ดอกเตอร์วิลาสินี แจงบทบาท Thai PBS สื่อสาธารณะสร้างสรรค์-เสริมพลังชุมชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๖ กันยายน ๒๕๖๗

ดอกเตอร์วิลาสินี พิพิธกุล แถลงรายงานประจำปี 2566 ของ Thai PBS โดยย้ำบทบาทของสถานีในฐานะสื่อสาธารณะที่ดำเนินการอย่างอิสระและโปร่งใส ไม่ถูกตลาดกำหนด พร้อมเน้นการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาชุมชน ติดตามผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งภัยพิบัติและวิกฤติสังคม รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรม ความหลากหลาย และการเรียนรู้ของประชาชน ผ่านเนื้อหาคุณภาพที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ พร้อมผลักดันการใช้ดิจิทัลเพื่อขยายการมีส่วนร่วมของประชาชนและเสริมสร้างระบบนิเวศสื่อสาธารณะอย่างรอบด้าน

รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจาย เสียงและภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาทุกท่านค่ะ ดิฉัน วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ขอนำเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๖ พร้อมกับสไลด์ และดิฉันขอใช้คำแทนชื่อองค์การว่า Thai PBS ในการรายงานครั้งนี้ค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ดิฉันขอเริ่มต้นด้วยการขอบคุณท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาที่ร่วมรณรงค์ลดโลกร้อนไปกับ Thai PBS ค่ะ เพราะรายงานฉบับพิมพ์ ที่อยู่ในมือทุกท่านนี้เป็นแบบสรุปสาระสำคัญเพื่อลดจำนวนหน้ากระดาษ และมีรายงาน ฉบับเต็ม จำนวน ๑๖๖ หน้า ในรูปแบบดิจิทัลที่ท่านสามารถ Scan อ่านได้ที่ QR Code หน้าในของปกหลังนะคะ แล้วก็รายงานงบการเงินเฉพาะในหน้าถัดไปคือหน้า ๑๒ ค่ะ ท่านประธานคะ ในเวลา ๑๐ นาทีนี้ ดิฉันขอเน้นการรายงานไปที่ ๒ หัวข้อสำคัญค่ะ คือการส่งมอบคุณค่าต่อสาธารณะและการบริหารจัดการงบประมาณภายใต้ระบบนิเวศสื่อ ซึ่งเป็นการยืนยันอยู่บนหลักการและเจตนารมณ์ที่ Thai PBS ได้รับการออกแบบ ให้เป็นหลักประกันของสังคมไทยว่า จะไม่มีการปล่อยให้กลไกตลาดมาปิดกั้นเนื้อหา หรือบริการที่ถูกเรียกว่า Underserved หรือ Undersupply เหล่านี้คือเนื้อหาที่ไม่ดึงดูด มูลค่าทางการตลาด จึงเป็นเนื้อหาที่ถูกนำเสนอน้อยจากสื่อที่ต้องพึ่งโฆษณา เช่น เนื้อหา ด้านการศึกษา ด้านการคุ้มครอง ผู้บริโภค ด้านเด็ก กลุ่มคนเปราะบาง หรือกลุ่มคน ที่ถูกตลาดทำให้ไร้ตัวตนนอกจากเนื้อหาเหล่านี้แล้วที่สำคัญก็คือ ในมิติของการตรวจสอบ และนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างปราศจากอคติ โดยไม่ต้องเกรงกลัวการถูกแทรกแซง ด้วยผลประโยชน์แอบแฝงทางการเมืองหรือถอนโฆษณาค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอนำเสนอประเด็นแรก ในเรื่องการส่งมอบคุณค่าของการนำเสนอข่าวสาร ที่ประชาชนสามารถวางใจได้ มีตัวอย่าง ๔ ประเด็น ที่จะขอนำเสนอในกรณีนี้นะคะ

กรณีแรก คือกรณีภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้งที่เป็นเหตุการณ์ในปี ๒๕๖๖ และที่เกิดขึ้น ล่าสุดนี้ หลักการทำงานของ Thai PBS คือประเมินความเสี่ยง เตือนภัย ช่วยเหลือ ฟื้นฟู และติดตามนโยบาย โดยมุ่งให้เป็นการเสริมพลังอำนาจในท้องถิ่นนะคะ เป็นแนวปฏิบัติ ของ Thai PBS ทุกครั้งค่ะ ที่จะมีการปรับผังรายการ ทำเป็นรายงานพิเศษ เกาะติด การฝ่าวิกฤติและอยู่จนถึงการฟื้นฟูเยียวยานะคะ ขณะนี้ทีมข่าวของ Thai PBS เอง ร่วมกับ เครือข่ายนักข่าวพลเมือง เครือข่ายมหาวิทยาลัยในภูมิภาคและมูลนิธิไทยพีบีเอส ก็ได้เน้นสื่อสารเพื่อร่วมแก้วิกฤติโคลนและขยะที่เชียงราย และไปดักหน้าเฝ้าระวังภัยพิบัติ ที่เชียงใหม่ รวมทั้งเน้นสื่อสารเพื่อร่วมแก้วิกฤติที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงไว้แล้วด้วย การปรับตัวเร็ว ในการรายงานและอยู่จนจบการฟื้นฟูนี้ สะท้อนได้จากการยอมรับของประชาชนที่ให้ Thai PBS เป็นสื่ออันดับ ๑ ที่ประชาชนจะเลือกติดตามเสมอเมื่อมีภัยพิบัติค่ะ

กรณีที่ ๒ คือกรณีวิกฤติปลาหมอคางดำ ซึ่ง Thai PBS เป็นสื่อแรกที่ทำเรื่องนี้ มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ และต่อมาในปี ๒๕๖๕ Thai PBS ได้รณรงค์ให้ประชาชนมาร่วมสำรวจ และปักหมุดจุดที่พบปลาหมอคางดำโดยใช้ Application C-Site ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับนักข่าว พลเมือง ทำให้เริ่มเห็นทิศทางของการแพร่ระบาด และเมื่อ Thai PBS รวบรวมข้อมูลเชิงลึก ตรวจสอบหลักฐาน จึงนำเสนอเรื่องนี้อย่างเข้มข้นดังเป็นที่ประจักษ์นะคะ ดิฉันต้องขอบคุณ ที่คณะอนุกรรมาธิการได้เผยแพร่ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะออกมาแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่ง Thai PBS จะติดตามเรื่องนี้ต่อไปจนกว่าประชาชนจะได้รับความมั่นใจว่า วิกฤตินี้ จะมีทางออกค่ะ เช่นเดียวกับกรณีปัญหาพิพาทแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่มีมากว่า ๔๐ ปี ซึ่ง Thai PBS ได้ติดตาม สืบค้นข้อมูล และรับฟังเสียงของทุกฝ่ายมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การนำเสนอเรื่องนี้ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น ต่อสิ่งแวดล้อม และยังขยายผลไปถึงการสืบสวนขบวนการที่อยู่เบื้องหลังด้วย จึงนับเป็นสื่อหลักที่ทุ่มเท กับเรื่องนี้อย่างจริงจังค่ะ

อีกตัวอย่างหนึ่งนะคะ ที่สะท้อนการทำหน้าที่เกาะติด แม้เรื่องนั้นจะไม่อยู่ ในกระแสความสนใจทั่วไปแล้ว คือการติดตามความคืบหน้าในการช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูชุมชนมูโนะ จังหวัดนราธิวาส ที่ประสบเหตุพลุระเบิดเมื่อกลางปีที่แล้ว จนถึงเวลานี้ Thai PBS ยังคงติดตามนำเสนอให้เห็นทั้งความล่าช้าของการช่วยเหลือ และค้นหาสาเหตุ ที่เชื่อมโยงไปถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบราชการและกระบวนการยุติธรรม ผลักดัน ให้เกิดการช่วยเหลือชาวบ้านที่เสียสิทธิและเร่งรัดการฟื้นคืนเศรษฐกิจของชุมชน ดิฉันขอส่งท้ายประเด็นแรกนี้ ด้วยการพูดถึงการรายงานข่าวสารเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งการไม่ต้องพึ่งกลุ่มทุนใดนี้เองที่ทำให้ Thai PBS สามารถผลิตเนื้อหาทางด้านนี้ได้ถึง ร้อยละ ๔๔ ของสัดส่วนเนื้อหาทั้งหมดในอุตสาหกรรมสื่อทีวีดิจิทัลค่ะ

ประเด็นที่ ๒ คือการส่งมอบคุณค่าต่อสาธารณะในด้านการสืบสาน ถักทอ และหยั่งรากทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย เพราะ Thai PBS เชื่อว่าเนื้อหาทางวัฒนธรรม คือสะพานที่เชื่อมให้คนที่แตกต่างกันสามารถเข้าใจกันได้ จึงลงทุนกับการสร้างสรรค์เนื้อหาด้านนี้ ทั้งในรูปแบบละคร สารคดี ดนตรี และกิจกรรมในพื้นที่ มีรายการประจำที่ได้รับรางวัล จากหลายหน่วยงาน และผลสำรวจผู้ชมร้อยละ ๘๖.๔ ของจำนวน ๔,๐๐๐ คน ยอมรับ ในความโดดเด่นด้านนี้ของ Thai PBS นะคะ

ประเด็นที่ ๓ คือคุณค่าด้านการให้สาระประโยชน์และความบันเทิงที่คุ้มค่า ซึ่งมีผลสำรวจจากผู้ชมร้อยละ ๘๕-๘๗ ให้ Thai PBS เป็นสื่อที่สร้างสรรค์สาระบันเทิง ที่แตกต่าง มีละครที่สร้างแง่คิดเชิงบวกให้สังคม และมีสารคดีที่นำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ ได้จริง ในปีที่ผ่านมามีสารคดีและละครที่ได้รับรางวัลสร้างสรรค์และรางวัลคุณภาพ ยอดเยี่ยมทั้งในประเทศและสากล จำนวน ๓๐ รางวัลค่ะ

ประเด็นที่ ๔ คือคุณค่าด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ โดยเฉพาะสำหรับ กลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ Undersupply ในอุตสาหกรรมสื่อ แต่ Thai PBS เป็นผู้ผลิตเนื้อหาด้านนี้ คิดเป็นร้อยละ ๕๙ ของสัดส่วนเนื้อหาทั้งหมดในสื่อทีวี และมีการผลิต ทั้งในรูปแบบที่เหมาะสมกับการชมผ่านผังรายการทีวี คือ ALTV ช่องหมายเลข ๔ และผลิตในรูปแบบที่เหมาะสมกับการดูผ่านสื่อออนไลน์และ On Demand รวมทั้ง ในรูปแบบเกมนะคะ

ประเด็นที่ ๕ คือคุณค่าด้านการส่งเสริมสังคมประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วม Thai PBS เชื่อว่า สื่อที่ยึดมั่นในการสร้างประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือยิ่งจำเป็นมากขึ้น ในสภาพปัจจุบันที่ Algorithm ในสื่อออนไลน์ทำให้ประชาชนได้ฟังแต่เสียงด้านเดียว ซึ่งตลอด ๑๖ ปีที่ผ่านมา Thai PBS ได้เป็นพื้นที่ของการสื่อสารแบบมีส่วนร่วม จนเป็นภาพจำ ขององค์กรไปแล้วนะคะ ในยุคดิจิทัลนี้ Thai PBS ยิ่งเปิดพื้นที่ไปถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ดังเช่นการทำวาระเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ ที่ทำโครงการชื่อว่า Hack Thailand และเวที Post Elections ที่ชวนคนทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วนทั่วประเทศมาร่วมกันออกแบบนโยบายค่ะ และต่อมาก็เปิดแพลตฟอร์มชื่อว่า Policy Watch จับตาอนาคตประเทศไทย เพื่อให้ประชาชน ได้ติดตามนโยบายต่าง ๆ ของรัฐ โครงการนี้ได้รับการประเมินว่าเป็น Policy Innovation ของประเทศนะคะ นอกจากนี้ Thai PBS ยังได้นำเอาข้อมูลมหาศาลและซับซ้อนเกี่ยวกับ ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยมารายงานแบบ Data Journalism เพื่อผลักดันนโยบาย เช่น เรื่องเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา คนจนเมือง การจ้างงานคนพิการ เป็นต้น มีหลายชุดข้อมูลที่ได้รับรางวัล Digital Content Award จากการประกวดในระดับสากลค่ะ

