ปารมี ไวจงเจริญ หารือประเด็นความปลอดภัยของนักเรียน โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากรถโดยสารและเหตุการณ์ลืมเด็กในรถ พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันที่ชัดเจน รวมถึงการบำรุงรักษารถ การตรวจสอบการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง และการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนอย่างปลอดภัยและครอบคลุม โดยเน้นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมผลักดันให้การทัศนศึกษานอกโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม และเรียกร้องให้ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้เน้นทักษะการเอาตัวรอดและช่วยเหลือผู้อื่นในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่เกิดจากประสบการณ์จริงและพัฒนาความสามารถในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากเหตุการณ์รถบัสที่เกิดขึ้นที่ถนนวิภาวดี ดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจ อย่างสุดซึ้งต่อนักเรียนและครูที่เสียชีวิตนะคะ แล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้กับนักเรียนและครูที่ยัง บาดเจ็บอยู่ ขอให้ร่างกายและจิตใจฟื้นตัวโดยเร็ว แล้วก็ขอเป็นกำลังใจและขอขอบคุณ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ดำเนินการเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็วนะคะ
วันนี้ดิฉันจะขออนุญาตท่านประธานพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย ของนักเรียนทุกประเภทนะคะ รวมถึงรถตามบ้านด้วย เพราะว่าประเทศไทยเรามีสถิติ ความไม่ปลอดภัยที่เกิดกับเด็กกับนักเรียนสูงมาก ไม่ใช่แค่กรณีรถไฟไหม้อย่างที่เกิดขึ้น สถิติอย่างเช่น กรณีครอบครัวพ่อแม่ผู้ปกครองลืมลูก ๆ ไว้ในรถ หรือรถตู้ต่าง ๆ เกิดสูงมาก มีสถิติจากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลได้มีรายงาน สถิติไว้ว่า เด็กได้รับอันตรายจากรถปีละ ๒-๓ ราย กรณีเสียชีวิตปีละ ๒-๓ ราย ซึ่งถือว่าสูง มาก เพราะฉะนั้นดิฉันขออนุญาตท่านประธาน วันนี้ดิฉันจะขอพูดใน ๓ ประเด็นสำคัญนะคะ
ในประเด็นแรก คือเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของรถโรงเรียน และรถตามบ้านที่ใช้กับเด็กต่าง ๆ รวมถึงรถที่ใช้รับส่งนักเรียนในทุกกิจกรรมหรืออย่าง กรณีนี้ก็คือรถบัสที่ใช้นำนักศึกษานักเรียนไปทัศนศึกษานอกโรงเรียน ในระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียนปี ๒๕๖๒ ก็ได้เขียนไว้ ครอบคลุมแล้ว แต่ว่าดิฉันคิดว่าในการปฏิบัติให้เข้มงวดตามระเบียบนั้น มันยังขาดการปฏิบัติ ที่เข้มงวดนะคะ เพราะในระเบียบกระทรวงศึกษาก็มีการกำหนด Spec รถ รอบระยะเวลา ในการตรวจเช็กสิ่งเหล่านี้ดิฉันว่าเราต้องเคร่งครัดนะคะ การติดตั้งอุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ ที่ต้องใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดับเพลิง ค้อน ชะแลงเหล็ก ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ได้จริง แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันนะคะ ขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ก็คือขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบว่าอาจจะ มีการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับเหมาบริการรถทัวร์ รถบัสรับส่งนักเรียนต่าง ๆ เหล่านี้ หรือไม่ผู้บริหารโรงเรียนต่าง ๆ ใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือกรถบัส เพราะว่ามีครูหลายท่านนะคะ ส่งข้อความมาหาดิฉันแล้วก็ส่งข้อความมาหาเพื่อนผู้แทนราษฎรในพรรคประชาชน ของดิฉันเหมือนกันว่ารถบัส โรงเรียนในการทัศนศึกษานี่จะเสียบ่อยมาก มีปัญหาชำรุด เสียหายระหว่างทางก็บ่อย หรืออย่างคันที่เกิดเหตุนี่นะคะ ก็มีข่าวว่าวันก่อนหน้านี้ก็มีกลิ่น เหม็นไหม้ เพราะฉะนั้นในกรณีอย่างนี้อยากให้ท่านรัฐมนตรีตรวจสอบให้แน่ชัด หลายโรงเรียนรถบัส ที่ใช้ในการทัศนศึกษานี่วิ่งรอบรับส่งบริษัทอื่น คนอื่น หรืองานอื่น แล้วมาวิ่งรับนักเรียนไม่ได้ มันไม่ได้มาตรฐานนะคะ แล้วรถเหล่านี้ครูโรงเรียนต่าง ๆ ก็รู้ถึง ปัญหาว่าเสียบ่อยนะคะ มีการเล่าสู่หรือท้วงติงไปยังผู้บริหาร แต่ผู้บริหารในบางโรงเรียนนี่ ก็ไม่ใส่ใจปล่อยปละละเลยยังคงใช้บริษัทรถบัสเจ้าเดิม ๆ อยู่ตลอด อยากให้ตรวจสอบตรง เรื่องนี้ว่ามีลักษณะเข้าข่ายในการทุจริตรับเงินอะไรบางอย่างจากบริษัทรถบัสหรือเปล่า
ประเด็นที่ ๒ ดิฉันอยากจะวิงวอนให้กระทรวงศึกษาธิการต้องจัดงบประมาณ สนับสนุนโรงเรียน เพื่อพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียน ไม่ใช่แค่รถบัสทัศนศึกษาอย่างเดียว แต่รวมไปถึงรถรับส่งนักเรียนไปกลับ รถตู้ หรือรถสองแถวประจำเดือนที่รับส่งนักเรียนนี่ อยากให้กระทรวงศึกษาธิการต้องอุดหนุนงบให้กับผู้ประกอบการเพื่อสร้างแรงจูงใจ ให้ผู้ประกอบการ เพื่อผู้ประกอบการจะได้หมั่นตรวจสอบดูแลรถรับส่งให้อยู่ในมาตรฐาน
อีกประเด็นหนึ่ง คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สำคัญมากนะคะ ท่านประธานต้องเข้ามาร่วมพัฒนาและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยเพื่อช่วย อำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนักเรียน โดยเฉพาะการเดินทาง จากพื้นที่ต่างอำเภอ ต่างตำบลเข้ามาเรียนในเมืองที่มีการจราจรแออัดนะคะ ถ้าระบบขนส่ง สาธารณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาช่วยวางระบบได้ดี จะลดค่าใช้จ่ายด้วยและลด อุบัติเหตุตรงนี้ลงไปได้มาก
ประเด็นต่อมา ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอพูดถึงเรื่องการทัศนศึกษานอก โรงเรียนที่ตอนนี้เป็นที่ถกเถียงกันมากในสังคม ในมุมมองของดิฉันนะคะ การทัศนศึกษา นอกโรงเรียนไม่ใช่ผู้ร้ายค่ะท่านประธาน ถ้าเกิดเราใช้การทัศนศึกษานอกโรงเรียนที่ถูกจุด ถูกต้องเหมาะสม ให้เหมาะสมในแต่ละบริบทของช่วงวัยของนักเรียน การทัศนศึกษา นอกโรงเรียนยังจำเป็น ถือเป็น Active Learning หรือการเรียนรู้เชิงรุกที่สำคัญค่ะ ท่านประธาน เพราะว่าการทัศนศึกษานอกโรงเรียน ทำให้นักเรียนได้เปิดโลกทัศน์ ได้ออกไป นอกสถานที่ ได้มีประสบการณ์จริง ไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ แล้วกลับมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กันต่อในห้องเรียน นำไปสู่การพูดคุย อภิปรายหรือทำงานร่วมกัน อันนี้คือ Active Learning ของแท้จริง เพียงแต่ว่าการจัดทัศนศึกษานอกโรงเรียนต้องจัดให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย เช่น นักเรียนที่เป็นเด็กเล็กก็ทัศนศึกษาใกล้ ๆ โรงเรียน โดยออกแบบให้รัดกุม เน้นความปลอดภัย อย่างสูงสุดต่อผู้เรียน ซึ่งเรื่องนี้เราออกแบบกันได้ค่ะ
อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญในการทัศนศึกษานอกโรงเรียน ก็คือคุณภาพของ การออกไปทัศนศึกษา ที่เมื่อกลับมาแล้วต้องเกิดการเรียนรู้เชิงรุก หรือ Active Learning ที่แท้จริง คือผู้เรียนกลับมาแล้วต้องเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พูดคุยอภิปรายร่วมกัน ในห้องเรียน สิ่งนี้ทางโรงเรียนและครูร่วมกันออกแบบได้
ประเด็นที่ ๓ ซึ่งก็เป็นประเด็นสำคัญ คือเรื่องหลักสูตรการเรียนของเด็กไทย ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนหลักสูตรที่เด็กไทยเรียนกันได้แล้ว หลักสูตรปัจจุบันที่เราใช้ ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปรับเล็ก ๆ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งก็ปรับน้อยมาก ดิฉันว่ามันถึงเวลาต้องเปลี่ยนกัน แล้วค่ะ เด็กไทยทุกช่วงชั้นเรียนต้องได้เรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ในวิชาการเอา ตัวรอด และการช่วยเหลือผู้อื่นในสถานการณ์ฉุกเฉินทุกรูปแบบ ทั้งอุบัติเหตุไฟไหม้ อุบัติเหตุ รถยนต์ อุบัติเหตุทุกประเภท รวมถึงสถานการณ์ภัยธรรมชาติทุกประเภท ทั้งน้ำท่วม น้ำป่า ไหลหลาก ดินถล่ม ซึ่งต่อไปนี้หลักสูตรของเด็กไทยต้องเรียนกันอย่างจริงจัง เรียนอย่างเดียว ก็ไม่ได้นะคะท่านประธาน ต้องลงมือปฏิบัติ และต้องปฏิบัติซ้ำ ซ้ำ ซ้ำ จนเด็กนั้นเกิดทักษะ และสมรรถนะในการเอาตัวรอดขึ้นมาให้ได้ โดยเฉพาะคำที่ดิฉันพูดไปนะคะท่านประธาน คือคำว่าสมรรถนะ หรือ Competency คำ ๆ นี้สำคัญมาก สมรรถนะ หรือ Competency คือผลรวมของการนำความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ ๓ อย่างนี้ มาใช้ได้จริง ใช้ในงานต่าง ๆ ที่ตัวเองรับผิดชอบ สิ่งสำคัญก็คือสมรรถนะ คือการที่เราจะแสดงออกเชิงพฤติกรรม หรือทำนั่นเองว่าทำอย่างไรเพื่อให้งานนั้นประสบผลสำเร็จ หรือเราเอาสมรรถนะไปใช้ แก้ปัญหาได้จริง ดังนั้นดิฉันจึงคิดว่าท่านประธานคะ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนหลักสูตร กันใหม่นะคะ หลักสูตรฐานสมรรถนะ ดิฉันอภิปรายในสภานี้หลายครั้งแล้ว หลักสูตรฐาน สมรรถนะมี ๖ ด้าน แต่ในด้านที่เกี่ยวกับกรณีเกิดรถบัสไฟไหม้ครั้งนี้ ดิฉันว่าเกี่ยวตรง ๆ เลย ก็คือ อย่างเช่น สมรรถนะในด้านการจัดการตัวเองอย่างมีสุขภาวะ หรือสมรรถนะการคิด ขั้นสูง หรือสมรรถนะการจัดการและทำงานเป็นทีม ซึ่งสมรรถนะเหล่านี้เราตั้งขึ้นมา เป็นสมรรถนะ แล้วเราก็ออกแบบวิชาต่าง ๆ ให้ตรงตามสมรรถนะได้ ดิฉันจึงคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องทำหลักสูตรฐานสมรรถนะเอามาใช้ให้จริง เพื่อให้เด็กไทยมีสมรรถนะ ในชีวิตที่เหมาะสม มีสมรรถนะในการเอาตัวรอดในทุกสถานการณ์ มีสมรรถนะที่จะดำรงชีวิต ได้อย่างมีความสุข ในโลกยุคใหม่นี้ให้ได้ ขอบคุณค่ะท่านประธาน