ชุติมา คชพันธ์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่แสดงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในการพิจารณาทุนและการร่วมทุน โดยเฉพาะในประเด็นสัดส่วนการลงทุน ความรับผิดชอบเมื่อเกิดขาดทุน และการเข้าร่วมของบุคคลธรรมดาที่มีแนวคิดหรือสิทธิบัตร พร้อมเสนอให้กรรมาธิการพิจารณาแนวทางที่ชัดเจน รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.บ. อุดมศึกษา การจัดตั้งนิติบุคคลร่วมกับภาคเอกชน และความจำเป็นในการส่งเสริมการพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ สำหรับ ร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ก่อนอื่นดิฉัน ต้องบอกว่าดิฉันเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถือว่าเป็น พ.ร.บ. ที่มีความก้าวหน้าสามารถ ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนะคะ ให้ประเทศไทยเรามีขีดความสามารถ ในการแข่งขันกับเวทีโลกได้ดีขึ้น อันนี้ดิฉันเห็นด้วยมาก ๆ เลยนะคะ รวมไปถึงในอนาคต ประเทศไทยเราสามารถพึ่งพาตนเองได้ เรามีเทคโนโลยีของเราเอง เรามีนวัตกรรม ของเราเอง โดยที่ไม่ต้องนำเข้ามามากนักนะคะ อันนี้ดิฉันมองถึงข้อดี แต่เมื่อดิฉันอ่าน ดิฉันมองด้วยประสบการณ์ ดิฉันเคยมีประสบการณ์อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาพอสมควรนับเป็น ๑๐ ปีเลยทีเดียวนะคะ ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการเอง แล้วก็เป็น Project Manager ในหลาย ๆ Project ที่เป็น Project ที่สร้างนวัตกรรมให้กับประเทศนี้เอาเป็นว่า หลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมในประเทศนี้นะคะ ดิฉันน่าจะใช้บริการมา เกือบหมดแล้ว และดิฉันก็เห็นช่องโหว่ เห็นปัญหา แล้วเมื่อสักครู่เพื่อน ๆ สมาชิก สส. หลาย ๆ ท่านก็พูดหลาย ๆ ประเด็นไปแล้วที่ดิฉันอยากจะพูด เพราะฉะนั้นดิฉันจะไม่พูดซ้ำ แต่จะพูดในอีกมุมหนึ่งที่ยังไม่มีท่านใดพูดก็แล้วกันนะคะ ดิฉันกังวลในส่วนของเรื่อง การร่วมทุนอยากจะขอสะท้อนให้ฟังก็คือในเรื่องของเกณฑ์ต่าง ๆ ท่านน่าจะเคยได้ยิน มาบ้างเวลาที่เราจะให้เกณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ทุน ดิฉันยกตัวอย่างของการให้ทุน ที่ผ่านมาก่อนจะไปถึงการร่วมทุน มีการให้ทุนเยอะแยะมากมายเลยค่ะ ของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างนวัตกรรม แต่เราก็เป็นที่รับรู้กัน แล้วก็ร่ำลือกันหนาหูมากเลย ในหมู่ผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมว่ามีความไม่เท่าเทียมกัน ยกตัวอย่างเช่น บางโครงการ เป็นโครงการที่นวัตกรรมไม่ได้ดีเด่นมาก แล้วก็ไม่ได้มี Impact กับประเทศมากมาย แต่กลายเป็นว่ากลับผ่านได้ ทำไม Project นี้ผ่าน แต่บาง Project เป็น Project ที่น่าจะผ่าน เพราะว่ามี Impact กับคนทั้งประเทศเลย เป็นผลดีกับมนุษยชาติเลยด้วยซ้ำอย่างนี้ค่ะ แต่ก็ไม่ผ่านนะคะ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ดิฉันกังวลว่าถ้าเกิดการร่วมทุนขึ้นมาแล้วปัญหาเหล่านี้ จะเกิดขึ้นหรือไม่ ท่านจะใช้เกณฑ์อะไรให้ทางผู้ประกอบการเอง หรือว่าพวกเราเองก็ตาม ในฐานะ สส. เราไม่ต้องมานั่งกังวลว่าเงินภาษีที่ใช้ไปคุ้มค่าจริงหรือไม่นะคะ ท่านใช้ Scope อะไร ใช้เกณฑ์อะไรในการวัด แล้วก็ทุนต่าง ๆ ที่ท่านให้ Scope แค่ไหน ธุรกิจประเภท ใดบ้าง อย่าเน้นหนักไปแค่ด้านใดด้านหนึ่งนะคะ แล้วก็โดยเฉพาะสำคัญที่สุดดิฉันอยากจะ ให้ดูธุรกิจที่เป็น Trend ที่เป็นด้านสินค้าแห่งอนาคต เทคโนโลยีอนาคตตรงนี้ดิฉันไม่แน่ใจว่า ได้มีจำกัดไว้ตรงไหนนะคะ เพราะว่าใน พ.