มานพ คีรีภูวดล หารือร่าง พ.ร.บ.กระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗

มานพ คีรีภูวดล หารือร่าง พ.ร.บ.กระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โดยเรียกร้องให้สภาอนุมัติตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อคืนชีวิตวิทยุชุมชนที่ถูกปิดกั้นจากการรัฐประหาร พร้อมทั้งวิจารณ์การอุ้มครม. ของพรรคก้าวไกล และเร่งผลักดันให้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมอยากจะเริ่มอย่างนี้ว่า เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งนะครับ ตั้งแต่ มีการรัฐประหารต่อเนื่อง ๒ ครั้ง ก็คือ รัฐประหารปี ๒๕๔๙ รัฐประหารปี ๒๕๕๗ ความเป็น ชีวิตของวิทยุชุมชนที่เกิดขึ้นตามมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๔๐ ได้หายไป อันนี้เป็นตัวทำลายความเป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะสื่อ ประเทศไหน พื้นที่ไหน สังคมไหนที่เสรีภาพของสื่อมีทุกระดับ ก็คือตัวชี้วัดของความเป็นประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นการรัฐประหาร ๒ ครั้งนี้เป็นการทำลายกระบวนการประชาธิปไตย แล้วทำให้ เครือข่ายวิทยุชุมชนได้สูญหายไปจำนวนมากครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นทำไมผมพูดอย่างนี้ครับท่านประธาน วันนี้ผมดีใจครับที่ร่างนี้เข้ามา พี่น้องเครือข่ายวิทยุชุมชนได้ปรึกษาผมมาตลอด แล้วผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย วิทยุชุมชน วันนี้สภาผู้แทนราษฎรจะต้องอนุมัติเห็นชอบให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเรื่องนี้ครับท่านประธาน ครม. ไม่ควรจะอุ้มไปแล้ว ๖๐ วัน ผมถามว่าปิดสมัย ประชุมที่ผ่านมาท่านไปทำอะไรมา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเสนอใหม่ครับท่านประธาน เรื่องที่ค้าง ในสมัยที่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าการลงมติมีความสำคัญ เพราะว่าเครือข่ายพี่น้อง วิทยุชุมชนที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพื้นที่ทางสังคม พื้นที่ที่ชุมชน ต้องคุยกัน พื้นที่การสื่อสารทางวัฒนธรรม มันจะได้เกิดขึ้น มันจะได้กลับฟื้นโดยเร็วนะครับ มันไม่ควรจะอุ้ม คนที่รออยู่นะครับ ท่านประธานลองนึกภาพมีการรัฐประหาร ๒ ครั้ง และล่าสุดปี ๒๕๕๗ ตอนนี้ปีอะไรแล้วครับ ปี ๒๕๖๗ ๑๐ กว่าปีที่พวกเขาไม่ได้ใช้พื้นที่ของ วิทยุชุมชนในการสื่อสาร ในการทำงานร่วมกันของคนในชุมชน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมยืนยัน นะครับว่า เราไม่ควรจะอุ้ม เราควรจะเดินหน้าต่อ เพื่อคืนชีวิต คืนความเป็นตัวตนของ เครือข่ายวิทยุชุมชนครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะสื่อสารกับท่านประธานเรื่องของ ตัวตนของวิทยุชุมชนสักเล็กน้อย เพื่อประกอบให้กับทางกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นในการ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ในมาตรา ๔๐ พูดได้ชัดเจน นะครับว่า คลื่นวิทยุมันเป็นสมบัติสาธารณะ เพราะฉะนั้นก็คือในเมื่อภาคธุรกิจ ภาครัฐ มีพื้นที่ในการใช้คลื่นวิทยุ ภาคประชาชนตัวเล็ก ๆ กลุ่มต่าง ๆ ก็มีสิทธิที่จะใช้ จึงเลยเกิด คำว่าวิทยุชุมชน แต่ว่าเหตุการณ์ทางการเมืองต่าง ๆ ที่ผ่านมาทำให้ผู้มีอำนาจกลัว ทำให้ผู้มี อำนาจคิดว่านี่เป็นพื้นที่ในการจัดตั้งทางอากาศ จึงมีนโยบาย จึงมีคำสั่งไล่ปิดหมดเลยนะครับ ผมคิดว่านี่ไม่มีความชอบธรรมกับพื้นที่วิทยุชุมชนทั่วไปที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องของการเมือง หรือไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ ท่านประธานเห็นภาพว่าวิทยุชุมชนมันมีความหมายและมันมีชีวิตกับคนในชุมชน และเครือข่ายในพื้นที่ได้อย่างไรครับ หลายท่านบอกว่าวิทยุชุมชนถ้าจะเก็บรายได้อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานผมคิดว่าส่วนหนึ่งก็โอเคเงินบริจาคของพวกเขาอยู่แล้วนะครับ เพราะว่า วิทยุก็ซื้อเครื่องมาเอง DJ ก็มาจากคนในพื้นที่สลับกันมา มีทั้งพระ มีทั้งผู้อาวุโส มีทั้งเยาวชน มีผู้หญิง มีสตรี มีครบหมดเลย ถามว่านี่เป็นองค์ประกอบที่เราอยากจะเห็นไหมครับ เราเคยพูดว่า บวร บ้าน วัด โรงเรียน ตัวตนมันอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน แล้วเราก็ทำให้มัน หายไปโดยรัฐประหารปี ๒๕๕๗ เพราะฉะนั้นคือการคืนชีวิต คืนตัวตนให้กับวิทยุชุมชน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน ท่านประธานทราบไหมครับ เวลามีวิทยุชุมชน การสื่อสารมันไม่ได้ สื่อสารเฉพาะในเรื่องประเด็นหนัก ๆ นะครับ มันเป็นการสร้างชุมชนแนวใหม่ของคนพื้นที่ ครับท่านประธาน เวลาคนบางคนที่อยู่ในทุ่งนาก็ดี อยู่ในสวนก็ดี มันจะมีการสื่อสารได้พูดคุย กัน ในเรื่องราว ในประวัติศาสตร์ชุมชน ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้มันมีอะไรเกิดขึ้น แล้วชุมชนจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ผมยกตัวอย่างกรณีไฟป่าท่านประธานครับ กรณีที่เกิด ไฟป่าที่มันมีความรุนแรง พื้นที่ที่มันไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ก็ดี พื้นที่หลาย ๆ เรื่องก็ดี การได้ สื่อสารกับคนในพื้นที่ในเครือข่าย แล้วบางพื้นที่เนื้อหาตรงไหนที่สถานีนี้พูดแล้วเป็นที่ น่าสนใจ อีกสถานีก็จะไปดึงสัญญาณเพื่อที่จะขยายผลต่อ โดยเฉพาะเรื่องของธรรมะ ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ท่านประธานครับ สิ่งที่มันทำให้การคืนชีวิตให้กับวิทยุชุมชน ไม่ใช่เฉพาะคนที่ทำวิทยุชุมชนครับท่านประธาน แต่เป็นการคืนความเป็นตัวตนของคน ในชุมชนนะครับ มันจะมีนิเวศทางวัฒนธรรมหลายแบบมากท่านประธานครับ ผมเองก็เป็น พี่น้องชาติพันธุ์ มันก็มีวิทยุชุมชนพี่น้องชาติพันธุ์นะครับ ได้มีการแปลธรรมะ หรือสื่อสาร ที่เป็นภาษาชาติพันธุ์ ก็เป็นเรื่องราวต่าง ๆ นะครับ ทั้งหมดนี้หลายฝ่ายอาจจะเป็นความ มั่นคงก็ดี หน่วยงานอื่นที่อาจจะเป็นห่วงว่าเป็นการจัดตั้งวิทยุชุมชนที่มันมีวัตถุประสงค์ ซ่อนเร้นหรือเปล่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นครับ กระบวนการที่ ๒ คือกระบวนการตรวจสอบ มันมีมาตรฐาน มันมีวิธีการ มันมีรูปแบบที่สามารถที่จะติดตามประเมินตรวจสอบได้นะครับ การที่ใช้เหตุผลบางประการที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ด้วยวิธีการรัฐประหาร แล้วก็ สั่งปิดทั้งหมด ทำให้เกิดความเสียหายให้กับคนที่ทำงานเครือข่ายวิทยุชุมชนทั้งประเทศ และที่สำคัญคือเกิดความเสียหายในการลงทุนต่าง ๆ วันนี้ท่านประธานทราบไหมครับ ความเป็นวิถีชีวิต ความเป็นชุมชนดั้งเดิมที่พยายามจะสร้างสังคมแนวใหม่ที่ใช้พื้นที่ ทางอากาศ คือวิทยุเป็นสังคมที่จะได้สื่อสารกัน วันนี้มันหายไปนะครับ ถ้าท่านประธานจำได้ หลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นะครับ ๔-๕ ปีที่ผ่านมาผมเองก็ไปดูสถานีวิทยุชุมชนแรกที่ตั้ง ในประเทศไทย คือตั้งที่จังหวัดกาญจนบุรีครับ คนที่ตั้งวิทยุชุมชนสถานีแรกในประเทศไทย วันนี้เสียชีวิตไปแล้ว หลังจากนั้นมันก็ขยายนะครับ อันนี้มันคือชีวิตจริง ๆ ส่วนรายละเอียด ว่าจะเก็บรายได้อย่างไร ผมคิดว่าอันนี้ถกกันในกรรมาธิการครับ ทุกท่านที่อยู่ในสภาอาจจะ เห็นต่างนะครับ และที่สำคัญผมคิดว่าการที่จะตั้งกรรมาธิการชุดนี้ จะต้องมีตัวแทนเครือข่าย วิทยุชุมชนที่เขาเคยเป็นอยู่เดิม และวันนี้ยังเป็นเครือข่ายประกอบกันอยู่เข้ามาเป็น กรรมาธิการด้วยนะครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมในนามพรรคก้าวไกล ผมคิดว่า ครม. ไม่ควร จะอุ้มไปให้เสียเวลา ๖๐ วันนะครับ เครือข่ายวิทยุชุมชนรอคอยมานาน พี่น้องประชาชน ที่เคยใช้บริการวิทยุชุมชนอยากจะให้ชีวิตกลับคืนมานะครับ ควรจะเห็นชอบร่วมกันให้ผ่าน ในวันนี้ เพื่อที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไปครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน