ฐิติมา ฉายแสง สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง เพื่อแยกบทบาทการกำกับดูแลและเดินรถให้ชัดเจน พร้อมเสนอให้พัฒนาท่าเรือบกในพื้นที่เหมาะสม เช่น ฉะเชิงเทรา เพื่อลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ไปจีน และผลักดันให้เกิดศูนย์กระจายสินค้าและกิจกรรมโลจิสติกส์อย่างครบวงจร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางนี้นะคะ แล้วก็ อยากจะกล่าวถึงว่า ในปัจจุบันหากเราพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรางรถไฟ เราต้องใช้ พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งเป็นกฎหมายรัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้แยกหน้าที่ ของผู้ทำการเดินรถกับผู้ทำหน้าที่ควบคุมกำกับดูแล ดังนั้นเพื่อให้การทำงานเป็นไป อย่างชัดเจน จึงเกิดร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. .... นี้ขึ้นนะคะ ซึ่งดิฉันเห็นด้วย แล้วก็อยากที่จะให้มันเกิดขึ้นเร็ว ๆ ด้วยซ้ำ เพราะว่ามันเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมาก ท่านประธานคะ ปกติเวลาที่พวกเราพูดถึงเรื่องของการขนส่งทางราง คนก็จะคิดถึงแต่รถไฟ รถไฟฟ้า สถานีรถไฟกันเท่านั้น คือจะไม่ได้นึกถึงเรื่องของโลจิสติกส์หรือการขนส่งทั้งระบบ และการเชื่อมโยงกับระบบการขนส่งอื่น ๆ โดยอาศัยราง ไม่ว่าจะทางบก ทางอากาศ ทางเรือ จะไม่ค่อยคิดถึงนะคะ ดังนั้นดิฉันจึงอยากจะกล่าวถึงการขนส่งทางรางที่มันจะทำให้เกิด กิจกรรมต่าง ๆ มากมายขึ้นนะคะ คือดิฉันอยากจะพูดถึงท่าเรือบก หรือว่า Dry Port ท่านประธานคะ ท่าเรือบกมันก็คือท่าเรือที่มันไม่ได้ติดกับแม่น้ำหรือทะเล แต่มันก็มีราง ผ่านไป พวกเรารู้กันอยู่แล้วว่าการขนส่งทางรางต้นทุนมันต่ำ มันปลอดภัย แล้วมันก็ขนส่ง ได้ทีละมาก ๆ หากเกิดการขนส่งทางรางที่เรียกว่าท่าเรือบกนี้ มันจะมีเศรษฐกิจสะพัด สักแค่ไหน มันจะมีศูนย์กระจายสินค้าเกิดขึ้น กิจการที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์มันจะมีเกิดขึ้น อีกหลายอย่างเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นกิจการการบรรจุหีบห่อ เปิดตู้สินค้าแล้วก็กิจการ คลังสินค้า หรือว่าศูนย์ตรวจสอบ ตรวจปล่อยสินค้าขาเข้า ขาออก ศูนย์พักรถมีลานวางตู้ Container มีไซโล มีโกดัง มีลานจอดรถอีกมากมาย แล้วก็อาจจะเกิดไปถึงขั้น เป็นนิคมอุตสาหกรรม หรือเรียกว่า Logistics Park เลยก็ได้นะคะ เมื่อมันเกิดกิจกรรมต่าง ๆ แบบนี้ โครงการต่าง ๆ มันจะเกิดการจ้างงาน แล้วก็เกิดการค้าการขายขึ้น ท่านประธานคะ ดิฉันเคยไปศึกษาดูงานการขนส่งผลไม้จากภาคตะวันออกไปยังประเทศจีน นะคะซึ่งประเทศจีนนั้นเป็นตลาดใหญ่ของไทย ใคร ๆ ก็รู้ เกษตรกรที่อยู่ที่จังหวัดจันทบุรีก็ดี จังหวัดตราด จังหวัดระยอง อะไรก็แล้วแต่ ต้องการขนส่งทุเรียนไปประเทศจีน เขาอาจจะ ขนส่งอย่างนี้ค่ะ ไปทางรถยนต์ ไปทางภาคเหนือก็ไปทางเชียงราย เชียงของ แล้วก็สุดท้าย เข้าประเทศจีนไป ทางอีสานก็อาจจะไปทางมุกดาหาร ไปเวียดนาม หรือไปทางหนองคาย ทีนี้จากทางหนองคายเขาก็ไปที่ท่าเรือบก ท่านาแร้ง เวียงจันทน์ ประเทศลาว ซึ่งเป็นท่าเรือบก เหมือนอย่างที่ดิฉันกำลังพูดถึงอยู่นี้นะคะ คือเวียดนามเขามีพรมแดนติดกับประเทศจีน ค่าขนส่งของเขาจึงถูกกว่าไทยมาก ๆ ทุเรียนจากประเทศเวียดนามจึงมีราคาถูกกว่าไทย ๕ หยวนตลอดเลยนะคะ ประเทศไทยเราถ้าจะสู้ได้การขนส่งต้องราคาต่ำเราถึงจะไปสู้ราคา กับเขาและยังครองตลาดของทุเรียนไว้ได้ ทีนี้เรามาดูค่ะว่าประเทศไทยมีท่าเรือบกที่ไหน อย่างไรบ้างที่จะเหมือนกับท่านาแร้งนะคะ เอกสารของการท่าเรือแห่งประเทศไทยที่ได้ ทำการสำรวจ มีแผนแม่บทของ สนข. อยู่ ก็มีผลการคัดเลือกว่ามีพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ในการที่จะพัฒนาเป็นท่าเรือบกอยู่ดังนี้นะคะ คืออันที่ ๑ ที่ตำบลดอนทราย และตำบล หนองตีนนก อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา อันที่ ๒ ตำบลม่วงหวาน อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น อันที่ ๓ คือตำบลกุดจิก อำเภอสูงเนิน โคราชเรานะคะ อันที่ ๔ คือตำบล เขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ทั้งหมดทั้งปวงนี้ผลการคัดเลือกได้เลือกว่า พื้นที่ จังหวัดแรกเลยที่มีความพร้อม ก็คือที่ตำบลดอนทราย ตำบลหนองตีนนก จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็นจุดที่มีอุปสงค์ในการที่จะขนส่งสินค้าทางรางสูงถึง ๓๑๐,๐๐๐ TEU ต่อปี ในปี ๒๕๖๔ จึงถือว่า Economy of Scale นั้นเพียงพอ แล้วก็มีพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ อำเภอบ้านโพธิ์มาร้องเรียนกับดิฉันบอกว่า พวกเขาพร้อมมากเลย และเขาคุยเป็นการใกล้ชิด กับการรถไฟแห่งประเทศไทยว่า พื้นที่ตรงนี้พร้อมมากที่จะทำเป็นท่าเรือบก ก็เลยอยากจะบอก กับทางการว่า การที่จะมีท่าเรือบกตรงนี้มันจะช่วยให้การขนส่งจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันตก ไปยังท่าเรือแหลมฉบังได้ เชื่อมการขนส่งภาคตะวันออก ผ่านทางรถไฟสายฉะเชิงเทราไปคลอง ๑๙ แก่งคอย สู่ภาคอีสานไปประเทศลาว แล้วก็ต่อไปยัง ประเทศจีนได้ แล้วเราก็พัฒนาเป็นพื้นที่ EEC จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นหนึ่งในพื้นที่ EEC ดังนั้นดิฉันจึงเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. นี้ แล้วก็อยากจะบอกว่า คณะกรรมการนโยบายการขนส่ง ทางรางนั้นต่อ ครม. มีอำนาจในการตัดสินใจที่จะกำหนดแนวทางในการเชื่อมต่อทางรางนี้ ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าแล้วก็ทำให้เกิดท่าเรือบกที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ และมีการพัฒนา ธุรกิจส่งออกได้อย่างดีให้กับประเทศไทยเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