ร.บ. ไม่มี มันอาจจะละเอียดเกินไปหรือไม่ ท่านอาจจะมีกฎหมายย่อยอะไรอย่างอื่น มีกฎเกณฑ์อย่างอื่นอีกหรือเปล่า ก็อาจจะฝากไว้ ในชั้นกรรมาธิการนะคะ เรื่องนี้อยากให้พูดถึงกัน แล้วก็อยากให้มีการทั่วถึงกันมากกว่านี้ ในการเข้าถึง ในการร่วมทุน
อีกประการหนึ่งค่ะ การร่วมทุนนะคะ ร่วมทุนกี่เปอร์เซ็นต์เป็นครึ่ง ๆ ๕๐:๕๐ หรือถ้าคิดว่าเป็นสินค้าแห่งอนาคตจะร่วมทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยหรืออย่างไรนะคะ แล้วก็ในอีกแง่หนึ่งอย่างที่บอกอย่างที่ท่านจุลพงศ์พูดไปแล้วว่า ถ้าขาดทุนใครจะรับผิดชอบ นี่ก็เป็นสิ่งที่ดิฉันกังวลเช่นเดียวกันนะคะ
อีกประการค่ะ บุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่นิติบุคคลเป็นห้างร้านทั่วไปหรือเป็น นักวิจัยคนหนึ่งที่เขามี Idea ดีมาก ๆ เลย อาจจะมีอาจารย์สักท่านหนึ่งมี Idea ดีมาก มีสิทธิบัตร เป็นนวัตกรที่ดีมากเลย แบบนี้ท่านจะร่วมทุนกับเขาได้อย่างไร โดยที่ไม่ได้เป็น นิติบุคคลนะคะ ได้ระบุไว้ในนี้หรือไม่แต่ดิฉันไม่เห็น ดิฉันไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงไหน ก็ฝากไว้ใน ชั้นกรรมาธิการให้คุยกันด้วยนะคะ
อีกประการหนึ่งค่ะ เทคโนโลยีที่จะได้ นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะได้จากการ ร่วมทุนสามารถที่จะถ่ายทอดต่อให้กับสังคมได้หรือไม่ จะติดเรื่องของ IP หรือไม่ จะติดเรื่อง อะไรหรือเปล่า จะสามารถทำในเชิง Social Enterprise ได้หรือไม่นะคะ เพราะเราต้องการจะพึ่งพาตนเอง เราไม่ต้องการนำเข้าเทคโนโลยีต่างประเทศมากนัก นั่นหมายถึงว่ากฎหมายตรงนี้เราต้องคิด เผื่อไว้ด้วยนะคะ ให้ประเทศเราสามารถใช้เทคโนโลยีของเราเองได้ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ดิฉัน ก็ไม่เห็นเช่นเดียวกันก็ฝากไว้คุยในชั้นกรรมาธิการด้วย ส่วนอีกข้อหนึ่งค่ะ ที่ดิฉันดูใน มาตราตรงนี้น่าจะเป็นมาตรา ๗ หรือเปล่าที่แจ้งไว้ว่าจะให้ทุนกับบัณฑิตให้มีทุนการศึกษา ระดับบัณฑิตเพื่อสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม อันนี้ดิฉันแอบสงสัยนิดหนึ่งว่าซ้ำซ้อนกับ พ.ร.บ. ของอุดมศึกษาหรือไม่ ในรายละเอียดตรงนี้ คิดว่าอาจจะต้องคุยกันทั้งในกรรมาธิการชุดนี้หรือในกรรมาธิการ อว. เองก็ตามนะคะ ดิฉันรู้สึกว่าข้อนี้มีบางส่วนที่มันเป็น Subset กันอยู่หรือเปล่านะคะ อีกข้อหนึ่งก็เช่นเดียวกันค่ะ เรื่องการจัดตั้งหรือร่วมกับบุคคลอื่นจัดตั้งนิติบุคคล เมื่อสักครู่นี้ดิฉันก็กล่าวไปแล้วว่าถ้าเป็น บุคคลอื่นที่ไม่ใช่นิติบุคคล คือท่านสามารถจะร่วมกับเขาได้หรือไม่ ดิฉันอยากให้ใช้ข้อความ ที่เจาะจงแล้วก็ชัดเจนมากกว่านี้นะคะ โดยสรุปก็คือดิฉันเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ยังมี ข้อกังวลบางประการ ก็อยากจะฝากข้อคิดเห็นทั้งหมดเข้าไปหารือพูดคุยกันในชั้น กรรมาธิการต่อไป เพื่อที่จะได้ทำงานร่วมกันทั้ง พ.ร.บ. ของอุดมศึกษาที่เรากำลังตั้ง กรรมาธิการกันอยู่ใช่ไหมคะ พิจารณา แล้ววันนี้ก็จะได้ทำงานไปควบคู่พร้อม ๆ กัน เทคโนโลยีของประเทศไทยก็จะได้ก้าวกระโดดไปข้างหน้าได้อย่างที่เราต้องการนะคะ ขอบคุณค่ะ