สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๗

ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ หารือเรื่องการหามาตรการและแนวทางในการลดอุบัติเหตุจากสถานการณ์รถบัสไฟไหม้ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการมีสติและระวังตัวเพื่อป้องกันภัย

นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ขอร่วมอภิปราย ญัตติด่วน เรื่อง การหามาตรการและแนวทางในการลดอุบัติเหตุ จากสถานการณ์รถบัส ไฟไหม้ค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุไฟไหม้ในครั้งนี้ค่ะ และขอร่วมส่งมอบกำลังใจ และความห่วงใยให้กับทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้นะคะ และดิฉันขอภาวนาให้เหตุการณ์ครั้งนี้จะต้องเป็นเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นในสังคมไทยค่ะ ท่านประธานคะ สุภาษิตไทยที่เราเคยได้ยิน วัวหายล้อมคอก หมายถึง การแก้ปัญหากับสิ่งที่ เกิดขึ้นไปแล้ว แต่หากท่านประธานมองย้อนหลังกลับไปค่ะ สังคมไทยนั้นเราไม่เคย ให้ความสำคัญกับคำว่า Safety หรือว่าความปลอดภัยอย่างจริงจังเลย เพราะว่าเราละเลย และมองข้ามเรื่องของความปลอดภัย ถ้าเรายังจำกันได้ค่ะ ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีการซ้อมหนีไฟ ในโรงเรียน จนเป็นเหตุให้ถังดับเพลิงระเบิดและมีเด็กเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น ๑ คน และได้รับบาดเจ็บกว่าอีก ๒๐ รายค่ะ หรือเหตุการณ์การเกิดขึ้นของตู้กดน้ำดื่มไฟรั่ว ในโรงเรียน และเป็นเหตุให้เด็ก ม.๒ ต้องเสียชีวิตลง และล่าสุดค่ะท่านประธาน กับอุบัติเหตุ รถบัส รถนักเรียนไฟไหม้ เป็นเหตุที่ทำให้เด็กนักเรียนและครูเสียชีวิต ๒๓ คน เป็นอุบัติเหตุที่ ไม่มีใครคาดคิดและไม่มีใครอยากให้เกิดค่ะ แต่ท่านประธานทราบไหมคะ รถบัส หรือรถโดยสารในประเทศไทยเคยเกิดเหตุไฟไหม้แบบนี้มาแล้วอย่างน้อย ๔ เหตุการณ์ค่ะ เช่น เมื่อปี ๒๕๖๔ รถทัวร์โดยสาร ๒ ชั้นของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งสายอุดรธานี-กรุงเทพฯ เกิดเหตุไฟไหม้ที่จังหวัดขอนแก่น ก๊าซ NGV ระเบิด และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๕ รายค่ะ นอกจากนี้เรายังมีงานวิจัยของศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทยในปี ๒๕๖๑ ชี้ว่า อันตราย จากรถบัส ๒ ชั้น มีมากกว่ารถบัสชั้นเดียว เนื่องจากจุดศูนย์ถ่วงของรถบัส ๒ ชั้น สูงกว่ารถบัสชั้นเดียว และยิ่งมีผู้โดยสารด้านบนมากเท่าไร จะทำให้รถบัส ๒ ชั้น มีโอกาสพลิกคว่ำได้ง่ายกว่าค่ะ สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมา ได้ละเลยเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย มันจึงกลายเป็นอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขเชิงระบบ ถึงแม้ว่าจะมีการกำหนดกรอบ ระเบียบที่ชัดเจน และรัดกุมค่ะ แต่หากขาดการนำไปบังคับใช้จริงก็เปล่าประโยชน์ จนนำไปสู่การสูญเสีย ที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น ท่านประธานคะ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่กระทรวงศึกษาธิการ ต้องตระหนักและปลูกฝังตั้งแต่ในโรงเรียนค่ะ การกำหนดหลักสูตร การตระหนักให้เห็นถึง ความสำคัญของคำว่า Safety หรือความปลอดภัยต้องมาก่อน ต้องรู้จักการตรวจเช็ก ต้องเข้มข้น ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเพียงแค่การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเพื่อหาคนผิด แต่ไม่เคยนำไปสู่การวางระบบป้องกันในอนาคตอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้น ดิฉันจึงอยากจะเสนอให้มีการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันเชิงระบบค่ะ ตั้งแต่ ๑. การวางระบบการทัศนศึกษาต้องได้มาตรฐานและผู้ปกครองสามารถเข้ามามีส่วนร่วม ในการวางระบบและตรวจสอบร่วมด้วยได้ค่ะ ๒. ความรับผิดชอบในการตรวจสอบสภาพรถ ไม่ใช่แค่ความพร้อมในการใช้งานค่ะ แต่ต้องมีการกำหนดมาตรฐานตั้งแต่โครงสร้าง ตัวรถ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ชัดเจน มีแบบฟอร์มการตรวจเช็กทุกครั้งก่อนการใช้งานที่ชัดเจน เฉกเช่นเดียวกับมาตรฐานของสายการบิน เป็นต้น ท่านประธานคะ ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรองรับตามรัฐธรรมนูญของคนทุกคนค่ะ ดังนั้น ดิฉันจึงอยากฝากถึงรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดค่ะ ต้องมีมาตรการ ในระยะสั้น แม้ว่าวันนี้ทำอยู่นะคะ โดยการให้รถบัสทุกคันที่ติด NGV ต้องมีการควบคุม ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องเร่งด่วนและเร่งดำเนินการค่ะ เพราะวันนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูกาล แห่งการท่องเที่ยวค่ะ การเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยค่ะ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งดำเนินการค่ะ

สุดท้ายค่ะท่านประธาน วัวหายล้อมคอกมันถูกพิสูจน์แล้วว่า ไม่สามารถแก้ไข ปัญหาที่ต้นตอได้ ถึงเวลาแล้วที่ต้องสร้างให้คนไทยตระหนักและไม่ละเลยกับคำว่า ความปลอดภัย ให้อยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน เพราะนั่นคือเกราะป้องกันภัยที่แท้จริงค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน