วิโรจน์ สนับสนุนร่างคุ้มครองเด็กจากความรุนแรง ยันไม้เรียวไม่สร้างชาติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อคุ้มครองเด็กจากความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยเน้นว่าการพัฒนาเด็กควรยึดหลักการเข้าใจและให้ความอบอุ่น ไม่ใช่การลงโทษหรือขู่เข็ญ พร้อมคัดค้านแนวคิด 'ไม้เรียวสร้างชาติ' ชี้การตีเด็กก่อให้เกิดความบอบช้ำทั้งทางร่างกายและจิตใจ และย้ำว่าความสำเร็จของเด็กเกิดจากแรงสนับสนุน ไม่ใช่ความกลัว จึงเรียกร้องให้สังคมเปลี่ยนวิธีคิดและเลิกใช้ความรุนแรงกับเด็ก พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่เห็นชอบหลักการร่างกฎหมายดังกล่าว

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านวรวงศ์ ที่ให้เกียรติผมเป็นผู้อภิปรายเป็นท่านสุดท้าย ก็ขอขอบคุณด้วยใจจริง ๆ นะครับ ก็เป็นมิตร กันมาโดยตลอดนะครับ ก่อนอื่นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในครั้งนี้ หรือที่เราเรียกว่ากฎหมายไม่ตีเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลงโทษเด็กด้วยการทำทารุณกรรม ไม่ว่าทางกายหรือจิตใจ ไม่ว่า จะเป็นการเฆี่ยนตี การด้อยค่า หรือใช้กลวิธีใด ๆ ซึ่งทั้งหมดจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ในระยะยาว สำหรับการเลี้ยงดูเด็ก ผมถามท่านประธานตรง ๆ ครับว่า ธงสำคัญคือการตี หรือเปล่า ไม่ใช่ครับ ผมคิดว่าผู้ใหญ่ทุกคน ทั้งพ่อ แม่ ครู อาจารย์ ต้องการให้เด็กคนหนึ่ง เติบโตขึ้นมาโดยมีพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนอารมณ์ ตลอดจนสามารถ พัฒนาตัวตนของตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ และเด็กได้รับการบ่มเพาะคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ พอพูดถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ก็ต้องเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ไม่ใช่ คุณลักษณะที่ผู้ใหญ่ขู่เข็ญ บังคับให้เป็น หรือกดดันให้เด็กต้องยอมจำนน ยอมทำตาม ยอมต้องกด ต้องเปลี่ยนตัวเองตามที่ผู้ใหญ่ที่ต้องการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่แท้จริง ต้องผ่านกระบวนการที่ทำให้เด็กมีความเข้าใจ และตระหนักดีว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตนเอง และสมัครใจที่จะปรับปรุงตนเองให้มีพัฒนาการในด้านนั้น ธงสำคัญครับ จึงไม่ใช่การลงโทษ เพื่อบังคับให้เด็กเป็นในสิ่งที่ผู้ใหญ่อยากให้เป็น แต่เป็นการทำความเข้าใจเพื่อให้เด็กเต็มใจ ที่จะพัฒนาตนเอง นี่คือสิ่งที่เรียกว่าความยั่งยืนครับ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ผู้ใหญ่ อยากให้เป็นคืออะไรบ้าง และเรามักจะบ่นเด็ก ๆ ครับ ๑. อยากให้ลูกของเรามีดุลยพินิจ อยากให้ลูกของเรารู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา มี Empathy อยากให้เขาเป็นคนที่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ดึงตัวเอง มีวินัยในตนเอง ดึงตัวเองขึ้นมาจากความเสื่อม หรือความหลงใหลในสิ่งที่ไม่ดีที่ไป ประเดี๋ยวประด๋าวได้ ผมยืนยันครับ การบังคับไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้เลย การลงโทษไม่สามารถบ่มเพาะคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้กับเด็กได้ครับ การลงโทษ การขู่เข็ญ เป็นเพียงกระบวนการในการกดให้เด็กไม่แสดงถึงพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่ไม่ชอบ เพราะความกลัวที่จะถูกลงโทษด้วยวิธีการทารุณต่าง ๆ ที่เด็กต้องรู้สึกเจ็บปวด ทั้งทางกาย หรือทางใจ การใช้การลงโทษด้วยความรุนแรงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตี หรือการกดดัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะกดพฤติกรรมเหล่านั้น ให้ไม่เกิดขึ้นครับ ให้เด็กไม่แสดงในเวลาที่ผู้ใหญ่ ไม่อยู่เท่านั้นครับ ยิ่งสร้างความกลัวเท่าไร เด็กก็ต้องปกปิด ยิ่งปิดบังพฤติกรรมเหล่านั้น ของตนเองให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้ผู้ใหญ่ได้ล่วงรู้ เพราะไม่รู้ว่าพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นของตน อันไหนผู้ใหญ่รับได้ อันไหนผู้ใหญ่รับไม่ได้ สุดท้ายเด็กก็จะกีดกันตัวเองจากผู้ใหญ่ และเกิด ปัญหา Generation Gap ระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ในที่สุด ทำให้บั่นทอนความอบอุ่นในครอบครัว ความอบอุ่นระหว่างครูกับศิษย์ และเมื่อเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ครับท่านประธาน ในวันที่เขา เป็นอิสระจากการติดตาม กำกับ ของผู้ใหญ่ เพราะผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ พอถึงวันหนึ่งสังขาร ก็ร่วงโรย จะไปติดกล้องวงจรปิดทำตัวเหมือนตำรวจสันติบาล กอ.รมน. แบบที่รัฐบาลทำ ก็คงทำไม่ได้ทุกวันนี้ผมก็ยังโดนอยู่ครับ แต่พ่อแม่ทำอย่างนั้นไม่ได้ ครูบาอาจารย์ทำอย่างนั้น ไม่ได้ครับ ก็จะเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาในวัยผู้ใหญ่กล้าที่จะแสดงพฤติกรรมที่แท้จริงของเขาออกมา โดย ที่ขาดการยับยั้งชั่งใจ โดยที่ไม่มีดุลยพินิจ โดยที่ผู้ใหญ่อย่างพวกเราในวันนั้นก็แก่เฒ่าไปแล้ว ติดตามอะไรไม่ได้ครับ ถ้าติดตามข่าวท่านประธานจะรู้ดีครับ เวลามีเหตุการณ์ที่คน ๆ หนึ่ง ไปมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อสังคมเกิดขึ้น พอนักข่าวเอาไมโครโฟนไปถามพ่อแม่ของเขา หลายครั้งพ่อแม่ตอบว่าอย่างไรครับ ลูกของฉันเป็นคนดี ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาจะเป็นคน ทำเรื่องแบบนี้ได้ ที่ผ่านมาไม่เคยสอนลูกแบบนั้นเลยนะคะ แต่แท้ที่จริงครับ ลูกคุณเป็นอย่างนั้น มาตั้งนานแล้ว แต่เป็นลับหลังคุณมาโดยตลอด โดยที่คุณไม่รู้ต่างหาก ผมยังยืนยันครับว่า การลงโทษด้วยการตีไม่สามารถสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ได้เลย แต่เป็นการสะท้อนว่า ผู้ใหญ่คนนั้นมีความคิดที่มักง่าย ไม่สามารถหากุศโลบายเชิงบวกในการพัฒนาคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ให้กับเด็กได้อีกแล้ว คิดน้อยเกินไปครับ

แล้วประเด็นที่บอกว่าไม้เรียวสร้างชาติ ผมขอประเด็นนี้ประเด็นสุดท้ายครับ หลายคนชอบอ้าง ผมเติบใหญ่มาเป็น สส. เป็นรัฐมนตรี ถูกไม้ตีมาทั้งนั้น ท่านประธาน รู้ได้อย่างไรครับว่าไม้เรียวสร้างเขาขึ้นมา หลายคนถูกตีบาดเจ็บในหัวใจ บาดเจ็บทางกาย มีความบอบช้ำทางอารมณ์ มีความบอบช้ำที่บาดลึก เพียงแต่เขาเจอญาติที่ดี มีญาติผู้ใหญ่ที่ดี มีเพื่อนที่ดีที่คอยสมานแผลในใจเขาได้ทันเวลา เลยทำให้เขาเติบโตขึ้นมาได้ โดยที่วางแผลในใจ เหล่านั้นอยู่ข้างหลัง ถ้าจะบอกไม้เรียวสร้างชาติ เอาสิครับท่านประธาน แล้วที่ตีเขาจนเขา เสียผู้เสียคนทำไมไม่ทำสถิติเอามารับผิดชอบบ้าง อย่าพูดมักง่าย ไม้เรียวไม่ได้สร้างชาติ ไม้เรียวสร้างแต่ความบอบช้ำ อย่าขโมยความสำเร็จของเด็กคนใดคนหนึ่งแล้วโยงไปที่ไม้เรียว แล้วให้เครดิตไปที่ไม้เรียว อย่าคิดมักง่ายอย่างนั้น ผมขอบคุณมาก ๆ ครับ ที่ทราบจากทาง วิปรัฐบาลว่ารัฐบาลจะรับกฎหมายฉบับนี้ แล้วทำให้เด็กไทยมีความปลอดภัยจากการทำ ทารุณกรรมเสียที อย่าเชื่อครับ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี รักวัวเดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ผูกกันแล้วครับ รักลูกก็อย่าตีครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน