ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม แสดงความกังวลต่อการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและอาญาที่อาจจำกัดสิทธิของผู้ปกครองและครูในการสั่งสอนเด็ก โดยเสนอให้พิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อวัฒนธรรมการเลี้ยงดูและการลงโทษทางวินัยในบริบทของสังคมไทย
ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้ว ถ้าไม่ใช่ การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและอาญาฉบับนี้ ผมคงที่จะไม่ขึ้นมารบกวนสิทธิ แต่โดย ความบังเอิญผมได้อ่านตัวร่างในการแก้ไข ต้องขอบคุณคุณณัฐวุฒิ ผู้แทนเมืองอ่างทอง ที่มีเจตนาดี แล้วผมก็เข้าใจครับท่านประธานว่าเป้าหมายของการแก้กฎหมายฉบับนี้ แก้ปัญหาเรื่องของการใช้สิทธิเกินขอบเขตของผู้มีอำนาจในการปกครอง ป้องกันการละเมิด อำนาจ แล้วเพื่อให้สอดคล้องกับอนุสนธิสัญญาในระดับนานาชาติ อันนี้เข้าใจครับ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ อยากเล่าเรื่องจริงสู่เวทีสภาแห่งนี้จะได้บันทึกไว้ ว่าผมอาจจะ เหนือกว่าคนอื่นในห้องนี้อยู่ ๒ ประการ ๑. ผมเป็นครู แล้ว ๒. ผมมาเป็นพ่อ ถามว่าเป็นครู ผมจะเล่าให้ท่านประธานฟังว่าอย่างไร การศึกษาไทยเด็กไทยที่มันล้มเหลว มันมีองค์ประกอบ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแบบเรียน ไม่ว่าจะเป็นความไม่พร้อม ความเหลื่อมล้ำอะไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เด็กชนบทเด็กบ้านนอกวันที่ผมเป็นครูเมื่อปี ๒๕๒๙ ปี ๒๕๓๐ ปี ๒๕๓๑ ปี ๒๕๓๒ หลาย ๆ ๓ นี่ครับ ล้มเหลวเพราะเราตีเด็กไม่ได้ เราจะบิดท้องเด็กไม่ได้ เราจะทำ อะไรไม่ได้ ผู้ปกครองตามไปด่า ตามไปว่าถึงโรงเรียน ผมตีเด็กครั้งสุดท้าย ท่านประธาน ที่เคารพครับ เขาเรียกผมว่าครูเสือ ตอนนั้นดังมาก เพราะผมไว้หนวด ไว้เครา เด็กผู้ชายขึ้นไป บนห้องน้ำ ห้องน้ำบ้านนอกแบบท่านประธานที่เชียงรายสมัยก่อนมันมีอยู่ ๒ ห้อง ห้องหนึ่ง เด็กนักเรียนหญิง ห้องหนึ่งเด็กนักเรียนชาย แล้วมันไปส่องดูเด็กนักเรียนหญิง เด็กนักเรียน หญิงก็ร้องออกมา คุณครู ครู ครู ครู ครู ครูเสือ ครูเสือ มันขึ้นไปดูของหนู ก็เลยเรียกมา ก็เลยลงโทษด้วยการเฆี่ยนตี พ่อแม่มาโรงเรียนเลยครั้งนั้น แล้วก็สาบานตัวเลยว่าตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไปจะไม่ตีเด็ก มันเจ็บปวดมากครับ เพราะเด็กบ้านนอกมันเป็นครอบครัวที่แตกแยก เขาหวังอย่างเดียวก็คือครูในการดูแล เมื่อครูไม่ดูแล หรือครูไม่ให้ความใส่ใจ ครูไม่ทำตัวเป็นพ่อ ไม่อบรม ไม่ลงโทษ มันก็ล้มเหลวเหมือนกับทุกวันนี้ นี่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ คือครูใช้ไม้ เรียวไม่ได้ ตอนผมเป็นกรรมาธิการการศึกษา ผมยังเคยเรียกร้องว่าเรียกไม้เรียวคืนมาให้ครู เพราะที่นี่ ประเทศไทยครับท่านประธานครับ มาถึงพ่อแม่กับครูไม่ต่างกันนะครับ ก็บอกแล้วผมโชคดี ผมก็เป็นพ่อของคน ผมต้องลงโทษลูก ผมต้องตำหนิ ทีนี้วันนี้ผมดูแล้วเรื่องของการละเมิดก็ดี หรือศัพท์ภาษาเรื่องการด้อยค่าก็ดี เรื่องทำร้ายจิตใจก็ดี ไม่รู้มันอยู่ตรงไหน จริง ๆ มันมี กฎหมายรองรับอยู่แล้ว ผมไม่ห้ามในการที่จะแก้กฎหมายฉบับนี้ ผมไม่ห้ามที่จะเสริมเติมแต่ง เพื่อให้มันเป็น Inter ให้คนมองว่าประเทศไทย Inter ในเรื่องกฎหมายที่ทันสมัย แต่ผมดูแล้วมันไปผูกพันกับกระทรวงอีกหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เช่น กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมก็ได้สอบถามเขาอยู่ว่าเรื่องนี้กระทรวงได้ดูแลไหม เขาก็บอกดูแล เพราะเวลามีปัญหา ท่านประธานครับ เด็กที่ไร้พ่อแม่ เด็กไร้ผู้ปกครอง กระทรวงแรกที่ลงไปดูแล ก็คือเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์นะครับ ไปดู ไปสอบถาม ไปศึกษาที่มาที่ไป เร่ร่อนอย่างไร โดนใครทำร้าย หรือที่บ้าน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมคิดว่าเรื่องนี้มันเร็วไปที่เราจะมาแก้ โดยคำจำกัดความเราไม่สามารถที่จะแปลได้ เช่น ทารุณกรรม หรือด้อยค่า หรือการทำร้าย จิตใจ ผมไม่อยากเห็นเด็กไทยขึ้นไปบนโรงพักแล้วไปแจ้งความพ่อแม่ เมื่อสักครู่ผมชอบใจ นักการเมืองที่มีอนาคตไกลท่านบอกว่า เลี้ยงวัวให้ผูกเลี้ยงลูกให้ตี นี่คำโบราณไทยที่ได้ดี มาทุกวันนี้ พวกเราโดนทั้งพ่อแม่ตี โดนทั้งครูตี เราถึงได้พอเป็นบัวล้นน้ำขึ้นมา ไม่อย่างนั้น วันนี้เราก็ยังจมน้ำอยู่ครับ เพราะเราก็ดื้อกันเอาการเหมือนกัน ท่านประธานเองก็ไม่เบา ถ้าดูประวัติมา แต่อาศัยเราโดนครูบังคับ โดนครูสั่งสอน เพราะครูก็รักเด็กนักเรียนเหมือนลูก ฉะนั้นผมมองว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไปไว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นห่วงว่าโรงพัก จะเต็มไปด้วยเด็กที่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อ แม่ ตา ยาย หรือครูบาอาจารย์ เพราะบางที ครูสอนหนังสือในห้องไปพูดจาว่า หนูเอ็งสู้นาย ก ไม่ได้นะ อ่านก็ไม่ออก เขียนก็ไม่ได้ อย่างนี้ ด้อยค่าไหมครับ หรือไปพูดจา เอ็งเป็นคนใช้ไม่ได้ ลงไปในสนามฟุตบอลส่งให้เพื่อน เตะให้เพื่อนไม่เข้าท่า ด้อยค่าไหมครับ ทำร้ายติดใจไหมครับ เรื่องอย่างนี้ผมมองว่า เรื่องละเอียดอ่อน ควรที่จะคิดแล้วบูรณาการเข้ามา ผมจึงอยากเห็นรัฐบาล ผมจะลงแล้วครับ ท่านประธาน ผมเห็นท่านประธานส่ง Signal แล้ว ผมอยากเห็นรัฐบาลว่าค่อย ๆ ทำ แต่เห็น ด้วยนะครับ ที่ท่านณัฐวุฒิถือว่าเป็นการเสนอแก้กฎหมายความก้าวหน้าของกฎหมายไทย แต่ต้องดูความรอบคอบ เพราะถ้าทำไปรวดเร็ว ไม่ดูในรายละเอียด เราจะเป็นปัญหา แล้วนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้นำรัฐบาล หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ซึ่งรับผิดชอบอยู่ จะมีปัญหา ฉะนั้นอยากให้เห็นกฎหมายฉบับนี้ต้องมีความ ละเอียด มีความรอบคอบ เพราะคนที่รับผิดชอบก็คือผู้นำรัฐบาลและรัฐบาล แต่ในเบื้องต้น ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็ส่งไปให้ทีมกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ได้ดูแล โดยการมอบให้กับรัฐบาลไปก่อนครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