทหารผู้หนึ่งแล้วบอกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้รัฐบาลก็ทำได้เลย ท่านยังไม่เคยบริหารราชการแผ่นดิน เสียงคนเสียงเดียวไม่สามารถที่จะไปทำมติได้ ถ้าหาก โดยเหตุโดยผลมันไม่มี มันต้องมีความเรียกร้องเป็นที่ประจักษ์ว่ามีปัญหา รัฐบาลเอาไป ยังต้องไปศึกษาดูว่า ความถูก ความผิด ความเหมาะ ความสมเป็นอย่างไร ไม่ใช่พูดจาก อารมณ์อย่างเดียวว่า มีคนหนึ่งพูดปั๊บรัฐบาลก็ต้องทำ ถ้าเป็นอย่างนี้บริหารประเทศไม่ได้ หรอกครับ ไว้รอท่านบริหารประเทศท่านอาจจะได้เข้าใจตรงนี้มากขึ้นนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่บอกว่า เรื่องนี้ผมเข้าใจผิด เพราะท่านไม่เคยได้ยิน ผมพูด ไม่ชัดเจนนะครับ จริง ๆ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่พูดคุยกันในกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งมีท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม เป็นประธาน ที่ประชุมนั้นได้คุยกันมาตลอด แล้วก็ กำลังถึงขั้นที่กำลังตั้งกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งในนั้นมีนายพลที่เกี่ยวข้องอยู่ ๓ คน แล้วก็ยังมี ตัวแทนของกรรมาธิการที่เข้ามาคุย เขากำลังคุยกันครับว่าจะมีส่วนไหนได้บ้างที่จะเอาไปใช้ประโยชน์นะครับ ส่วนว่าตรงนั้น มีตึกบ้าง ตรงนี้มีอะไรบ้าง ท่านต้องเข้าใจความเป็นจริงครับ เราแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี่ เราแก้บนพื้นที่ความจริง ถ้าสรุปมาว่าตึกแถวตรงนั้นจะต้องย้ายก็ต้องย้าย แต่ก็ต้องคิดต่อไป ว่าถ้าจะย้ายพื้นที่เหล่านั้นออกไป มันก็ต้องคำนึงถึงจิตใจของคนที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้น การแก้ไขปัญหาทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ในการบริหารราชการแผ่นดินผมอยากจะเรียนให้ท่าน เข้าใจและทราบว่า มันไม่ได้มีเรื่องใดเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นแล้วก็จัดการได้ทันที มันมีเรื่องที่ต้อง พิจารณาอีกรอบนะครับ แล้วกรณีที่จะสร้างสวนสาธารณะอะไรต่าง ๆ ก็ดี ก็มีอีกหลาย ๆ ที่นะครับที่มันไม่เกี่ยวข้องกับการบินพาณิชย์ที่จะไปก่อให้เกิดอันตราย ไม่เกี่ยวข้องกับระบบ ป้องกันภัยที่จะดูแลเมืองหลวงไม่เกี่ยวข้องกับระบบป้องกันภัยที่เป็นที่รองรับของป้องกัน ของ VVIP และ VIP ต้องเข้าใจสิ่งนี้ครับ ถ้าในหัวใจไม่มีสิ่งเหล่านี้ มันพูดได้เรื่อยนะครับว่า จะให้ทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ อยากเรียนท่านว่า ท่านอยู่ในกรรมาธิการ แล้วท่านพยายาม จะเสนอสิ่งต่าง ๆ ให้รัฐบาลไปแก้ไข รัฐบาลยินดีแก้ไขอยู่แล้วครับ ขอให้เสนอด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความเป็นจริง แล้วก็ยังต้องมีการศึกษาร่วมกันอยู่ ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งพูดแล้ว ก็สามารถทำได้เลย อันนี้อยากเรียนท่านจริง ๆ

ผมอยากเรียนท่านว่าขณะนี้ถ้ามีการศึกษาร่วมกันอย่างคณะกรรมการ แล้วมี ผลออกมาชัดเจนว่า เป็นอย่างนั้นซึ่งยังอาจจะต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมให้ชัดเจนมากขึ้นว่า เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของที่ดินปกติธรรมดา มันเป็นเรื่องอย่างที่ผมได้เรียนกล่าว ไปแล้วทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เป็นเหตุผลเดียวที่ท่านพูดเรื่องสวนสาธารณะ เราไปยกตัวอย่างสวนโน้นสวนนี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธสวนอื่น มันเป็นเรื่องที่เป็นระบบป้องกันภัย เมืองหลวง มันเป็นเรื่องระบบป้องกันภัยเครื่องบินพาณิชย์ ซึ่งมีคนจำนวนมากขึ้นเครื่องแล้ว จะประสบอันตราย มันเป็นเครื่องที่เราใช้ปกป้องดูแลด้านความมั่นคงนะครับ ด้าน VVIP และ VIP ที่เราใช้สนามบิน โปรดเข้าใจหลาย ๆ เหตุผลด้วยครับ อย่าคิดอะไรด้านเดียว หรืออย่าคิดอะไรเหมือนคนที่อยากเอาแต่ใจตัวเอง ผมคิดว่ามองให้รอบด้านแล้วสิ่งเหล่านี้ มันจะดีขึ้น แล้วผมคิดว่ารัฐบาลกับฝ่ายค้านเรายอมรับการตรวจสอบอยู่แล้วนะครับ ถ้าเป็น การตรวจสอบที่มีการพูดที่มีเหตุผลแล้วรับฟังกัน เราชี้แจงแล้วก็ลองเอาไปคิดแล้วก็ลองไป ศึกษาดูนะครับ อย่าเชื่อมั่นในความคิดแต่เพียงอย่างเดียวแล้วก็ขึ้นมาถึงก็แสดงอาการโกรธ อาการไม่สบายใจ ไม่พอใจ ผมว่าเราคุยกันด้วยเหตุด้วยผลได้ครับ ด้วยความนิ่ง และคุยกัน ด้วยเหตุผลที่ควรจะเป็น แล้วคิดว่าสภาพแวดล้อม ณ ปัจจุบัน ประเทศได้ประโยชน์ตรงไหน อย่างไร แล้วก็ทำตามนั้น เราไม่มีปัญหาครับ ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มาจากแต่ละส่วน แล้วก็ผลการศึกษาที่บอกว่าผลกระทบ มันไม่มีจริง ๆ เราก็พร้อมที่จะมีการปรับเปลี่ยนได้ แต่ไม่ใช่อยู่ ๆ ใครคนใดคนหนึ่งพูดมาแล้วจะเอาเป็นเอาตายในการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลทำ ไม่ได้ครับ คนบริหารประเทศทำสิ่งนี้ไม่ได้ ขอบคุณครับ