ศุทธสิทธิ์ สนับสนุนจัดการขยะแบบบูรณาการ เสนอนโยบายยั่งยืนจากต่างประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๗

ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ หารือการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนโดยเสนอแนวทางบูรณาการที่เน้นความรับผิดชอบของผู้ผลิต การแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การจูงใจทางเศรษฐกิจ การสร้างจิตสำนึกผ่านการศึกษาและสื่อ พร้อมผลักดันให้มีการตั้งเป้าหมายชัดเจน การติดตามผล และความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยอ้างอิงประสบการณ์ต่างประเทศเพื่อปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม แม็กกี้ ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้แทนเขต ๓ จังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมืองและอำเภอโนนไทย วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนรายงานผลการพิจารณาการศึกษาการแก้ไขปัญหาการจัดการ ขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ ของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขมาได้ อย่างครบถ้วนรอบด้าน ต้องขอบคุณท่าน สส. พูนศักดิ์ จันทร์จำป้ ประธานคณะกรรมาธิการ ท่านวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล เลขานุการอนุกรรมาธิการ ที่มีประสบการณ์การเดินทาง มาแล้วทั่วโลก และท่านกรรมาธิการผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่เสียสละ เปึนที่ชัดเจนว่าปัจจุบัน ประเทศไทยของเรากำลังเผชิญปัญหาขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะขยะพลาสติก และอุตสาหกรรม และขยะอันตรายที่ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเปึนระบบ ส่งผลกระทบ ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ซึ่งทาง กรรมาธิการได้ศึกษาและวางแนวทางแก้ไขไว้แล้ว ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ดังในรายงานเล่มนี้ ดังนั้นแล้วผมขอสนับสนุนแนวทางการจัดการขยะอย่างบูรณาการ ซึ่งเราได้เห็นเปึนแบบอย่างที่ประสบความสำเร็จจากต่างประเทศมากมาย และสามารถนำมา ปรับใช้กับประเทศไทยได้ ขออนุญาตเสนอแนะ ๖ ข้อด้วยกัน

๑. การกำหนดเปัาหมายและวางแผนระยะยาว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ประเทศสวีเดน ซึ่งมีการกำหนดเปัาหมายที่ชัดเจนในการลดขยะ และเพิ่มการ Recycle โดยเขาสามารถนำขยะเอามา Recycle ได้ถึง ๙๙ เปอร์เซ็นต์ และยังสามารถนำขยะไปผลิต เปึนพลังงานไฟฟัาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเราจะกำหนดเปัาหมายที่ชัดเจนในการลดขยะ ฝังกลบภายในระยะเวลา ๕ ป้ และเพิ่มอัตราการ Recycle เปึน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๑๐ ป้ โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปึนหน่วยงานหลักในการวางแผน และติดตามผลการดำเนินงาน ดังข้อสังเกตข้อที่ ๓ และข้อที่ ๖ ในรายงานเล่มนี้น่าจะเปึน ประโยชน์กับประเทศอย่างมากเลย

๒. การออกกฎหมายและการบังคับใช้ เยอรมันมีการบังคับใช้กฎหมาย เกี่ยวกับการรับผิดชอบของผู้ผลิตในกระบวนการจัดการบรรจุภัณฑ์ผ่านระบบ Green Dot ผู้ผลิตจะต้องรับผิดชอบในการจัดการขยะที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ของตนเอง ซึ่งทำให้ ประเทศเยอรมัน มีอัตราการ Recycle ที่สูงมากนะครับ เราควรออกกฎหมายที่บังคับให้ผู้ผลิต รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ของตนเองจนกว่าจะถูกนำไป Recycle อย่างถูกต้อง การใช้แนวคิด Extended Producer Responsibility หรือ EPR เพื่อให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการ จัดการขยะ ซึ่งอยู่ในข้อสังเกตข้อที่ ๑ ของรายงานฉบับนี้ ยอดเยี่ยมมากเลยครับ

๓. การจัดการแยกแยะขยะตั้งแต่ต้นทาง ที่ญี่ปุ์นมีระบบการแยกแยะขยะ ที่เคร่งครัด ประชาชนญี่ปุ์นได้รับการฝ๊กฝนให้แยกขยะเปึนหมวดหมู่ตั้งแต่อนุบาลเลยครับ เช่น ขยะอินทรีย์ Recycle และขยะอันตราย รวมถึงการกำหนดวันและวิธีการจัดเก็บขยะ ที่เปึนระบบ นี่เปึนสิ่งที่เราควรนำมาใช้ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ควรร่วมกันรณรงค์ สร้างจิตสำนึก และบังคับใช้โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เพื่อให้กระบวนการ Recycle สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังข้อสังเกตข้อที่ ๔ ของรายงานเล่มนี้อีกเหมือนกัน

๔. การสร้างแรงจูงใจในทางเศรษฐกิจนโยบาย Pay As You Throw ของ เกาหลีใต้ กำหนดให้ประชาชนต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและขยะตามปริมาณที่สร้างขึ้น และให้ผลตอบแทนสำหรับการแยกขยะและนำวัสดุ Recycle มาส่งคืน วิธีการนี้กระตุ้น ให้ประชาชนลดการสร้างขยะ และแยกแยะขยะอย่างถูกต้อง ดังเช่นข้อสังเกตข้อที่ ๗ ของรายงานฉบับนี้

๕. การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เราต้องสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีการจัดการขยะ เช่น การเผาขยะ เพื่อให้ผลิตพลังงานไฟฟัาและเทคโนโลยี การ Recycle ขั้นสูง เช่นเดียวกับที่สิงคโปร์มี ที่มีระบบเผาขยะและนำขยะกลับมาใช้ใหม่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถลดขยะที่ต้องฝังไปได้อย่างมาก กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน ควรเปึนผู้ขับเคลื่อนในด้านนี้ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ

๖. การสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน ญี่ปุ์น เยอรมัน หรือสวีเดน ล้วนมีการรณรงค์ และให้ความรู้แก่ประชาชนในการจัดการขยะ สร้างจิตสำนึก ให้ประชาชนเข้าใจ และเห็นความสำคัญของการลดขยะ และ Recycle เปึนปัจจัยหลักเลย ที่จะทำให้การจัดการขยะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และองค์กรเอกชนในการรณรงค์ ผ่านการศึกษา ในโรงเรียนเริ่มตั้งแต่อนุบาลจนไปถึงมหาวิทยาลัย และอยู่ในวัยทำงาน สื่อสาธารณะเอง ก็ควรจะร่วมมือในส่วนนี้ด้วย ดังเช่นข้อสังเกตข้อที่ ๕ ในรายงานจากคณะกรรมาธิการเล่มนี้

ท่านประธานที่เคารพ การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการนั้น จำเปึนต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ธุรกิจ และประชาชน เราต้องสร้าง ระบบที่ครอบคลุมทั้งการ Recycle การจัดการขยะอันตรายและการลดขยะ ลดการสร้างขยะ ตั้งแต่ต้นทาง โดยเรียนรู้จากต่างประเทศ และนำสิ่งที่เขาทำสำเร็จแล้วมาปรับใช้ให้เหมาะสม กับบริบทของประเทศไทย เพื่อให้เราสามารถก้าวข้ามปัญหาขยะ และสร้างสังคมที่ยั่งยืน ได้อย่างแท้จริง ขอบคุณครับท่านประธาน