ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง หารือร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง โดยเน้นย้ำปัญหาการใช้บริการรถไฟที่ลดลงจากความไม่สะอาด แสงสว่างไม่เพียงพอ ขาดแคลนขบวนรถในช่วงกลางวัน และข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่สถานีที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขผ่านการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งเสริมระบบขนส่งที่ปลอดภัย สว่าง สะอาด โดยเรียกร้องให้มีการกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรม คุ้มครองผู้โดยสารด้วยประกันอุบัติเหตุ และให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบเมื่อเกิดการล่าช้าหรือยกเลิกขบวน เพื่อยกระดับบริการให้ทุกคนเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและปลอดภัย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้แทนหน้ามนคนขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน เขต ๓ ครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมอภิปรายในการสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง โดยเฉพาะร่างที่นำเสนอโดยท่านอาจารย์สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนคนภาคอีสานที่ยอมรับนะครับว่า ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทุกวันนี้ผมยังใช้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย อยู่เป็นประจำนะครับ และที่สำคัญครับ พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย รางนี้ตัดผ่านพื้นที่ ที่ผมดูแลรับผิดชอบในเขตอีก ๒ อำเภอ นั่นคืออำเภอน้ำพองและอำเภอเขาสวนกวาง ก่อนที่เราจะมาพูดถึงประโยชน์ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ผมอยากจะชวนเพื่อน ๆ สมาชิก ทุกท่านครับ มามองถึงปัญหาและอุปสรรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้พี่น้องประชาชนหันหลัง และไม่สนใจที่จะกลับมาใช้บริการในเรื่องของรถไฟครับ ซึ่งผมสามารถจำแนกปัญหา หรืออุปสรรคนี้ออกได้ทั้งหมด ๕ กลุ่มครับ ขออนุญาตใช้คำว่า เป็นกลุ่ม ๕ ส แล้วกัน ท่านประธานครับ
กลุ่มแรก ส แรกครับ ที่ผมจะให้นิยามก็คือในเรื่องของความสะอาด เรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาขั้นพื้นฐานครับท่านประธาน เพื่อน ๆ สมาชิกหลาย ๆ คนได้พยายาม อภิปรายในเรื่องของปัญหาในการปรับปรุงในเรื่องของโครงสร้างระบบทางรางนี่ครับ เราพยายามจะมองในเรื่องของกลไกในระดับบนลงมาในระดับล่าง แต่ในสิ่งที่ผม กำลังจะพยายามอธิบาย นั่นก็คือปัญหาและอุปสรรคที่เราจะต้องพัฒนาจากระดับล่าง ขึ้นไปสู่ระดับข้างบนขึ้นไป ความสะอาดเชื่อไหมครับ ไปถามพี่น้องประชาชนคนใช้บริการ คนส่วนใหญ่ก็มักจะบอกว่าเป็นปัญหาระดับต้น ๆ ปัญหาแรก ๆ ครับ ที่พี่น้องประชาชนเห็นว่า ควรจะได้รับการแก้ไขปัญหานี้ เพราะเนื่องจากว่าในระบบสถานีเองก็ไม่มีความสะอาด ห้องน้ำห้องท่าก็มีไม่มีความสะอาด ตลอดจนขบวนรถที่มาให้บริการกับพี่น้องประชาชนนี้ครับ Rate ราคาในการให้บริการของตั๋วรถไฟก็เป็นระดับในการบ่งบอกของความสะอาดที่จะพบเจอได้ ตั๋วแพงหน่อยก็อาจจะได้ความสะอาดที่มากหน่อยครับ นี่มันคือความเหลื่อมล้ำที่ทำให้พี่น้อง ประชาชนหันหลังและไม่อยากกลับมาใช้บริการของทางการรถไฟแห่งประเทศไทยอีก
