จาตุรนต์ ฉายแสง ชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจังหวัดชายแดนใต้และอำนาจของ กอ.รมน. หลังผ่านการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ 12 ครั้ง โดยไม่มีการยื่นคำแปรญัตติ พร้อมอธิบายผลกระทบจากการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 14/2559 ที่ทำให้คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้สิ้นสุดลง และกฎหมายเดิมกลับมีผลบังคับใช้อีกครั้ง จึงเสนอปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นการฟื้นฟูบทบาทของสภาที่ปรึกษาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการปรับบทบาทของ ศอ.บต.
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระบัญญัติยกเลิก คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษา การพัฒนาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกอง อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ พ.ศ. ....
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ได้ลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการ กำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ พ.ศ. .... (นายยูนัยดี วาบา กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ร่างพระบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการ กำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ พ.ศ. .... (รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการ กำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๑๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ พ.ศ. .... (นายรอมฎอน ปันจอร์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และได้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา โดยให้ถือเอาร่างพระบัญญัติของ รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ เป็นหลักในการพิจารณา กำหนดการแปรญัตติ ภายใน ๑๕ วัน ซึ่งครบกำหนดวันยื่นคำแปรญัตติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๗ โดยไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นคำแปรญัตติ คณะกรรมาธิการมีการประชุมครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ และประชุมครั้งสุดท้าย เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๗ รวมจำนวน ๑๒ ครั้ง ซึ่งได้พิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ และพิจารณาเรียงลำดับมาตราจนจบร่าง จำนวน ๖ มาตรา สรุปได้ดังนี้
๑. คณะกรรมาธิการเห็นว่าเมื่อมีการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ มีผลทำให้คณะกรรมการ ที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งแต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งดังกล่าว สิ้นสุดลง อีกทั้งยังมีผลทำให้บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรีในส่วนที่อ้างถึงสภาที่ปรึกษา การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและ การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถูกงดใช้บังคับโดยคำสั่งดังกล่าว กลับมามีผลบังคับใช้ เช่นเดิม
๒. คณะกรรมาธิการได้เพิ่มบทบัญญัติขึ้นใหม่ จำนวน ๑ มาตรา เพื่อกำหนด ระยะเวลาในการดำเนินการแต่งตั้งสภาที่ปรึกษาการพัฒนาและการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้ให้มีความชัดเจน นอกจากนี้คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเหตุผลของ ร่างพระราชบัญญัตินี้ และมีข้อสังเกตเพื่อให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ปรับปรุงแก้ไข และเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการแก้ไขปัญหา และพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน รวมทั้งให้ความสำคัญต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งในส่วนเหตุผลเพิ่มเติมและข้อสังเกตนี้ผมจะขอให้เลขานุการคณะกรรมาธิการเป็นผู้ชี้แจง ต่อไป แต่ก่อนที่จะขอให้ท่านเลขานุการคณะกรรมาธิการชี้แจง ผมอยากจะขอกราบเรียน ท่านประธานถึงความเป็นมาของการที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาและมีการแก้ไขเหตุผล รวมทั้งมีข้อสังเกตที่สำคัญหลายข้อ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะมอบให้ชี้แจงต่อไปนี้ว่าที่มีการ แก้ไขเหตุผลก็ดี การมีข้อเสนอสำคัญ ๆ หลายประการก็ดี มีสาเหตุจากการ ที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษาผลกระทบของคำสั่ง ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ทำให้เราเห็นว่าในช่วง ๘ ปี ที่ผ่านมา คำสั่งนี้ซึ่งมีสาระสำคัญเป็น ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษา ที่ไม่เชื่อมโยงกับประชาชน ขณะเดียวกันได้ระงับบทบาทและการใช้อำนาจหน้าที่ของสภา ที่ปรึกษา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับประชาชน ทำให้ประชาชนไม่มีช่องทางในการที่จะเชื่อมโยง กับการทำงานของ ศอ.บต. ได้อย่างที่เคย ส่วนที่ ๒ ของคำสั่งนี้คือจัดความสัมพันธ์ระหว่าง ศอ.บต. กับ กอ.รมน. พูดง่าย ๆ ก็คือให้ ศอ.บต. นั้นต้องขึ้นต่อ กอ.รมน. ในการบริหารจัดการ ในการดำเนินการหรือปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่ ๓ คือการกำหนดบทบาทของ กอ.รมน. ในเรื่องที่ เกี่ยวกับการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ซึ่งเรื่องนี้อาจจะไม่เป็นประเด็นสำคัญนัก เนื่องจากว่า มีกฎหมายอื่นที่มีเนื้อหาไปในทำนองเดียวกันอยู่แล้ว จากการที่ได้ศึกษาทั้งความเป็นมา และผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมทั้งได้เชิญผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ตั้งแต่ผู้ที่มีบทบาทอย่างสำคัญ ในการยกร่างร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องในการทำหน้าที่ของ ศอ.บต. ก็ดี สภาที่ปรึกษาก็ดี ทำให้เราเห็นว่าคำสั่งนี้ในช่วง ๘ ปีที่ผ่านมามีผลอย่างมาก ทำให้สภาที่ปรึกษาไม่สามารถทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ศอ.บต. จึงไม่มีความเชื่อมโยงกับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนั้น ศอ.บต. ซึ่งมีบทบาท ที่จำกัดลงไปอย่างมาก เนื่องจากต้องไปขึ้นต่อ กอ.รมน. ทั้งหมดนี้ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของพระราชบัญญัติที่จัดให้มี ศอ.บต. ขึ้น ในการที่จะนำสภาที่ปรึกษากลับมาก็ดี ในการที่จะจัด ความสัมพันธ์ระหว่าง ศอ.บต. กับ กอ.รมน. เสียใหม่ ซึ่งหมายถึงการยกเลิก คำสั่งที่ ๑๔/๒๕๕๙ นี้ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบและวิธี บริหารจัดการเพื่อส่งเสริมบทบาทของ ศอ.บต. ให้มากขึ้นและให้มีความเชื่อมโยง กับประชาชน นอกจากนั้นสภาที่ปรึกษาที่มีขึ้นใหม่ควรมีองค์ประกอบที่เหมาะสมที่จะทำให้ ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามีส่วนร่วมได้จริง สภาที่ปรึกษายังควรมีบทบาทในการส่งเสริม การหารือสาธารณะที่จะช่วยทำให้กระบวนการสร้างสันติภาพ สร้างสันติสุขที่กำลังทำกันอยู่นี้ ประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น และทั้งหมดนี้ก็นำไปสู่การเสนอให้มีการแก้ไขปรับปรุง พระราชบัญญัติบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน นี่คือความเป็นมาและสาเหตุสำคัญที่คณะกรรมาธิการได้มี การแก้ไขเหตุผลของร่างพระราชบัญญัตินี้และได้มีข้อเสนอที่สำคัญ ๆ หลายประการ ซึ่งคณะ กรรมาธิการจะได้มอบหมายให้เลขานุการคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงต่อไปครับท่านประธาน