ท่านประธานคะ ในหัวข้อที่ ๒ ถัดไป จะเป็นการสรุปรายงาน เรื่องการบริหาร จัดการงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่า ซึ่งมี ๔ ประเด็นย่อยด้วยกันค่ะ

ประเด็นแรก คือการพัฒนาบริการและสื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ชม ภายใต้ภูมิทัศน์สื่อใหม่ ที่คนไทยทุกวันนี้ใช้เวลาอยู่บนออนไลน์ เฉลี่ย ๗.๖ ชั่วโมงต่อวัน Thai PBS มีสื่อที่เป็นดิจิทัล First ทั้งออนไลน์ และ On Demand ตามกลุ่มความสนใจ โดยมีจำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดนะคะ เช่น ในปี ๒๕๖๖ เว็บไซต์ Thai PBS ขึ้นเป็นอันดับ ๑ ของเว็บไซต์กลุ่มข่าวในช่วงเนื้อหาเลือกตั้ง ติดอันดับ ๑ ใน ๕ ของสื่อ ที่ทำผลงานบน Social Media สูงสุด ในกลุ่มสื่อภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. แต่อย่างไรก็ตามค่ะ Thai PBS จะยังคงดูแลบริการของเทคโนโลยีเดิม คือช่องทางทีวี และบริการเสริมเพื่อคนพิการทางการมองเห็นและการได้ยิน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใคร ถูกทอดทิ้งจากการที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีใหม่ค่ะ

ท่านประธานคะ ประเด็นที่ ๒ คือการบริหารงบประมาณในปี ๒๕๖๖ ซึ่งใช้ไปกับการบริหารจัดการด้านการผลิตทั้งเนื้อหาและช่องทาง ขับเคลื่อนวาระทางสังคม และพัฒนานักสื่อสารสาธารณะที่ร้อยละ ๕๒ ของงบประมาณรวม ในขณะที่ได้พยายาม ควบคุมรายจ่ายในด้านกลไกสนับสนุนและด้านบุคลากรให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม คือไม่เกินร้อยละ ๔๗

สำหรับประเด็นที่ ๓ ในด้านการประเมินผลองค์การนั้น ทำโดยหน่วยงาน อิสระภายนอกคือ TDRI มีผลสำคัญคือ ได้รับการจัดระดับดีมากในด้านเนื้อหาและกิจกรรม ที่สะท้อนการเคารพความหลากหลายและในด้านการเป็นพื้นที่กลางร่วมหาทางออกให้สังคม ส่วนในด้านของความโปร่งใสและธรรมาภิบาลขององค์กรนั้น สะท้อนได้จากคะแนน การประเมิน ITA ที่ ๙๕.๘๑ ในระดับดีค่ะ

ประเด็นที่ ๔ ความคุ้มค่านั้นยังสะท้อนได้จากการมีบทบาทส่งเสริม ระบบนิเวศสื่อไทยให้มีคุณภาพด้วยการสนับสนุนผู้ผลิตอิสระ ๖๒ ราย ผู้ผลิตสื่อภาคพลเมือง ๖๗ ราย มีนักสื่อสารภาคพลเมืองที่สะสมแล้วกว่า ๙,๐๐๐ ราย และได้เกิดเครือข่าย สื่อสาธารณะท้องถิ่นขึ้น ๑๒ แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการเสริมโอกาสให้แก่วงการสร้างสรรค์สื่อ ของไทยได้เผยแพร่และเติบโตท่ามกลางการรุกของอุตสาหกรรมสื่อ Streaming ระดับโลก

ก่อนจบการรายงานค่ะ ดิฉันขอเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกว่า ในสถานการณ์ที่ประชาชนต้องการสื่อที่เชื่อถือได้ สนองตอบเนื้อหาที่ตลาดไม่ทำ และกล้าหาญ ที่จะตรวจสอบเพราะเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงนั้น Thai PBS ซึ่งเกิดขึ้นมาเพื่อการนี้ จะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะตามเจตนารมณ์ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