เทอดชาติ ชี้อุบัติเหตุนักเรียนสะเทือน ขอทบทวนความปลอดภัยใน-นอกรร.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ ตุลาคม ๒๕๖๗

เทอดชาติ ชัยพงษ์ แสดงความเสียใจต่อเหตุนักเรียนและครูเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างจริงจัง เน้นย้ำความรับผิดชอบของผู้บริหารทุกระดับในการสร้างระบบป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงตอบสนองหลังเกิดเหตุ และเสนอให้มีการจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้การเอาตัวรอดจากภัย รวมถึงกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนอีกในอนาคต

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ผมขอ แสดงความเสียใจต่อกรณีการเสียชีวิตของนักเรียนและครู โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งรับทราบข่าวเมื่อวานเย็นที่ประชุมพรรคนะครับ ก็ยืนไว้อาลัยกัน วันนี้ก็ยังรับไม่ได้ ยังมีความเจ็บปวดสะเทือนใจอยู่ครับ ถือว่าเป็นเหตุสะเทือนขวัญ ของคนไทยทุกคนเช่นเดียวกันครับ อุบัติเหตุของประเทศไทยมีความไม่ปลอดภัยบนท้องถนน เยอะมากครับ ปีละ ๒๐,๐๐๐ ราย เจ็บ ๑ ล้านคน ผมเองก็ไม่อยากให้เกิดลักษณะของ วัวหายล้อมคอก แต่เราจะทำอย่างไรทำคอกป้องกันวัวหาย นี่เป็นเรื่องที่เราถือว่ามีบทเรียน มากมาย แต่เราไม่เคยเรียนรู้และไม่เคยนำบทเรียนเหล่านั้นมาสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง ไม่เคยให้ความใส่ใจ ไม่ให้ความสำคัญต่อสิทธิพื้นฐาน เพราะฉะนั้นสิทธิเหล่านี้เป็นสิทธิ พื้นฐานของนักเรียน ๔ ด้านตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เรื่องของสิทธิที่จะมีชีวิตรอด สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง สิทธิในการพัฒนาและสิทธิในการมีส่วนร่วม เหตุที่เกิดขึ้น ตรงนี้เราไม่ได้โทษใคร พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนก็มีความเสียใจ ต่างก็ให้เหตุผล ต่างก็ได้อภิปราย เกี่ยวกับเหตุกรณีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องของรถ เรื่องของคน เรื่องของวิธีการต่าง ๆ ล้วนแล้ว แต่เป็น ๆ กระบวนการทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่สุดครับท่านประธานครับ การทัศนศึกษาของ โรงเรียนถือเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์จริงให้กับ ผู้เรียน แต่การที่จะพานักเรียนมา นักเรียนเล็กข้ามจังหวัดโดยรถที่ไม่เกิดความปลอดภัย อย่างนี้เป็นเรื่องที่ต้องเกิดความรับผิดชอบที่เกิดขึ้น และสิ่งสำคัญที่สุดความรับผิดชอบมัน ต้องเกิดทุกระดับครับ ไม่ว่าจะเป็นระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่ต้องให้ความสำคัญและตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ กิจกรรมนักเรียนไม่ว่าจะเป็นทัศนศึกษา การดูงาน การเข้าค่ายพักแรมลูกเสือ กิจกรรมร้องรำทำเต้นออกกำลังกายก็ดี เหล่านี้เป็นกิจกรรม ที่สร้างเสริมให้นักเรียนเกิดความสมบูรณ์อย่างรอบด้านทั้งนั้น แต่วันนี้ครับท่านรัฐมนตรีท่านทำ อะไรอยู่ สุขาดีมีความสุข สุขดีอยู่หรือเปล่า ผมไม่ได้โทษใคร แต่ท่านลืมความปลอดภัยของ นักเรียน ลืมความปลอดภัยของสถานศึกษา นี่เป็นสิทธิพื้นฐานเป็นเรื่องพื้นฐานเบื้องต้นที่ ต้องทำ ดูก่อนเป็นเรื่องแรก เพราะฉะนั้นการที่มาบริหารกระทรวงต้องดูว่าอะไรเป็น เรื่องใหญ่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ ผมไม่อยากให้เกิดความสูญเสียเกิดขึ้นแล้วเรามาพูดกัน มาหาวิธีแก้กัน มาสร้างความเรียกร้อง แล้วก็สร้างบทเรียน รุ่นแล้ว รุ่นเล่า ครั้งแล้ว ครั้งเล่า อันนี้ผมว่ามันไม่สามารถที่จะทำให้เกิดระบบที่จะสร้างความปลอดภัยได้ ผมว่าสำคัญที่สุด การที่ท่านรัฐมนตรี สั่งเร็วนะครับ สั่งงดแล้วครับ สั่งงดทัศนศึกษาถ้าจำเป็นให้มีเงื่อนไข มันถูกไหมครับ นักเรียนเกิดอุบัติเหตุ งดทัศนศึกษา ครูถูกทำร้ายในโรงเรียน งดอยู่เวรครับ มันป้องกันที่ปลายเหตุหรือเปล่า แบบนี้ต้นเหตุคืออะไร ความปลอดภัยทั้งระบบคืออะไร สิ่งสำคัญที่สุดท่านจะต้องดูครับว่า ความปลอดภัยของครู ของนักเรียน ทุกมิติ ทั้งใน สถานศึกษา นอกสถานศึกษานี้ต่างหาก ไม่ว่าจะรถ จะกิจกรรม มันเกิดจากคน คนคือใครครับ คนคือ ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับกระทรวง ผู้บริหารระดับสำนัก ระดับกรม ผู้บริหาร ระดับสถานศึกษา ต้องคิดสิครับ ต้องมีวิจารณญาณในการที่จะดูว่าอะไร ควร ไม่ควร อะไร ที่เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัย เราป้องกันหรือยัง สิ่งเหล่านี้เราจำเป็นที่ต้องทำ ความปลอดภัยมาตรการอยู่ตรงไหนให้ความสำคัญหรือเปล่า ทั้งในสถานศึกษาและนอก สถานศึกษา หลักสูตรเกี่ยวกับการเรียนรู้การป้องกันภัยของตนเอง ไม่ว่าอุบัติเหตุ อุบัติภัยต่าง ๆ อุทกภัย วาตภัย ภัยอันที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดทำอย่างไร บทบาทของผู้บริหารระดับสูง บทบาทของครู บทบาทของ ผอ. ที่เกี่ยวข้องต้องอย่างไร เราจะทำอย่างไรที่จะไม่ล้อมคอกหลังวัวหาย เราจะทำอย่างไรที่จะสร้างมาตรการนี้ก่อน ป้องกันก่อนครับ ปลูกฝังก่อน ให้เกิดขึ้นก่อน เราอย่าละเลยสิ่งเล็ก ๆ สิ่งเหล่านี้และมันจะสร้างความสูญเสีย ซึ่งทุกคนรับไม่ได้ ไม่มีใคร รับได้หรอกครับ เหล่านี้มันเป็นความสูญเสียที่เราเห็นแล้วก็เจ็บปวดด้วยกันทุกคนครับ เพราะฉะนั้นข้อเสนอสำคัญที่สุดก็คือ ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยปฏิบัติ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการครับ ท่านต้องไปดูว่า

