ฉัตร สุภัทรวณิชย์ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ประชามติของวุฒิสภาที่เปลี่ยนเป็นการลงคะแนนสองชั้น พร้อมยืนยันให้คงกลไกเสียงข้างมากเพียงชั้นเดียวตามมติเดิมของสภาผู้แทนราษฎร
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองเป็น ๑ ใน ๓๑ กรรมาธิการที่มีส่วนร่วมในคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ประชามติ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ทุก ๆ คน ก็มีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย อย่างไรก็ดี ก็นำไปสู่ข้อสรุปที่ทุกคนเห็นเหมือนกัน ก็คือเรื่องของ Simple Majority หรือการยึดผลลงคะแนนแบบชั้นเดียว ผลจากรายงานนั้น ก็นำมาสู่สภาผู้แทนราษฎรของเรา จนนำไปสู่การลงมติ มติที่เรียกได้ว่า ถล่มทลายเอกฉันท์ จนนำไปสู่การส่งเรื่องไปที่วุฒิสภาครับ เมื่อไปถึงแล้วผมก็ได้ติดตามข่าว ในเบื้องต้นก็ทราบว่า ไม่ได้มีข้อโต้แย้งหรือเห็นต่างแต่อย่างใด ผมเองก็แปลกใจว่า ๑๘-๒๕ กันยายน พอมาถึงวันสุดท้ายในเบื้องท้ายเกิดอะไรขึ้น จึงทำให้ผลออกมาแบบเรียกได้ว่าหักมุมย้อนศร U-turn กลับกันไม่ทันเลย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองไม่เห็นด้วยกับสมาชิกวุฒิสภาครับ ที่แก้ไขร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การออกเสียงประชามติ มาตรา ๗ ที่แก้ไขมาตรา ๑๓ โดยแก้ไขจากเดิม การออกเสียงที่จะ ถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติให้ใช้เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง โดยคะแนนเสียง ข้างมากต้องสูงกว่าคะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น เป็นการยึดผลลงคะแนนแบบชั้นเดียว Single Majority เป็นกำหนดให้ยึดผลการลงมติ ๒ ชั้นก็คือการออกเสียงที่ถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง และมี จำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงด้วย ซึ่งมาตรา ๙ (๑) คือการออกเสียง เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามที่มีบทบัญญัติกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนมาตรา ๙ (๒) คือการออกเสียงกรณีเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควร ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายนี้ ก็ได้มีการพูดคุยกันเพื่อหา ข้อยุติในมาตราดังกล่าว โดยมีความเห็นหลากหลาย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในการ กำหนดกลไก ๒ ระดับ เช่น ฝ่ายที่เห็นด้วย ก็เห็นว่าการออกเสียงประชามติเป็นการนำเรื่องที่ มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติ หรือกระทบต่อสิทธิ หรือเสรีภาพของประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ ต้องการให้ประชาชนมีการแสดง ความเห็น หากถือเพียงเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง จะทำให้ไม่สามารถสะท้อนความเห็น ที่แท้จริงของประชาชนได้ ควรมีการกำหนดจำนวนอัตราขั้นต่ำของผู้มาใช้สิทธิออกเสียง ในจำนวนอัตราที่เหมาะสม อันนี้คือจากที่เห็นด้วยนะครับ ในฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยครับ เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องอาศัยอำนาจจาก ประชาชน จึงควรพิจารณาการออกเสียงประชามติในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา แม้จะมี การถกเถียงว่าการออกเสียงประชามติในครั้งนั้นเป็นธรรมหรือไม่ แต่ก็ใช้กลไกการออกเสียง เพียงชั้นเดียว ครั้งนี้จึงควรใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน เมื่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ได้บัญญัติไว้ เป็นการเฉพาะ ย่อมต้องดำเนินการหลักเกณฑ์ที่ได้ปฏิบัติสืบมาเป็นประเพณี เพื่อให้สามารถ อธิบายที่มาที่ไปกับประชาชนได้ รวมถึงการจัดทำประชามติ จะมีช่วงเวลาพอสมควร ให้การรณรงค์เพื่อให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นสิทธิหน้าที่ของประชาชน ในการไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ การกำหนดว่าจะต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงจำนวน เท่าใด ย่อมเป็นการสร้างเงื่อนไขเกินความจำเป็นครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๕๗ ก็มีการกำหนด เรื่องการออกเสียงประชามติไว้ ซึ่งวางหลักว่าการออกเสียง ประชามติใช้เสียงข้างมากของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ แสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญของไทย ในอดีตก็มิได้มีการกำหนดกลไกการออกเสียง ๒ ชั้นเช่นเดียวกันนะครับ ผมมีตัวอย่างครับ จริง ๆ เราก็ได้อภิปรายกันมากมายในตอนแรก ๆ มาแล้ว อยากจะยกตัวอย่างเรื่องของ การออกเสียงประชามติของต่างประเทศ ยกตัวอย่างสั้น ๆ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ การปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติบางมาตรา ต้องผ่านการรับรองโดยเสียงประชามติส่วนใหญ่ใน ๒ ระดับ หรือ Double Majority ได้แก่ ๑. เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนทั้งประเทศ และ ๒. เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในมลรัฐ ทั้งหมดที่มีอยู่ ๒๒ มลรัฐ สวิตเซอร์แลนด์ Double Majority ก็จริง แต่เป็นระดับประเทศ กับมลรัฐ ไม่ใช่กำหนดกลไกการออกเสียง ๒ ระดับ ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างของพรรค ประชาชนเองที่เคยเสนอ แม้จะแตกต่างจากร่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบอยู่บ้าง เล็กน้อยในบางประเด็นปลีกย่อย แต่ก็ยังเป็นการกำหนดกลไกเพียงชั้นเดียว อันนี้ขีดเส้นใต้ ๒ เส้นนะครับ ดังนั้น ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของสมาชิกวุฒิสภาและขอยืนยัน ในหลักการเดิมที่สภาผู้แทนราษฎร ลงมติให้ใช้กลไกการออกเสียงเพียงชั้นเดียว เพื่อไม่ให้เกิด ความยุ่งยากเกินความจำเป็น และอาจนำไปสู่การไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ในอนาคต ขอบคุณท่านประธานครับ