ส ที่ ๒ ครับ ปัญหาพื้นฐานมาก ๆ ครับท่านประธาน นั่นคือเรื่องของความสว่าง สาเหตุที่ผมเลือกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดนะครับ เพราะมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ผม สถานีรถไฟอำเภอน้ำพองนี้ครับ ทางเข้าสถานีไม่มีแสงสว่างเพียงพอ ทั้ง ๆ ที่พวกเรา รู้กันดีครับว่า แสงสว่างมันคือปัจจัยพื้นฐานที่จะสร้างความเชื่อมั่นในการป้องกันเหตุมิดีมิร้าย เหตุที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้มาใช้บริการ ถ้าวันนี้เรายังไม่มีระบบที่ดีพอที่จะรองรับ ในเรื่องนี้ แน่นอนครับว่า จำนวนผู้มาใช้บริการในระบบขนส่งทางรางก็จะน้อยลงไปด้วยครับ
จากข้อสังเกตทั้ง ๒ เรื่องนี้ครับท่านประธาน ๒ ส ที่ผมบอกมา สว่างและสะอาด ผมเข้าใจว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่เสนอโดยท่านอาจารย์สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นี้ครับ จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เนื่องจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการประกอบกิจการขนส่งทางราง โดยใช้ระบบอนุญาตครับ การใช้ระบบอนุญาตนี้จะเป็นการสร้างความมั่นใจในการยกระดับ มาตรฐานในการดำเนินงาน ตลอดจนความปลอดภัยของการขนส่งทางราง เพราะจะเป็น ไปตามมาตรฐานที่ทางกรมการขนส่งทางรางได้วางกรอบมาตรฐานเอาไว้ในทุก ๆ มาตรฐาน ของความปลอดภัย ซึ่งถือว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและเข้าใจว่าจะเป็นการตอบโจทย์ ความต้องการของพี่น้องประชาชนคนใช้บริการครับ
ส ที่ ๓ ที่ผมจะพูดถึงก็คือในเรื่องของความสงบครับท่านประธาน ผมไม่ได้ กำลังจะอภิปรายเกี่ยวกับสถานปฏิบัติธรรมนะครับ แต่ผมกำลังจะอภิปรายว่าทุกวันนี้ จำนวนขบวน จำนวนเที่ยว ที่ผ่านสถานีในแต่ละสถานีมันมีน้อยมากครับ ถ้าหากไม่ใช่ จุดที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค ในบางสถานีมีจำนวนขบวนผ่านน้อยมากครับ อาจจะเป็น ในช่วงเช้าที่มีการขนส่งผู้โดยสารจากต่างอำเภอมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง หรืออาจจะเป็น การขนส่งผู้โดยสารในช่วงกลางคืนจากต่างจังหวัดมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร คำถามครับ ในช่วงกลางวันนี้ส่วนใหญ่สถานีทุกสถานีเป็นระบบร้างหมดเลยครับ เงียบเหงา เหมือนป่าช้าเลยครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้มันทำให้เกิดเป็นการตัดทางเลือกในการใช้บริการ ของพี่น้องประชาชน เราไม่ได้เสนอทางออก ไม่ได้เสนอ Choice ในการมีส่วนร่วม ทำให้ประชาชนสามารถเลือกได้ว่า ขนส่งทางรางนี้จะสามารถตอบโจทย์ในการใช้บริการ ได้อย่างไร เรื่องนี้นะครับ ในเรื่องระบบรางที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ผมเข้าใจว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเปิดโอกาสให้กับภาคเอกชนที่สามารถเข้ามาเช่า เขาเรียกว่า โครงสร้างพื้นฐานที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยดูแลรับผิดชอบอยู่ ท่านสามารถเอาไป ทำสัญญา คู่สัญญากับทางภาคเอกชน แต่ถ้าหากทั้ง ๒ ส่วนนี้ครับ มีความวิตกกังวลว่า มันจะเกิดความซ้ำซ้อน เกิดความสับสน เกิดความยุ่งยาก เราก็ให้ทางกรมการขนส่งทางรางนี้ เป็นตัวกลางในการกำกับดูแลและเอารถมาเพิ่มการบริการในช่วงที่มันไม่มีรถวิ่ง เป็นการเพิ่มขบวน และเป็นการตอบโจทย์ทางเลือกให้กับพี่น้องประชาชน
ส ที่ ๔ ครับท่านประธาน ผมจะพูดในเรื่องของความสะดวกครับ ความสะดวกในที่นี้จะขออนุญาตพูดถึงการขออนุญาตในการใช้พื้นที่ภายใต้การดูแลของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับท่านประธาน ถนนรอบสถานีรถไฟ ของอำเภอน้ำพองครับ ทุกวันนี้ยังมีสภาพเป็นถนนดินแดง ถนนลูกรังครับ การสัญจรไปมา ยากลำบากครับในช่วงฤดูฝน เรื่องนี้ท้องถิ่นไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ท้องถิ่นเองก็พยายาม ที่จะผลักดันและเข้ามาแก้ไขในปัญหานี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั่นก็คือทางการรถไฟนี่ครับ ชี้แจงว่า ทางท้องถิ่นเองต้องไปทำสัญญาในการเช่าพื้นที่ของทางการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อน ก่อนที่จะสามารถมาแก้ไขในเรื่องนี้ได้ ต่อเหตุการณ์ในเรื่องนี้ครับ ผมอยากเพิ่มข้อสังเกตไว้ สำหรับการแก้ไขกฎหมายในเรื่องนี้สักนิดหนึ่งครับว่า จะเป็นการดีกว่าไหมครับ ถ้าหากนับจากนี้ต่อไปเราเปิดโอกาสให้ท้องถิ่น สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เพราะผมเข้าใจดีว่าท้องถิ่นน่าจะเป็นหน่วยงาน ที่รับทราบปัญหาที่ดีที่สุดในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละสถานี และที่สำคัญครับ ถ้าหากท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมแล้ว ก็น่าจะทำให้พื้นที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของทางการรถไฟแห่งประเทศไทย สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ได้เพิ่มเติมมากขึ้น อีกทั้งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยไปด้วยครับ
ส สุดท้ายครับท่านประธาน สิ่งที่ผมจะพูดถึง ส นี้มีความสำคัญครับ เนื่องจากว่า มันเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชน นั่นคือสตุ้งสตางค์ในกระเป๋านี้ครับ และมันจะเกี่ยวข้องเกี่ยวกับสิทธิในการคุ้มครองของผู้มาใช้บริการในระบบขนส่งทางราง ในส่วนของ ส สตางค์นี้ ผมขออนุญาตแบ่งเป็นทั้งหมด ๔ ประเด็นย่อย ๆ ครับ
เรื่องแรก ก็คือในเรื่องของการกำหนดอัตราค่าโดยสารครับท่านประธาน ทุกวันนี้ประเภทของตั๋วโดยสาร หากเป็นขบวนที่เป็นตู้ใหม่ มีความเร็ว มีแอร์เย็น มีความสะอาด ราคาตั๋วมันก็จะแพงขึ้นครับ ซึ่งผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่ม นักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือแม้แต่พี่น้องประชาชนคนมีรายได้มากขึ้นมาหน่อยครับ แต่ในทาง ตรงกันข้ามครับ พี่น้องประชาชนคนหาเช้ากินค่ำ คนที่มีรายได้น้อย ถ้าหากวันนี้เขาถวิลหา ระบบคุณภาพในด้านการบริการที่มันดี มีอยู่วิธีเดียวครับท่านประธาน นอนฝันเอาครับ แน่นอนครับว่า ถ้าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านสภาแห่งนี้ครับ ผมเชื่อว่าจะมีกลไกในการกำหนด กฎเกณฑ์ เงื่อนไขในการดำเนินการ ในการปรับปรุงคุณภาพของการให้บริการ ซึ่งแน่นอนครับ ย่อมจะส่งผลถึงโครงสร้างราคาตั๋วของผู้โดยสาร ผมเลยอยากจะฝากเป็นข้อสังเกตเพิ่มเติม สักนิดหนึ่งครับว่า อยากจะให้นำเอาเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำมาประกอบการพิจารณา เรื่องนี้ น่าจะสามารถทำให้พี่น้องประชาชนคนทั่วไป สามารถเข้าถึงบริการขนส่งทางรางที่มีคุณภาพ ได้อย่างเท่าเทียมกัน และที่สำคัญครับท่านประธาน อยากให้ทางคณะกรรมการ มีการกำหนดราคาค่าใช้บริการ ค่าขนส่ง และค่าอื่น ๆ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ได้รับ อนุญาต มาเก็บค่าดำเนินการเกินกว่าที่ทางคณะกรรมการได้กำหนดเอาไว้
อันที่ ๒ ครับท่านประธาน อยากจะให้ทางผู้ประกอบการ ผู้ที่ได้รับอนุญาต มีส่วนในการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดจากรถไฟที่มีการ Delay หรือมีการยกเลิกขบวน เรื่องนี้ ผมเคยได้รับเรื่องโดยตรง คือมีพี่น้องประชาชนร้องเรียนว่า ขึ้นรถไฟที่จังหวัดหนองคาย มาลงที่กรุงเทพฯ ต้องไปต่อเครื่องต่ออีกทีหนึ่ง ปรากฏว่าตกเครื่องครับ เนื่องจากว่า รถไฟมัน Delay ในส่วนนี้คือผู้โดยสารจะต้องแบกรับภาระในการหาตั๋วใหม่ ในขณะที่ ในทางตรงกันข้าม เราไม่มีหน่วยงานที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยหรือไปรับผิดชอบในสิ่งที่ มันเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้น เป็นการผลักภาระไปให้กับผู้โดยสารโดยตรงครับ
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพและความปลอดภัย ซึ่งผมอยากจะให้ออกกฎเป็นข้อบังคับที่ผู้ได้รับอนุญาตจำเป็นที่จะต้องมีหลัก หรือจะต้องมีการทำประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตและร่างกายของผู้โดยสาร เพราะเราไม่ทราบหรอกครับว่าอุบัติเหตุมันจะเกิดขึ้นเมื่อไร เราไม่ทราบหรอกครับว่า ความเสียหายมันจะเกิดมากหรือเกิดน้อยเท่าไร เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถ้าเกิดมีการบังคับใช้ จะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ หรืออย่างน้อย ๆ ครับ เขาได้อุ่นใจว่า ระบบขนส่งทางรางในประเทศนี้ยังมีความปลอดภัยในระดับต้น ๆ อยู่
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมนำเรียนเมื่อสักครู่นี้คือปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ พี่น้องประชาชนหันมาใช้บริการของทางการรถไฟแห่งประเทศไทยลดน้อยลง ซึ่งถ้าหาก ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางรางฉบับนี้จะสามารถตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ เราต้องพูดถึงหลักความคิด ๒ เรื่องครับ หลักเรื่องแรก ก็คือในเรื่องของประโยชน์ส่วนรวม หลักที่ ๒ ก็คือในเรื่องของความคุ้มทุนในการลงทุน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหลัก ๒ หลักนี้ มันสวนทางกัน มันขัดแย้งกัน มันย้อนแย้งกันครับ คำถามคือ ในเรื่องของประโยชน์สาธารณะ และในเรื่องของการลงทุนที่มันคุ้มค่า จุดสมดุลของมันอยู่ที่ไหนครับ ผมเชื่อนะครับว่า ในชั้นของกรรมาธิการเราจะสามารถหาคำตอบมาตอบในเรื่องเหล่านี้ได้ และช่วยกันผลักดัน ให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นมิติใหม่ที่ทลายวลีที่ว่า รถไฟคือขนส่งสาธารณะสำหรับคนชั้น ๓ ในประเทศนี้ให้เปลี่ยนเป็นการขนส่งทางรางทำให้คนทุกคน ทุกอาชีพ สามารถเข้าถึงบริการ ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย มีความสะดวก มีประสิทธิภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ขอบคุณครับ