๑. มาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา ทั้งในและนอกสถานศึกษาท่านทำ อะไร ทำอย่างไร มีมาตรการที่เข้มงวดหรือเปล่า ทุก ๆ ครั้งไม่ว่าจะเป็นรถไฟไหม้ตอนนี้ก็ดี ลืมเด็กไว้ในรถก็ดี หรืออุบัติเหตุรถชนก็ดี หรือประตูรั้วทับเด็กเสียชีวิตก็ดี เหล่านี้ละครับ นี่คือความปลอดภัยทั้งนั้น ทั้งในและนอกสถานศึกษาทั้งหมด

๒. หลักสูตรที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดเมื่อเกิดภัย ไม่ว่า แผ่นดินไหว ภัยเกิดอุบัติเหตุ ภัยจากอุบัติภัยต่าง ๆ ในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา ทั้งครูทั้งนักเรียนต้องเรียนรู้ อย่างเช่นกรณีที่เราเห็นภาพของรถตรงนี้ ขึ้นรถมาไม่มีการที่จะได้พูดถึงเรื่องระบบของการที่นักเรียนจะต้องดูแลตนเอง หากว่า มีอุบัติภัยเกิดขึ้นว่าจะต้องทำอย่างไรก่อน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ จะออกตรงไหน จะออกอย่างไร แม้ว่ารถ ๕๔ ปีไปแล้ว ประตูฉุกเฉินมีประตูเดียว แล้วก็ไม่มีระบบของการที่จะฉีดพ่นให้ ดับไฟได้อย่างรวดเร็ว อันนี้คือเรื่องของหลักสูตร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เราอย่าละเลยนะครับ ญี่ปุ่นเขามีหลักสูตรที่ให้นักเรียนหลบภัยจากแผ่นดินไหวต่าง

๓. ความรับผิดชอบ Accountability ต้องเกิดขึ้น ทั้งระดับของกระทรวง ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารในฝ่ายปฏิบัติ เหล่านี้เป็นความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมไม่ได้โทษใคร ผมไม่ได้กล่าวโทษใคร ผมไม่ได้ให้ใครจะต้องสูญเสียใจไปมากกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามครับ ทั้งหมดนี้คือความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุด ความรับผิดชอบนั้นเราต้องเห็นวิธีการป้องกันปลูกฝังไว้ก่อนแก้ไข สรุปแล้วเราป้องกันดีกว่า แก้ไขครับท่านประธาน ขอบคุณครับ